2คดีสลด-ชีวตเด็ก ตกโอ่งจมน้ำดับอนาถ กินน้ำมันนึกว่าน้ำแดง
LSVคลังสมองออนไลน์ "ปีที่14"
สิงหาคม 21, 2019, 10:27:18 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: 2คดีสลด-ชีวตเด็ก ตกโอ่งจมน้ำดับอนาถ กินน้ำมันนึกว่าน้ำแดง  (อ่าน 1838 ครั้ง)
แวมไพร์-LSVteam♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน912
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3714


..เรียนให้รู้เป็นครูเขา.Learning by doing


« เมื่อ: มิถุนายน 24, 2008, 06:05:53 AM »





ระยะนี้เกิดเรื่องสลดขึ้นกับเด็กบ่อยครั้ง

เมื่อไม่นานมานี้เกิดเหตุการณ์เด็ก 1 ขวบ คลานตก ลงไปอยู่ในก้นโอ่งเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า การจากไปของหนูน้อยครั้งนี้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมามากมาย ว่าเป็นเพราะความประมาทหรือไม่ ที่ทำให้เด็กต้องมาตายแบบนี้

สังเวยความประมาทกันมานักต่อนัก!!

นอกจากเหตุการณ์เด็กตกโอ่งแล้ว หลังจากนั้น 1 วันก็มีเรื่องเศร้าเรื่องอื่นตามมา เมื่อเกิดเหตุด.ช. 3 ขวบซดน้ำมันเบนซินจนชักตาตั้ง เหตุเพราะคนเป็นแม่ซื้อน้ำมันเบนซินไว้จุดเตา แต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงนำน้ำมันเบนซินไว้ในขวดแฟนต้าเก็บไว้ไม่พ้นมือเด็ก เลยทำให้ลูกน้อยที่ผ่านไปเห็นคิดว่าเป็นน้ำแดงที่กินประจำจึงยกขึ้นดื่มจนเสียชีวิต

เกิดเหตุสลดขึ้นกับเด็กอีกจนได้

ย้อนกลับไปดูเหตุร้ายรายแรก เกิดขึ้นตอนเที่ยงวันที่ 18 มิ.ย. พ.ต.ท.ไพบูลย์ สาที สารวัตรเวร สภ.เมืองอ่างทอง รับแจ้งเหตุเด็กจมน้ำในโอ่งเสียชีวิต
เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 2 ต.ศาลาแดง อ.เมืองอ่างทอง หลังสำนักงาน ธอส.อ่างทอง จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง

บริเวณสะพานทางเข้าบ้าน มีโอ่งซีเมนต์ขนาดใหญ่บรรจุน้ำเต็มโอ่ง แต่ไม่มีฝาปิด 2 ใบ ภายในโอ่งซีเมนต์ที่ติดกับราวสะพาน
พบศพด.ช.วัชรพล นนทศักดิ์ อายุ 1 ขวบเศษ นอนคว่ำหน้าจมอยู่ก้นโอ่ง โดยไม่สวมใส่เสื้อผ้า เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 30 นาที เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงลงไปนำร่างหนูน้อยขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางบรรดาญาติที่เห็นศพต่างร้องไห้ระงม



โดยเฉพาะคนเป็นแม่หัวใจแทบสลาย

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบปากคำคนในครอบครัว ทราบว่าเด็กจมน้ำเสียชีวิตเอง โดยไม่มีการฆาตกรรม แต่ทว่าสภาพแวดล้อมในบ้านมีองค์ประกอบเอื้อต่อการเสียชีวิต เนื่องจากขณะเกิดเหตุนายประสิทธิ์ นนทศักดิ์ อายุ 48 ปี กับนางลัดดาวัลย์ ซึ่งเป็นตาและ
แม่ของเด็กอยู่บ้าน แต่เผลอปล่อยให้ด.ช.วัชรพล ซึ่งมีอายุเพียงแค่ขวบเศษๆ เท่านั้น เดินเล่นไปตามสะพานไม้ที่วางพาดเข้าบ้าน จนกระทั่งพลัดตกลงไปในโอ่งน้ำที่ตั้งอยู่
ในระนาบเดียวกัน

เมื่อเป็นเช่นนั้นตำรวจจึงเตรียมแจ้งข้อหากับตาและแม่ด.ช.วัชรพล ในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต
ตามประมวลกฎหมายอาญาซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในทันที

ถึงแม้ทุกคนจะเห็นใจในเรื่องการสูญเสีย

แต่เรื่องของการเอาผิดก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลสถิตยุติธรรม

เหตุหนูน้อยพลัดตกโอ่งผ่านพ้นไปเพียง 1 วัน รุ่งขึ้นก็เกิดเหตุสลดขึ้นอีก เมื่อมีกรณีเด็ก 3 ขวบกินน้ำมันเบนซินจนสิ้นใจตาย

