กระทู้เมื่อเร็วๆนี้
LSVคลังสมองออนไลน์ "ปีที่18"
มีนาคม 24, 2023, 07:27:35 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 10
 1 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:58:44 AM 
เริ่มโดย ช่างเล็ก(LSV) - กระทู้ล่าสุด โดย ช่างเล็ก(LSV)
https://eon49.com/2023/03/24/thani-thak-udom-district-elec-department/

อ.ธานี ทักษอุดม อ.แผนกELEC. แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ท่านเสียแล้ว

#ธานีทักษอุดม #แผนกELEC   #มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา  #ท่านเสียแล้ว
-----------------


วันนี้ทราบข่าวว่า อ.ธานี ท่านเสียแล้ว..

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของท่านอาจารย์ธานีด้วยครับ.. ขอให้ท่านอาจารย์ได้ไปสู่ภพภูมิที่ดีครับ..

จากศิษย์

อนุชิต สุวรรณรัตน์

——————–

.. อ.ธานี บ้านพักของท่านอยู่แถววังสิงห์คำ ข้างโรงน้ำแข็งICE .. ใกล้บ้านที่ผมเช่าอยู่ติดแม่น้ำปิง

ท่านอาจารย์สอนวิชาวงจรelectronics ระดับ ปวส. ที่แรกๆพวกเราชอบมากเพราะได้เรียนอาคารหลังใหญ่ที่ตึกสามัญ จำได้ว่าที่ตึกนี้ทางเข้าขึ้นลิฟท์ เป็นกระจกใสจริงๆ เจ้าเบี้ยวเพื่อนผมเดินชนเป็นประจำ..รู้สึกว่ากระจกประตูจะแตกด้วยสิ ((ตอนนี้เบี้ยว หรือ อ.บรรเทิง เพื่อนผมซึ่งเป็น อ.สอนที่วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ (เทคนิคน้อย)ก็เสียไปแล้วเหมือนกัน)).. R.I.P.ไปดีเถอะเพื่อน ❤

.. จำภาพครั้งหนึ่งได้ติดตา มีงานเลี้ยงรุ่นพวกเราที่เวทีโรงอาหาร มีพี่จรัล มโนเพ็ชร รุ่นพี่ของพวกเรามาร่วมร้องเพลง สังสรรค์กัน ..อ.ธานี ยังต่อว่าผม ว่าทำไมเอาเครื่องเสียงชุดใหญ่ ตู้ซับเบสเยอะมาช่วย ..งานอย่างนี้ต้องโชว์เสียงสแนร์ และเสียงกีต้าร์ ไม่ใช่เสียงดรัมเบส ต้องเอาตู้เสียงกลางมาเยอะกว่านี้..

..ลืมบอกไป อ.ธานี ท่านเต้นลีลาศเก่งมากครับ งานนั้นผมจัดชุดผิดจริง คือหลังจากออกงานราตรีตะลุงที่โรงแรมปอยหลวง รับงานวงสุนทราภรณ์ชุดใหญ่ ผมก็เอาเครื่องเสียงชุดนั้นมาลงช่วยที่วิทยาลัยเลย ..

ท่าน อ.เก่งมากครับ ฟังออกว่าโทนเสียงของระบบไม่ใช่ .. ขอขอบคุณท่าน อ.ธานีมากๆ ที่กรุณาชี้แนะผมมาโดยตลอด ตอนที่ผมเปิดร้านอยู่ที่เชียงใหม่ครับ

 2 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:51:59 AM 
เริ่มโดย eskimo_bkk-LSV team♥ - กระทู้ล่าสุด โดย eskimo_bkk-LSV team♥
ใครโกง-กูชก! “Chuweed” ชกตัวเองก่อนอ๊ะป่าว?
“เทนธ์ อเวนิว” ที่ “ชูวิทย์” อ้างกรรมสิทธิ์
แท้ที่จริงต้องเป็นของหลวง!!


ใครโกง-กูชก! “Chuweed” ชกตัวเองก่อนอ๊ะป่าว?
“เทนธ์ อเวนิว” ที่ “ชูวิทย์” อ้างกรรมสิทธิ์
แท้ที่จริงต้องเป็นของหลวง!!

