ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร
LSVคลังสมองออนไลน์
 
*
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน เมษายน 25, 2024, 03:49:20 PM


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร  (อ่าน 5496 ครั้ง)
b.chaiyasith
แก้ปัญหาไม่ตกคุยกันเวลางานline:chiabmillion
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน650
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3004


ไม้ดีไม่ลอยน้ำมาไกล


อีเมล์
« เมื่อ: มกราคม 18, 2011, 10:32:24 AM »

มานิตย์ สนับบุญ / ปราจีนบุรี 76คนดีแทนคุณแผ่นดิน ปี53ปราจีนบุรี - เภสัชกรหญิง ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้าเภสัชกร รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี

       

       ผู้พัฒนาการแพทย์ –ผลิตภัณฑ์สมุนไพรอภัยภูเบศร เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง

       

       76คนดีแทนคุณของแผ่นดิน จ.ปราจีนบุรี ต่อไปนี้เป็นผู้โดดเด่นการนำทรัพยากรธรรมชาติ – ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยกลับคืนสู่สังคมไทย “หมอต้อม” หรือที่คนทั่วไปรู้จักคือ เภสัชกรหญิง ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้าเภสัชกร รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี

       

       ความโดดเด่นแห่งผลงาน เธอคือผู้พลิกฟื้นการแพทย์แผนไทยให้หวนคืนกลับสู่สังคม ทั้งตำรับยาไทยที่กำลังสูญหาย รวมทั้งการนำหมอพื้นบ้านผู้นำสมุนไพรไทย - ผู้นำชุมชนเป่ามนต์ให้กำลังใจ – สายแห่งการนวด ประคบ อบสมุนไพรไทยอภัยภุเบศร สู่ชาวโลกในปัจจุบัน อันเป็นที่ยอมรับอย่างเป็นรูปธรรม

       

       ประวัติส่วนตัว ที่มีผลจากการดำเนินชีวิตพื้นฐานมาจากครอบครัว เภสัชกร ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เกิดในครอบครัวชาวนา พ่อ-แม่ให้ลูกคือการศึกษา โดยสอนลูกเสมอ ในหลักพุทธศาสนา เมตตาธรรม ความดี ความชั่ว การถือศีล 5 โดยพ่อ จะทำวัตรเช้า –เย็น ในการเป็นผู้นำด้านศาสนาเป็นมัคทายก ในงานพิธีต่าง จนเป็นพื้นฐาน ตอนเช้าไปถูศาลาวัด ใส่บาตรพระ เพราะรู้สึกได้บุญ

       

       การศึกษา จบ ป.4 โรงเรียนวัดบางไทร มานั้นมาเรียนต่อ ที่เทศบาลศรีเมืองนครนายก จบ ป7 จากนั้นตามพ่อ-แม่พาเข้าเรียนหนังสือที่กทม. ที่ รร.สตรีวรนารถ จากนั้นสอบเข้า ปริญญาตรีคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล- เข้าทำงาน รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จากนั้นปี 40 เรียนต่อปริญญาโทด้านพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐาน ปี 42 ปริญญาเอกสังคมศาสตร์-มนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

       

       การเรียนเภสัชกรเป็นการเรียนรู้ทคนิคทำยา สูตรยา การจ่ายยา การเรียนด้านมนุษยศาสตร์ทำให้ทราบการทำยาคืออะไร ทำไปเพื่อใคร ทำให้มองสังคมกว้างไกลขึ้น โดยพื้นฐานเรียน ได้รับการปลูกฝังจาก ม.มหิดลตอนเรียน เห็นภาพรุ่นพี่นักกิจกรรมเสียสละ บางคนปลอมเป็นคนงาน ในการหาข้อมูลสารก่อมะเร็งที่ทำงานเพื่อสังคม

       

       ขณะจบการศึกษา ได้มาทำงานรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ปี 26 ได้มีโอกาสมาสอนชาวบ้านเรื่องสมุนไพร พบชาวบ้านปราจีนบุรี ผู้เฒ่าผู้แก่ มีความรู้มากมายด้านการใช้ยาสมุนไพร ที่คณะเภสัชศาสตร์ไม่เคยสอนหรือสอนเพียง 200 -300 ตัว

       

       มาเห็นภาพ ครูคนแรกชาวกบินทร์บุรี ท่านทักต้นไม้เหมือนทักคน ทำให้รู้สึกว่าบ้านเราเป็นภูมิปัญญา ต้นไม้มีชื่อตามประโยชน์ใช้งานเรียกขาน เช่น เครือด่าง ขี้กลาก นำใบมารักษากลาก หรือหญ้าขี้กลาก สรรพคุณรักากลากเกลื้อน ทำให้รู้สึกว่านั่นคือความยิ่งใหญ่ ทำให้รู้ว่าความรู้เทคโนโลยีมีประโยชน์

