แก้วสรร ให้สติ รัฐ ตั้งหลักใหม่ หนีกับดับ “รัฐ ATM”
LSVคลังสมองออนไลน์ "ปีที่14"
พฤศจิกายน 21, 2018, 11:34:04 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แก้วสรร ให้สติ รัฐ ตั้งหลักใหม่ หนีกับดับ “รัฐ ATM”  (อ่าน 454 ครั้ง)
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1828
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11611


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


อีเมล์
« เมื่อ: ตุลาคม 16, 2015, 10:27:08 AM »



แก้วสรร ให้สติ รัฐ ตั้งหลักใหม่ หนีกับดับ “รัฐ ATM”
สร้างสังคมสวัสดิการ ทำ ปชช.เข้มแข็ง ไม่จมกับ “ขอทานนิยม”
งอมืองอเท้า รอรัฐช่วย ให้การศึกษาคน คือต้นทุนเศรษฐกิจ
เตือน ไม่เลิกของฟรี ระวัง ฌาปนกิจฟรี
หวัง ปฏิรูป รื้อความคิดใหม่สร้างประเทศ

ความคิดขงจื๊อของลีกวนยู : รัฐคือพ่อที่สร้างลูกให้เข็มแข็ง

แก้วสรร อติโพธิ

- ท่ามกลางเสียงโอดโอยของก๊กการเมืองชินวัตรว่า การคำเนินคดีจำนำข้าว
จะทำให้ไม่มีใครกล้าช่วยชาวนาอีกต่อไปแล้ว... น่าสงสารชาวนาจริงๆ

- ท่ามกลางธนบัตรที่ปลิวว่อนผันไปสู่บ้านนอกตำบลละ ๕ ล้านบาทโดยไม่มีเป้าหมายใด

ท่ามกลางการลดแลกแจกแถมของบีโอไอให้ต่างชาติมาลงทุน

ในภูมิศาสตร์เศรษฐกิจที่ฝันเอาเองว่าจะเป็นซุปเปอร์คลัสเตอร์ แล้วพร่ำบ่นว่าเราต้องพอเพียง ต้องเข้มแข็งได้ด้วยตนเอง
วัตรปฏิบัติเหล่านี้เป็นเรื่องซ้ำซากที่วางอยู่บนหลักคิด “รัฐคือATM” อย่างเหนียวแน่น
และจะผูกรัดให้สังคมเศรษฐกิจไทยต้องดักดานต่อไปอย่างไม่มีกำหนด
ไม่ว่าจะเขียนอะไรกันไว้ในกฎหมายที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญหรือพระราชบัญญัติปฏิรูปนานาก็ตาม

บทความต่อไปนี้เขียนขึ้น ๓ ปีมาแล้ว เมื่อครั้งนายกฯอภิสิทธิ์กำลังจะยุบสภา

เห็นว่ายังเหมาะแก่กาลที่กำลังฝันกันว่าจะปฏิรูป
กำลังคิดจะเลือกตั้งเช่นทุกวันนี้พอดี
ผมจึงขอนำมาเสนออีกครั้งหนึ่งดังนี้

................... ................... ..

กำลังท่วมประเทศอย่างหนัก ทั้งการนำร่องในยุคทักษิณแล้วติดตามมาในยุคขิงแก่และประชาธิปัตย์
ยิ่งมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนยุบสภาในปี ๒๕๕๔
นี้ก็ยิ่งจะเห็นของขวัญประชานิยมเหล่านี้เกลื่อนไปหมดเลยทีเดียวดังตัวอย่างค่าใช้จ่าย
ในโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคนั้น เมื่อสิบปีก่อนที่เริ่มโครงการก็อยู่ที่ ๑๔๐๐ บาทต่อหัว
แล้วก็เพิ่มขึ้นทุกปีไม่มีหยุดจนถึง ๒๔๐๐ บาทต่อหัวในปีงบประมาณ ๒๕๕๒
มาปีนี้ก็จะขอเพิ่มอีก ๗๐๐ บาท ซึ่งเมื่อรวมกับสวัสดิการสุขภาพของข้าราชการและผู้ใช้แรงงานอีก ๑๖% ด้วยแล้ว