ความเคลื่อนไหวของ “Chuweed” ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์
ตอนนี้ต้องบอกว่า แสงในตัวชักจะอ่อนแรงลง
หรือคนติดตามเดามุกออก จับทางได้ เบื่อ “ละครลิง”
ที่หาสาระความจริงไม่ได้ เลยพยายามจะพุ่งเข้าหาแสงใหม่
ที่ที่มีผู้คนมาชุมนุมเป็นจำนวนมากเพื่อเลี้ยงกระแสตัวเองไม่ให้สังคมลืม

นี่ก็เห็นประกาศเตรียมจะบุกไปดูการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก
นัดชี้ชะตาตัดสินแชมป์คู่ระหว่าง “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด”
มา เยือน “ทรู แบงค็อก” ที่สนามกีฬารังสิต ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต

ใครๆ ก็รู้ว่าทีม “ปราสาทสายฟ้า” นั้นมี “เนวิน ชิดชอบ”
เป็นแม่ทัพใหญ่ ปลุกปั้น สร้างนักเตะและพัฒนาทีมจนกลายเป็นทีมฟุตบอล
ที่ไม่อายใครในระดับเอเชีย ไม่มีการเมืองไปเกี่ยวข้อง ... กีฬาล้วนๆ

“ชูวิทย์” จะไปทำอะไร? ไม่ต้องสงสัย ก็ตั้งใจไปป่วน
และอยากเผชิญหน้า “เนวิน” ให้เป็นประเด็น ให้ตัวเองอยู่ในหน้าสื่อ
เพราะร้อยวันพันปีก็ไม่เคยสนใจเข้าดูฟุตบอล
แต่จู่ๆ อยากจะดูซะงั้น เด็กอนุบาลก็ดูออกว่า
เจตนาของอดีตเจ้าของอาบอบนวดรายนี้ ต้องการอะไร

หิวแสง หาแสง อ้างจะเข้าไปเชียร์ โดยไม่เอาการเมือง
หรือปัญหานอกสนามของพรรคการเมืองใดๆ
เข้าไปเกี่ยวข้อง พูดในทำนองอวดเก่ง “คนอย่างผมเหรอ ผมไม่กลัวหรอก
ไปแค่บุรีรัมย์ ไปวันที่ 4 เม.ย.นี้ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
เปิดบ้านพบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผมจะไปยืนเชียร์
มันจะผิดอะไร ผมไม่เอาการเมืองเข้าไปสู่กีฬา
ผมไปแจกเรื่องคอร์รัปชัน โนคอร์รัปชัน”

ใครจะเชื่อก็เชื่อไป แต่ก็อยากจะขอร้องว่า ให้ชม “ละครลิง”
เพื่อความบันเทิงให้สนุกแล้วกลับมาดู “ความเป็นจริง” กันบ้าง

เพราะ “ความจริงมีหนึ่งเดียว” ที่ชูวิทย์ ไม่พูดถึง
และสังคมอาจจะหลงลืมไปแล้ว มีอยู่หลายเรื่อง
โดยเฉพาะเรื่อง “สวนชูวิทย์” สวนสาธารณะ
ที่ชูวิทย์เคยยกให้คน กทม.นั่นไง

ฟังว่า ตอนนี้มีข่าวแพร่สะพัด อดีตกำลังจะไล่ล่า
ทวงสัญญาแห่งความจริงที่ “ชูวิทย์” เคยสัญญาไว้

งานนี้ย่อมต้องหมายถึง “คดีรื้อบาร์เบียร์”
บริเวณสุขุมวิท ซอย10 เมื่อปี 46 ที่ “ชูวิทย์” เป็นหนึ่งในผู้ต้องหา
โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง
ผู้ต้องหาเกือบทั้งหมด แต่ศาลอุทธรณ์ตัดสินโทษจำคุก 5 ปี
ไม่รอลงอาญา ต่อชูวิทย์

ที่สุดแล้วคดีนี้ผ่านเวลานานกว่า 13 ปี
ศาลฎีกาพิพากษาในเดือน ม.ค. 59 ตัดสินลงโทษจำคุกชูวิทย์
และพวก 5 ปี แต่ภายหลังเหลือ 2 ปี
ศาลฎีกาพิพากษาแก้โดยเห็นว่า หลังเกิดเหตุ
“ชูวิทย์” กับพวกได้ร่วมกับจำเลยอื่นๆ ชดใช้ค่าเสียหาย