โดยตอนเที่ยงคืนของวันที่ 19 มิ.ย. ร.ต.อ.พนม บุญช้าง ร้อยเวร สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งจากร.พ.มหาราช ว่ามีเด็กดื่มน้ำมันเบนซินมาเข้ารับการรักษาและเสียชีวิต จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ พบศพด.ช.อนุวิน เกิดขำ หรือ "น้องบอร์ด" อายุ 3 ขวบ ลูกชายของ
นายสุนทร เกิดขำ อายุ 35 ปี และนางสมนึก เกิดขำ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95 หมู่ 13 ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เสียชีวิตในสภาพศพเนื้อตัวขาวซีด

ตำรวจสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนางสมนึกกำลังยุ่งอยู่กับการทำงานบ้าน จึงปล่อยให้ด.ช.อนุวินวิ่งเล่นตามประสาเด็กอยู่ตามลำพัง ต่อมานางสมนึกได้ยินเสียงลูกร้องด้วยความเจ็บปวดจึงรีบเข้ามาดู พบลูกชายนอนดิ้นทุรนทุรายและมีอาการสำลักอย่างรุนแรง
พร้อมมีกลิ่นน้ำมันเบนซินโชยออกมาจากปาก ใกล้ๆ กันมีขวดน้ำอัดลมยี่ห้อแฟนต้าที่ใส่น้ำมันเบนซินสีแดงล้มอยู่จึงรีบพาลูกส่งร.พ.ให้แพทย์ทำการช่วยเหลือ
แต่ทว่าไม่ทัน



ด.ช.อนุวินสิ้นใจตายเสียแล้ว

หลังเกิดเหตุตำรวจสอบสวนหาข้อเท็จจริงทันที พบว่าน้ำมันเบนซินที่ด.ช.อนุวิน ดื่มเข้าไปนั้น นางสมนึกซื้อมาเก็บไว้เพื่อใช้จุดเตาในครัว โดยจะวางไว้ในซอกหลังบ้าน ซึ่งคาดว่าด.ช.อนุวิน ผ่านไปเห็นเข้าและเข้าใจว่าเป็นน้ำแดงที่เคยกินเป็นประจำจึงยกขึ้นดื่มเลยทำให้เกิดเหตุสยอง

ศพของด.ช.อนุวิน ญาตินำมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดท่าสะท้อน มีการนิมนต์พระภิกษุมาประกอบพิธี กรรมทางศาสนา ก่อนที่พ่อแม่จะฝังศพเอาไว้ก่อน โดยนายสุนทรกับนางสมนึกยืนยันว่าจะฝังศพลูกชายเอาไว้จนอายุครบ 10 ปี แล้วจึงจะขุดศพขึ้นมาบำเพ็ญกุศลอีกครั้ง

สองสามีภรรยากล่าวด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ว่า มีลูก 2 คน ด.ช.อนุวินหรือน้องบอร์ดเป็นลูกคนเล็ก ตัวจะเล็กกว่าเด็กทั่วๆ ไป เพราะป่วยเป็นโรคหัวใจรั่ว ซึ่งการเสียชีวิตของลูกชายในครั้งนี้ ไม่ขอโทษใคร ถือว่าน้องบอร์ดทำบุญมาแค่นี้ และขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจพ่อแม่ ผู้ปกครองคนอื่นๆ
เพราะเหตุการณ์ในลักษณะนี้ อาจเกิดขึ้นกับเด็กๆ คนอื่นอีกก็ได้

ไม่ประมาทเข้าไว้เป็นการดี

ด้าน พ.ญ.สุภิญา โออุไร กุมารแพทย์ ร.พ.มหาราช แพทย์เจ้าของไข้ด.ช.อนุวินกล่าวว่า การที่เด็กดื่มน้ำมันเข้าไป โดยเฉพาะน้ำมันระเหย เช่น น้ำมันเบนซิน จะมีคุณลักษณะเข้าไปทำลายปอดอย่างรุนแรง สิ่งที่ตามมาคืออาการอักเสบ กรณีด.ช.อนุวินแพทย์ได้สอดท่อเครื่องช่วยหายใจเข้าไป แต่พบอาการแทรกซ้อนและติดเชื้อ จึงเป็นสาเหตุให้เสียชีวิต

"ที่พบบ่อยๆ คือ เด็กจะกินสาร 2 ประเภทเข้าไป คือ สารประเภทกรดและด่างที่มีฤทธิ์กัดกร่อน อีกประเภทคือสารระเหย เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดต่างๆ พ่อแม่ผู้ปกครองต้องระวัง หากพบเด็กดื่มกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด ต้องรีบเคลื่อนย้ายนำมาพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพราะหากทำให้อาเจียน จะทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากสารจะเพิ่มการทำลายทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ" พ.ญ.สุภิญากล่าว

การถึงมือแพทย์เร็วไวจะช่วยยืดชีวิตได้


บันทึกการเข้า


หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media

lsv2555Please follow the new website at https://www.pohchae.com

Valid CSS!