งบประมาณสวัสดิการสุขภาพไทยในปีหน้าก็จะเกาะกินงบแผ่นดินถึงสองแสนล้านบาทเลยทีเดียว
ในด้านความคิดก็ยังฝังรากลึกลงเนื้อในไปเรื่อยๆอีกด้วย
ดังตัวอย่างกรณีสวัสดิการสุขภาพตามระบบประกันสังคมที่ลูกจ้างควักเงินเดือนมากองไว้
โดยมีนายจ้างและรัฐสมทบเงินด้วยนั้น ก็มีการปลุกปั่นกันว่าไม่เสมอภาคถูกเอาเปรียบ
เพราะคนทั่วไปไม่ต้องออกเงินก็ได้รับการรักษาฟรีจากกองทุนบัตรทอง
ลูกจ้างจึงควรจะมารับการรักษาฟรีตามระบบนี้จะดีกว่าเพราะต่างก็ก็เสียภาษีให้รัฐเหมือนกัน

ข้อเรียกร้องให้คนที่รับผิดชอบตัวเองได้อยู่แล้ว ให้ต้องกลับไปอยู่ในระบบขอทานเหมือนกับคนอื่นอย่างนี้
มาจากการกำเริบของโรคประชานิยมที่น่าวิตกมาก จำเป็นต้องถูกท้วงติงด้วยระบบคิดตรงข้ามให้ได้คิดกันเสียใหม่
ซึ่งก็มีตัวอย่างจากสวัสดิการสังคมของสิงค์โปร์ ที่นายกฯลีกวนยู ได้ยึดแนวคิดตามลัทธิขงจื๊อมาเป็นหลักได้ อย่างเฉียบคมยิ่ง
และแตกต่างจากลัทธิ “ขอทานนิยม” หรือ “เอื้ออาทรนิยม”เป็นอย่างมาก
ดังผมจะขอสังเขปมาเสนอในทำนองปุจฉา-วิสัชนาไว้ ดังนี้

ถาม สวัสดิการสังคมของสิงค์โปร์มีที่มาของเงินมาจากไหน

ตอบ นายกฯลีกวนยู จัดตั้ง “ระบบบังคับออมทรัพย์”ขึ้น ให้คนสิงค์โปร์ทุกคนต้องเปิดบัญชีธนาคาร
กว่าสิบปีมานี้ สินค้าประชานิยมเพื่อสวัสดิการของชาวบ้าน โดยงบประมาณแผ่นดิน
ภาระด้านงบประมาณของโครงการประชานิยมนี้เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี
นอกจากเนื้องบประมาณแผ่นดินในโครงการประชานิยมจะเพิ่มขึ้นแล้ว
เจ๋งๆทุกห่วงโซ่การผลิตและบริการจับกลุ่มเข้าด้วยกันอย่างพร้อมหน้า
ไม่งอมืองอเท้าขอการบริโภคหรือความช่วยเหลือจากรัฐ

ยกสินค้าของสิงค์โปร์ขึ้นไปสู่ตลาดระดับบน เป็นบัญชีสวัสดิการของตนเองและครอบครัว
เงินจากบัญชีนี้จะไหลไปรวม เป็น กองทุนที่พักอาศัย ให้กู้ยืมซื้อบ้านหลังแรก
เป็นกองทุนประกันสุขภาพ ที่ถ้วนหน้าจริงๆ และเป็น เบี้ยยังชีพยามชรา ด้วย

ถาม แล้วรัฐไม่ช่วยอะไรเลยหรือ

ตอบ รัฐมีเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสุขภาพด้วย แต่ลำพังเงินออมเหล่านี้ก็มีกองทุน
ของรัฐนำไปลงทุนหาประโยชน์ตอบแทนได้เป็นอันมากอยู่แล้ว
มาซื้อกิจการโทรคมนาคมชินคอร์ปที่เมืองไทย ก็เงินออมพวกนี้นี่แหละครับ

ถาม นายกฯ ลีกวนยู เอาความชอบธรรมมาจากไหน มาบังคับให้ราษฎรต้องออมทรัพย์อย่างนี้

ตอบ พ่อแม่คุณเคยซื้อกระปุกออมสินให้คุณบ้างไหม?