พร้อมๆ กับ เงื่อนไขสำคัญ คือ
มีการนำที่ดินพิพาท ไปทำประโยชน์
เป็นสวนสาธารณะให้ประชาชนทั่วไปใช้ได้
โดยไม่ได้นำที่ดินไปทำธุรกิจแสวงหาผลกำไรอีก

บ่งบอกว่า จำเลย คือ “ชูวิทย์” ตอนนั้นรู้สึกสำนึกผิด
นับว่ามีเหตุให้ปราณี เห็นสมควรกำหนดโทษใหม่ให้เหมาะสม
พิพากษาแก้ จากจำคุก 5 ปี ให้เหลือแค่ 2 ปี ไม่รอลงอาญา

ต่อมาที่ดินผืนดังกล่าว ซึ่งนำไปยื่นศาล ใช้ลดโทษนั้น
ถูกนำไปสร้างเป็นสวนสาธารณะ เรียกว่า “สวนชูวิทย์”
เป็นไปตามเงื่อนไขที่ให้ไว้ต่อศาล
ที่จะยกที่เป็นสาธารณประโยชน์


นั่นคือ อดีต!! แต่ล่าสุด สวนดังกล่าวไม่มีแล้ว ใครๆ ก็รู้ว่า
พื้นที่ตรงนั้นตอนนี้กำลังถูกพลิกโฉมเป็น “โครงการมิกซ์ยูส”
ขนาดใหญ่ ที่ความสูง 51 ชั้น ไม่รวมชั้นใต้ดิน
ภายใต้ชื่อ “เทนธ์ อเวนิว”

ประเมินว่า จะสร้างมูลค่าให้กับที่ดินผืนนี้ ไม่ต่ำกว่า “หมื่นล้านบาท”

ว่ากันว่า การก่อสร้างใช้เวลาก่อสร้างไม่ต่ำกว่า 4 ปี
นับจากปี 2565 พัฒนาและบริหารการขายในนาม “DAVIS CORPORATION”
และบริษัท เอเทนธ์ อเวนิว จำกัด ของ “ตระกูล กมลวิศิษฎ์” เจ้าของที่ดิน

ประเด็น ปัญหาที่มีการถกเถียง คือ
การใช้ที่ดินดังกล่าวจากการเป็น “สวนสาธารณะ”
แล้วนำมา “หาประโยชน์เชิงพาณิชย์”
อาจจะเป็นการละเมิดกฎหมาย หรือไม่ ?

ต้องไม่ลืมว่า เพราะเพียงการให้การต่อศาล
ยกที่ดินเป็นสาธารณะ ก็เท่ากับเป็นการ
“ยกที่ดินให้รัฐแล้ว”

ตามคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 9/2538 ฉบับย่อ ระบุว่า
“การอุทิศที่ดินให้ใช้เป็นสาธารณะ เป็นการสละที่ดินให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304
ไม่ต้องจดทะเบียนการให้ต่อเจ้าหน้าที่ ตาม มาตรา 525 ก็มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย”

นี่ถือเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณา หากมีการนำเรื่องนี้ไปร้องศาล
จะเกิดอะไรขึ้นกับ โครงการ “เทนธ์ อเวนิว” หรือ
ผู้เกี่ยวข้องที่อนุญาตให้ก่อสร้าง อาทิ กรุงเทพมหานคร

“ชูวิทย์” จะทำบ้าบอ เที่ยวไล่ฟัดใครต่อใคร ก็ว่ากันไป จะไปบุรีรัมย์
จะไปเป็นกองแช่ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปะหน้า เนวิน ก็ทำไป
ที่อุตส่าห์คิดแคมเปญโอ้อวดเป็น “นักสู้เพื่อประชาชน”
ใครโกง กูชก! ตอนนี้น่าจะต้องกลับมาดูบ้านตัวเอง
และที่ดินของตัวเองก่อนมั้ย? แฉความจริงให้คนกทม. รู้หน่อยว่า
"สวนชูวิทย์" ไปไหน ประโยชน์สาธารณะที่ตรงไหน ...
งานนี้เอาดีๆ Chuweed ต้องถึงขั้นตีอกชกตัว อ๊ะป่าว!!