       

       แต่ถ้าด้านสมุนไพรเป็นขุมทรัพย์จะพัฒนาเป็นยา-อาหารเป็นเครื่องดื่ม เป็นเอกลักษณ์ของชาติ-สังคม จึงทดลองนำทำยาเสลดพังพอนตัวเมีย มาเป็นครีม ตั้งแต่ปี 26 ทดลองรักษางูสวัด – เริม จนกระทั่งยาเหล่านี้ เข้าบัญชียาหลักแห่งชาติ ปี 42 ได้พัฒนาเปิดตัวสู่ภายนอก มีการสาธิตสมุนไพรอภัยภูเบศรครบวงจร จน โรงพยาบาลเปิดตัวสู่ภายนอก ในการแพทย์แผนไทยจนได้รับรางวัลสำนักนายกรัฐมนตรี ในเรื่องผลิตภัณฑ์การแพทย์แผนไทยเป็นที่รู้จักกว้างขวางต่อมาเป็นยอดน้ำแข็งโผล่ขึ้นมา

       

       เก็บรวบรวมความรู้ อนุรักษ์ตำรายาโบราณ หมอยาพื้นบ้านอนุรักษ์ป่า นำมาใช้จริง ในรูปผลิตภัณฑ์และบริการการศึกษาวิจัย พร้อมบริการใช้ได้จริง อาทิ ยาทาแผลจากเปลือกมังคุด ฟ้าทะลายโจร ในการป้องกันรักาไข้หวัด และอีกหลายอย่าง ที่นำภูมิปัญญากลับคืนมาสู่สังคมแพร่หลาย เช่นดอกอัญชัญ รู้จักแพร่หลายเป็นเครื่องดื่มรับแขก

       

       ผลงานที่เป็นที่ยอมรับทางสังคมก่อนหน้า หมอต้อม หรือเภสัชกรหญิง ดร.สุภาภรณ์ ได้นำเด็กและเยาวชนรอบอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลกเข้าค่ายสิ่งแวดล้อม ในการรักษ์ธรรมชาติ ในการศึกษาระบบนิเวศน์ป่าไม้ สมุนไพร การอนุรักษ์ เป็นผุ้เคลื่อนไหวขับเคลื่อนกระตุ้นจิตสำนึกกิจกรรมรำลึกช้างป่า กรณีครอบครัวช้างป่าตกเหวนรกตายขณะข้ามธารน้ำตก การวิจัยไม้หอม การวิจัยสมุนไพรในธรรมชาติ ได้รับรางวัลคนดีศรีปราจีนบุรีปี 2536 ขับเคลื่อนหมู่บ้านสมุนไพรไร้สารพิษผลิตจากปุ๋ยอินทรีย์หมู่บ้านดงบังสู่หมู่บ้านโอท็อปวิลเลจด้านสมุนไพรในการผลิตสมุนไพรสู่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นผู้ผลักดันการก่อตั้งวิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร

       

       โดยเฉพาะวิทยาการ การแพทย์แผนไทยในวันนี้ ที่ปราจีนบุรีไม่ใช่รอวันสูญหาย แต่กำลังได้รับการพลิกฟื้นคืนสู่สังคมจากพลังคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นพลังของแผ่นดิน คนคนนี้ ที่ผ่านการศึกษา วิจัย ถ่ายทอดผ่านสถาบันการแพทย์แผนไทย “หมอต้อม”
http://76.nationchannel.com/playvideo.php?id=112765



บันทึกการเข้า

"CHIAB"
มนุษย์เราแต่ละคน  ต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนเลย  แล้ววันหนึ่งก็มาพบหน้ากัน  สมมุติเป็นพ่อ  เป็นแม่  เป็นเมีย  เป็นสามี  เป็นลูก  อยู่ร่วมกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน และแล้ววันหนึ่ง  ก็แยกย้ายด้วยการ  "ตายจาก"  กันไปสู่  ณ  ที่ซึ่งไม่มีใครได้ตามพบ  คืนสู่ความเป็นผู้ไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไปไหน  และคืนสู่ความเป็น  "คนแปลกหน้า"  ซึ่งกันและกันอนันกาลอีกครั้งหนึ่ง...และอีกครั้งหนึ่ง!?
ขอขอบคุณ คุณเปลว สีเงิน ที่ให้ข้อคิดดีๆ

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media Free Web Counter
Valid XHTML 1.0! Valid CSS! Dilber MC Theme by HarzeM