ถาม เคยครับ ท่านให้ผมเหลือเงินค่าขนมมาหยอดกระปุกให้ได้ทุกวันเลย อาจารย์ล่ะครับ

ตอบ เหมือนกันครับ พอกระปุกเต็มเอาไปฝากออมสินท่านเติมเงินฝากให้ผมอีกด้วย
นี่แหละครับนายกฯลีกวนยูก็คิดอย่างนี้ว่า รัฐต้องรู้จักสร้างราษฎรเหมือนพ่อแม่
ที่ต้องรู้จักสร้างลูก สร้างให้รู้จักสร้างตนเองและครอบครัว

สังคมสิงค์โปร์ต้องสร้างจากคนสิงค์โปร์ที่เคารพตัวเองและรักครอบครัวเป็นหลัก
นี่คือหลักในลัทธิขงจื๊อที่ชัดเจนมาก เป็นที่มาของนโยบายหลายอย่างของสิงค์โปร์

ถาม นโยบายอะไรบ้างครับ

ตอบ ลีกวนยูเขียนไว้ว่า เขาไม่เห็นด้วยกับสวัสดิการจากรัฐหรือสังคม เพราะทำให้คนไม่ทำงาน
ส่วนคนที่ทำงานเสียภาษีก็จะสิ้นกำลังใจที่ถูกเอาเปรียบ เขาสรุปว่าเขาต้องการ Social ที่ Fair ไม่ใช่ Social Welfare
อย่างบ้านอื่นเมืองอื่น ด้วยเหตุนี้เขาจึง ใช้วิธีบังคับออมเพื่อตนเองและครอบครัว
มาเป็นฐานสวัสดิการทั้งสังคม งานสร้างตัวเองที่เหลือเขาก็ให้รัฐลงมาทุ่มเทอย่างเต็มที่

ถาม งานอะไรที่เหลือครับ

ตอบ สิงค์โปร์ทุ่มเทการศึกษาในด้านคุณภาพอย่างสุดตัว ไม่ใช่ให้เรียนฟรีแต่เด็กคิดเงินทอนยังไม่ถูกเหมือนบ้านเรา
ครูของเขาเงินเดือนสูงเท่าวิศวกรคัดมาจาก ๕% แรกของคนหนุ่มคนสาวในแต่ละรุ่น
ในระดับอุดมศึกษาเขาทุ่มเทสร้างสถาบันวิจัยไบโอเทคอย่างถึงไหนถึงกันทั้งคนและอาคาร
หาได้มีแต่ตึกอุทยาน กับนักวิจัยเงินเดือนจี๊ดเดียวเหมือนของเรา

นโยบายนี้ลีกวนยูบอกเหมือนขงจื๊ออีกว่า
การศึกษาของลูกคือหน้าที่ของพ่อที่สำคัญที่สุด
ซึ่งคนรุ่นเขาก็เป็นพ่อที่ทำงานหนักมากจริงๆ


ถาม ด้านเศรษฐกิจล่ะครับ

ตอบ เขาไม่งมจมอยู่กับการอุ้มชูผู้ประกอบการ หากแต่ทุ่มเทสร้างสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจที่เจ๋งมากๆ
มีคลัสเตอร์หรือกลุ่มการผลิตเก่งๆหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มจะมี SMEs เฉพาะที่เกี่ยวกับการขนส่งทางเรือและทางอากาศนี่จะเก่งมากๆ
แค่นิตยสารของสายการบินนี่ เขาก็มีคลัสเตอร์การพิมพ์รับงานจากสายการบินต่างๆได้หนึ่งในสามของตลาดโลกแล้ว
คุณอย่าไปเห็นว่าเขาทำแค่ซื้อของถูกที่นี่ไปขายแพงที่โน่นเท่านั้น ภาคการผลิตจริงที่เก่งๆของเขาก็มีมาก