โค๊ด:
https://mgronline.com/politics/detail/9660000027061

 3 
 เมื่อ: มีนาคม 23, 2023, 12:25:30 PM 
เริ่มโดย eskimo_bkk-LSV team♥ - กระทู้ล่าสุด โดย ช่างเล็ก(LSV)
 ขอบคุณ Lips Sealed

 4 
 เมื่อ: มีนาคม 23, 2023, 10:03:16 AM 
เริ่มโดย eskimo_bkk-LSV team♥ - กระทู้ล่าสุด โดย eskimo_bkk-LSV team♥
ของบางอย่างต้องแลกด้วยเวลา
อย่างเช่นรถไฟความเร็วสูงที่เรากำลังทำอยู่ในเวลานี้
     สิ่งที่เราต้องใช้เวลาแลกมาคือเรามีองค์ความรู้ของเราเอง
เราสร้างเองได้โดยต่อยอดจากจีนที่เข้ามาสอนเรา
ในช่วงไม่กี่กิโลเมตรแรกที่ใช้เวลาหลายปี
จนไทยสามารถทำเองได้ทั้งหมด
     เราไม่ต้องเสียเงินกู้ให้จีน
เราใช้ทุนเงินกู้ภายในประเทศของไทยเองทั้งหมด
รวมถึงเรายังสามารถรักษาสิทธิประโยชน์
สองข้างทางรวมถึงรอบตัวสถานี
ที่ไม่เหมือนสัญญาจีนกับลาว
     จีนสร้างทางรถไฟความเร็วปานกลาง
ให้ลาวเสร็จประมาณ 5 ปี
เป็นทางเดี่ยวต้องรอหลีก
เพราะวิ่งสวนกันไม่ได้
แต่ของเราเป็นทางรถไฟความเร็วสูงของจริง
เป็นทางคู่พร้อมหลีก
ที่จะวิ่งสวนกันหรือวิ่งแซงกันในทิศทางเดียวกันก็ยังได้
ทุกขบวนไม่ต้องรอกัน
แต่ราคาของเราต่อกิโลเมตร
ยังได้ราคาดีกว่า ถูกกว่าโครงการของลาว
ทั้งที่เนื้องานโยธาได้มากกว่าสองเท่า
     สิ่งที่สำคัญที่สุดคือองค์ความรู้ที่เราได้มา
เราสร้างทางรถไฟความเร็วสูงเองได้จากผู้รับเหมาภายในประเทศ
และยังต่อยอดไปรับจ้างสร้างให้ต่างประเทศ
เอาเงินและรายได้เข้าบ้านได้อีกแบบกินไม่หมดตลอดไป

     นั่นคือสิ่งที่เราต้องแลกกับเวลา
ไม่ต่างกับเรียนจบ ม.6 แล้วทำงาน
กับเสียเวลาและเงินอีกพอสมควร
เพื่อเรียนต่อ แล้วได้สิ่งที่คุ้มค่ากว่าหากินได้ตลอดชีวิต

      ที่ผมพูดเรื่องนี้ได้ก็เพราะผมเคยอยู่ใน
ทีมสร้างทางรถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกที่ไทย
สมัยที่ยังไม่เคยขุดอุโมงค์มาก่อน
แต่เราก็ทำได้หลังจากเรียนรู้งานจากต่างชาติ
ผมสามารถคำนวณทางวิศวกรรมในสิ่งที่ผมไม่เคยทำมาก่อนได้
หลังจากเรียนรู้งานจากกลุ่มวิศวกรยุโรปมาช่วงหนึ่ง
ตอนนี้จะให้คำนวณระบบภายในอุโมงค์รถไฟฟ้าอีกครั้งก็ยังทำได้
เพราะมันอยู่ในหัวหมดแล้ว
และในช่วงเวลานั้นผมกับทีมวิศวกรข้ามชาติ
ก็ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับทุกงานของสภาวิศวกร
อีกหลายครั้งเพื่อให้วิศวกรไทยได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้

     (1). ไทยเราคิดถูกแล้วที่ไม่กู้เงินจีนแล้วให้จีนมาสร้างทางรถไฟให้เหมือนลาว
            เพราะนั่นคือหนี้ต่างประเทศและการเสียสิทธิประโยชน์
            เหมือนที่ลาวเสียไปในเวลานี้

     (2). ไทยเราคิดถูกแล้วที่ไม่ต้องรีบสร้างรีบเปิดเหมือนลาว
            เพราะไทยค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ดูดความรู้มาจากจีน
            ทำให้ถึงวันนี้เรามีความรู้ที่ต่อยอดไปทำมาหากินได้
            ทั้งสายใหม่ในประเทศที่จะต้องมีในอนาคต
            และสามารถรับจ้างให้กับทุกประเทศที่จ้างเราไปสร้างให้เขา

     (3). ไทยเราคิดถูกแล้วที่ไม่เลือกแบบ 5 ปีเสร็จเหมือนลาว
            แต่ไม่ได้อะไรเลยนอกจากหนี้กับเสียที่ดินมหาศาล
           กับสิบกว่าปีเสร็จตามแบบของเรา
           แต่เราได้สิ่งที่เป็นองค์ความรู้เอามาทำมาหากิน
           เลี้ยงประเทศได้ไม่หมดไม่สิ้น
.... เท่านี้ก็คงพอแล้วที่จะทำให้คิดได้ว่ารัฐบาล
ที่ผ่านมาตั้งแต่วันแรกที่จับมือลงนามกับจีน
สร้างทางรถไฟสายนี้ มองอะไรและกำลังทำอะไรอยู่
.

ภัทร เหมสุข Pat​ Hemasuk
Ref​: Pat​ Hemasuk
โค๊ด:
https://www.facebook.com/100001008622491/posts/pfbid022MK8a1q4jQBQZkHMWcZNHBwL2xAKttwnUdNkfYL3uaWvwLhPLBMARGSdc4shJRgUl/?mibextid=cr9u03

 5 
 เมื่อ: มีนาคม 23, 2023, 09:13:44 AM 
เริ่มโดย eskimo_bkk-LSV team♥ - กระทู้ล่าสุด โดย eskimo_bkk-LSV team♥
Volkswagen Ea211 Engine Production Assembly Process!

Mechanic  Team

โค๊ด:
https://www.facebook.com/watch/?v=210260328264924

โลกสากล เค้าใช้เครื่องจักร ทำงาน

 ping!

 6 
 เมื่อ: มีนาคม 23, 2023, 08:36:50 AM 
เริ่มโดย eskimo_bkk-LSV team♥ - กระทู้ล่าสุด โดย eskimo_bkk-LSV team♥
อดีตเคยฝึกทหารพรานก่อนหน้านี้ถูกจับกุม
คดีข่มขู่ทำร้ายร่างกาย คดีอาวุธปืน
วันนี้เป็นวันที่จะต้องขึ้นศาล

คาดว่าเกิดอาการเครียด จึงใช้อาวุธปืนยิงกราดใส่บุคคลทั่วไป
โดยจากการโดรนบินถ่ายภาพ
พบผู้ถูกยิงนอนบริเวณหน้าถนน 3 ราย
คาดว่าน่าจะเสียชีวิต 3 ราย

ทราบชื่อผู้เสียชีวิต 3 ศพ
1.นายรัฐกร ทองแก้ว หรือเบล อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 316 ม.7 ต.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร
2.นายพสิษิตฐ์ เอมโอษ หรือโอ๊ต 22 ปี (ขับรถแกร็บ)
3.นายสิรภัทร วัฒนะ อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 1 หมู่ 2 ต.โพพระ อ.เมือง จ.เพชรบุรี

รายชื่อผู้บาดเจ็บ
1.ร้อยตำรวจตรีกนกศักดิ์ มุทธากาญจน์ นายกอบต.ต้นมะม่วง อ.เมืองเพชรบุรี
2.น.ส.กาญจนา พุดแย้ม 25 ปี 

ทราบว่า นายอนุวัช แหวนทอง ผู้ก่อเหตุ เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาท
และทำร้ายร่างกายนายภูษิต เอมโอษ หนึ่งในผู้เสียชีวิต
ซึ่งเป็นนักศึกษา ม.ราชภัฏเพชรบุรี พักอยู่พอพักฝั่งตรงข้ามบ้าน
วันนี้จะต้องไปขึ้นศาล แต่เมื่อคืนได้มีเรื่องกันอีก
มีการเขวี้ยงขวดท้าทาย จนเช้าวันนี้นายอนุวัชได้เกิดคลุ้มคลั่ง
ซึ่งคาดว่าน่าจะมีอาการเมาด้วย ใช้ปืนมายิงคู่กรณีเสียชีวิต
และยิงคนอื่นตายไปด้วย ล่าสุด มีการสั่งระดม