ในภาพรวมแล้วลีกวนยูและคณะ เขาได้สร้างคนของเขาให้เป็นคนที่แข็งแรงในความรับผิดชอบต่อตนเองและครอบครัว
จากนั้นเขาก็สร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพจริงๆให้แก่ราษฎร แล้วเสริมด้วยสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจที่ดี
ให้ผู้ประกอบการสร้างความเก่งกาจของกลุ่มการผลิตต่างๆ ขายได้ราคาจนสั่งสมเป็นความมั่งคั่งของตนเองและประเทศชาติได้

ถาม รัฐบาลของเขามีคอรัปชั่นไหม ?
ตอบ เรื่องคอรัปชั่นสำหรับลีกวนยูผมไม่เคยได้ยิน เคยได้ยินแต่ลูกสะใภ้ของเขา ลีกวนยูโด่งดังมากในเรื่องความซื่อตรง
ยุคของเขาเวนคืนที่ดินตัดถนนต้องเป็นเส้นตรงบ้านคนจนคนรวยไม่มีละเว้น
เจอสุสานตระกูลของเขาเอง เขาก็ยังให้เดินตรงไปข้างหน้า
 เขาไม่เคยเอาข้อสอบรั่วมาให้ลูกติวก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเหมือนผู้นำบางคนเลย

ถาม คนคอร์รัปชั่นขึ้นเป็นผู้นำแล้วสร้างบ้านสร้างเมืองได้แบบสิงค์โปร์มีไหม

ตอบ คอรัปชั่นแปลว่าเน่าเปื่อย คนเน่าเปื่อยจะเห็นตำแหน่งเป็นอำนาจ เป็นประโยชน์ที่ต้องแสวงหา
ไม่ใช่เห็นเป็นหน้าที่ ที่ต้องทุ่มเททั้งสมองและกายใจเพื่อแผ่นดินเกิด
ผู้นำที่คอรัปชั่นจึงสร้างบ้านสร้างเมืองไม่ได้ มีแต่ราคาคุยเช่นคุยว่า ๖ เดือนหมดปัญหาจราจร
หรือ ๖ เดือนผมกลับมาทุกคนอู้ฟู่แน่เป็นต้น

ถาม บ้านเมืองเราจะเลี้ยวกลับมาสร้างคนกันจริงๆ แบบสิงค์โปร์ได้ไหมครับ ?

ตอบ ต้องเลิกพูดเลิกเน้นเรื่องฟรีๆ เช่น เรียนฟรี รักษาฟรี หรือเอื้ออาทรต่างๆนานากันเสียที
ปล่อยไว้อย่างนี้อีกหน่อยคงมีโลงฟรี ฌาปนกิจฟรี ลอยอังคารฟรี เป็นแน่

ถาม แล้วประกันสุขภาพบัตรทองนี่จะว่าอย่างไรครับ

ตอบ อย่าเอาผู้ใช้แรงงานมาร่วมกองทุนนี้
ต้องเอาลูกเมียผู้ใช้แรงงานแยกไปอยู่ประกันสังคมด้วย
 ต้องเอาระบบจ่าย ๓๐ บาทกลับคืนมาใช้
จะได้เลิกเห็นโรงพยาบาลเป็นโรงทานแจกยาเสียที
คัทเอาท์ที่มีใบหน้ารัฐมนตรีประกาศว่า
บัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกโรคนั้นก็เลิกเสียที จะเลือกตั้งแล้วยัง

เอาเงินชาวบ้านมาหาเสียงให้ตัวเองอยู่ได้ ไม่อายบ้างเลยหรือ ?

Cr. FB.สายตรงภาคสนาม

 ping!


บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media

lsv2555Please follow the new website at https://www.pohchae.com

Valid CSS!