เจ้าหน้าที่ตำรวจพลร่ม ค่ายนเรศวร อ.หัวหิน เข้าพื้นที่แล้ว

ไทม์ไลน์

17.00 น. เพจเฟซบุ๊ก ตำรวจสอบสวนกลาง โพสต์ข้อความระบุว่า
"ระวังบุคคลอันตราย ชายคลั่งก่อเหตุ
กระหน่ำยิงในหมู่บ้าน อ.เมือง จ.เพชรบุรี
เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
ตำรวจในพื้นที่กำลังปิดล้อมคนร้าย"

18.10 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.
เปิดเผยขณะนี้สถานการณ์ยังไม่สามารถควบคุมได้
โดยได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7
เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ พร้อมขอกำลังพล
หน่วยปฏิบัติการพิเศษภาค 7 (อินทรีย์7)
ที่อยู่ระหว่างการฝึกในค่ายนเรศวร เข้าไประงับเหตุ
หากมีการต่อสู้ อาจจะมีการปะทะ
เบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 คน

18.15 น. อธิบดีกรมอุทยานฯ ระบุผู้ก่อเหตุ
เคยเป็นอดีตลูกจ้างอุทยานทับลานแค่ 3 เดือน
แต่ถูกให้ออก สาเหตุทางพฤติกรรม
และเข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้
ตรวจไม่พบสารเสพติดในขณะนั้น

19.00 น. พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 ,
นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ ผวจ.เพชรบุรี ลงพื้นที่เกิดเหตุ

19.20 น. บรรยากาศหน้าทางเข้าหมู่บ้านที่เกิดเหตุ
ตร.กันพื้นที่ไม่ให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปยังด้านใน
ปิดซอย 3 และ ซอย 4 หลังจากยังควบคุมสถานการณ์ไม่ได้

19.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ยินเสียงอาวุธปืน 3-4 นัด
ขณะที่สื่อมวลชนและชาวบ้านเกาะติดสถานการณ์
อยู่ใกล้กับบริเวณที่เกิดเหตุ โดยห่างจากจุดเกิดเหตุ 300 เมตร
ตามที่เจ้าหน้าที่กั้นพื้นที่ไว้ ซึ่ง
เจ้าหน้าที่มีการปิดไม่ให้เข้า-ออกหมู่บ้านที่เกิดเหตุ
และประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านอยู่แต่ภายในบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน ได้แก่
ชายอายุ 27 ปี เป็นไรเดอร์ เสียชีวิตอยู่ริมถนน
ส่วนอีก 2 คน เป็นนักศึกษา อายุ 22 ปี
ผู้เสียชีวิตทั้งหมดยังไม่สามารถนำออกมาจากที่เกิดเหตุได้
ส่วนผู้บาดเจ็บเจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลแล้ว

20.15 น. เจ้าหน้าที่ยังคงปิดล้อมบ้านเกิดเหตุ
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ระบุว่า
หากใช้ปฏิบัติการเบาไม่เป็นผล
ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
อาจต้องขยับเป็นปฏิบัติหนักเพื่อระงับเหตุ
ซึ่งอาจทำให้เกิดความสูญเสียเพิ่มเติมขึ้นได้

21.00 น. ตำรวจถูกยิงบาดเจ็บเพิ่ม 1 นาย คือ
ร.ต.ท.สมหมาย แย่มเยื้อน นปพ.ภ.จว.เพชรบุรี
ถูกกระสุนถากที่บริเวณแก้มขวา
นำตัวส่ง รพ. รวมเสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 4 คน

21.20 น. นายนรากร ซึ่งเดินทางมาติดตามเหตุการณ์
และมารอรับร่างของเพื่อนที่เสียชีวิตภายในจุดเกิดเหตุทั้ง 2 คน
อ้างว่าที่ผ่านมาผู้ก่อเหตุมีการใช้อาวุธปืน
ตบเข้าที่ศีรษะหนึ่งในผู้เสียชีวิต
ซึ่งผู้เสียชีวิตเคยเล่าให้ฟังว่ามีการทะเลาะวิวาทกับผู้ก่อเหตุ
โดยลักษณะพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุคล้ายกับมีอาการทางจิตเวช
โดยนายนรากรยืนยันว่าเพื่อนทั้งสองคนที่เสียชีวิต
เป็นคนดีไม่ได้มีพฤติกรรมคุกคามเพื่อนบ้าน
แล้วก็จะเรียนจบพร้อมกันในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้านี้

21.50 น. ได้นำรถหุ้มเกาะจำนวน 2 คัน
จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้ามาเสริมในพื้นที่เกิดเหตุ
ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเข้าดำเนินการ
ที่บ้านของผู้ก่อเหตุที่ยังคงเก็บตัวอยู่ในบ้านพัก

22.00 น. ตำรวจเริ่มขอคืนพื้นที่สื่อมวลชน เตรียมเข้าระงับเหตุ
หลังยืดเยื้อนานกว่า 9 ชั่วโมง
พร้อมเสริมรถหุ้มเกราะเข้าไปด้านในใกล้บ้านเกิดเหตุด้วย

ขณะที่มีรายงานว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.
และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร.
กำลังเดินทางไปจุดเกิดเหตุ
โดยมีชุดปฏิบัติการพิเศษคอมมานโด เดินทางไปด้วย

22.30 น. เจ้าหน้าที่ขยับรถพยาบาลเข้าไปเตรียมพร้อมด้านใน

23.20 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. เดินทางมาที่เกิดเหตุ
เพื่อติดตามสถานการณ์และ ร่วมวางแผนปฏิบัติการกับ
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7
พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี

23.30 น. นางจามรี อนุรัตน์ นักประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี
เปิดเผยว่า รอง ผบ.ตร.กำชับให้ชุดปฏิบัติการพิเศษทุกหน่วย
ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากระหว่างเจ้าหน้าที่พยายามเข้าระงับเหตุ
ผู้ก่อเหตุได้ยิงสวนออกมาเป็นระยะ
ขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามลำเลียงผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่

ล่าสุด ผู้ก่อเหตุยังมีชีวิตอยู่ภายในบ้าน
 ตำรวจกระชับพื้นที่บริเวณบ้านไว้หมดแล้ว
ขณะเดียวกันมีแม่และญาติคอยเกลี้ยกล่อมให้ผู้ก่อเหตุมอบตัว
ป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีก

23.52 น. เจ้าหน้าที่นำร่างผู้เสียชีวิตออกได้เป็นคนแรก

23.55 น. เจ้าหน้าที่นำร่างผู้เสียชีวิตออกจากพื้นที่เกิดเหตุได้อีก 1 คน

00.21 น. เจ้าหน้าที่สามารถนำร่างไรเดอร์ที่เสียชีวิต
ออกมาได้พร้อมกับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิต

01.11 น. ผู้สือข่าวรายงาน ได้ยินเสียงคล้ายปืนดังขึ้นด้านในบ้าน
ผู้ก่อเหตุต่อเนื่องกว่า 40 นัด ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 นาที

เวลา 03.30 น. ปฏิบัติการพิเศษระงับเหตุไปมากกว่า 2 ครั้ง
ใช้กระสุนจริงไป 100 นัด ยังไม่ได้รับรายงานว่าระงับเหตุได้หรือไม่

04.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ทำการวิสามัญฆาตกรรมผู้ก่อเหตุแล้ว
ซึ่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการปิดล้อมนานกว่า 14 ชั่วโมง
รอพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่อีกครั้ง

ล่าสุด พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 ยืนยัน
เวลา 04.00 น ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตแล้วจากการถูกวิสามัญฯ
ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ
ที่พยายามที่จะเข้าไประงับเหตุเกือบ 15 ชั่วโมง
 ระบุว่าการระงับเหตุใช้ยุทธวิธีจากเบาไปหาหนัก
ขณะเดียวกันผู้ก่อเหตุมีความเชี่ยวชาญ
ด้านการยิงปืนมีการฝึกซ้อมที่สนามยิงปืน
เป็นประจำจึงทำให้การเข้าระงับเหตุต้องใช้ความระวัง



สัตว์โลกย่อมเป็นไปตาม กรรม

 7 
 เมื่อ: มีนาคม 22, 2023, 09:22:00 AM 
เริ่มโดย ช่างเล็ก(LSV) - กระทู้ล่าสุด โดย eskimo_bkk-LSV team♥


สัญลักษณ์สารกัมมันตรังสี

ในประเทศไทย

รัฐออกใบอนุญาติให้มีสารซีเซียม-137 = 1,546  ใบ
873 หน่วยงานมี ซีเซียม-137 อยู่ในมือ
โรงงานอุตสาหกรรมมีใบอนุญาติ 694 ฉบับ
395 โรงงาน มีสาร ซีเซียม-137

ใน Australia ที่พบสารตัวนี้ ประเทศไทยมากกว่า 50 เท่า

Cr: ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย

น่าสะพรึง! หมอเผยถ้าซีเซียม-137 ถูกเผา ปลิวไกลถึงพันกิโลฯ แค่หายใจก็เสี่ยงมะเร็ง

 Wink

 8 
 เมื่อ: มีนาคม 22, 2023, 08:48:36 AM 
เริ่มโดย ช่างเล็ก(LSV) - กระทู้ล่าสุด โดย eskimo_bkk-LSV team♥
ซีเซียม 137 คืออะไร มีอันตรายอย่างไร?

ภายหลังจากที่ ท่อเก็บสารกัมมันตรังสี
“ซีเซียม-137” (Sesium-137) หายไป
จากโรงงานไฟฟ้าพลังงานไอน้ำแห่งหนึ่งใน อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี
และยังค้นหาไม่พบ ( ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องท่อวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ที่หายไป )
(พบแล้วในโรงหลอม 22/3/2566)
อาจเป็นอันตรายต่อผู้ที่ได้สัมผัสกับสารกัมมันตรังสี
ที่อาจรั่วไหลหากสัมผัสในปริมาณสูงและยาวนาน
ซึ่งอาการจะขึ้นอยู่กับปริมาณรังสีที่ได้รับด้วย
แล้วสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 คืออะไร มีอันตรายอย่างไร
ส่งผลให้เกิดโรคภัยอะไรได้บ้าง

ซีเซียม-137 คืออะไร

ซีเซียม 137 คือ สารไอโซโทปของซีเซียมซึ่งเป็นสารกัมมันตรังสี
ที่มีเลขอะตอมเท่ากับ 55 มีครึ่งชีวิต 30 ปี
สลายโดยปล่อยรังสีบีตาและรังสีแกมมา
เป็นหนึ่งในผลผลิตการแบ่งแยกนิวเครียสและซีเซียม 137
ที่เป็นสารก่อมะเร็ง ซึ่งโอกาสที่จะเป็นมะเร็งต้องได้รับสารปนเปื้อน
เมื่อได้รับเข้าไปจะกระจายไปทั่ว ส่วนใหญ่จะสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อ ตับ และไขกระดูก

ประโยชน์จากซีเซียม

ส่วนใหญ่ ซีเซียม 137 จะถูกใช้ในงานหรือเครื่องมือเฉพาะ
แต่ปริมาณรวมของการใช้ไม่มากนัก
มีการใช้ในทางการแพทย์ มาตรวัดกระแสน้ำในท่อโรงงานอุตสาหกรรม
และโรงงานนิวเคลียร์ ดังนี้( 395 โรงงาน/ในประเทศไทยใช้สารนี้)

    1. ใช้ในการผลิต photoelectric cell เพราะเป็นธาตุที่ถูกอิออไนซ์โดยแสงได้ง่าย
         (เปลี่ยนเป็นอิออนบวกโดยแสงได้อย่างง่ายดาย)
    2. ใช้ผลิต cesium vapor thermionic converter
    3. ใช้ในระบบการผลิตพลังงานและ magnetohyhrodynamic
    4. ใช้เป็นตัวเร่งสำหรับปฏิกิริยาไฮโดรพิเนชันและเชื้อเพลิงจรวด
    5. ซิเซียมไฮดรอกไซด์ (CsOH) ใช้เป็นอิเลกโตรไลต์
        ของเซลล์สะสมไฟฟ้าแบบด่าง (alkaline stronge batteries)
    6. ซีเซียมคาร์บอเนต (Cs2CO3) ใช้ทำแก้วที่ใช้งานเฉพาะ

อันตรายจากซีเซียม

สารซีเซียม-137 เป็นกัมมันตภาพรังสี (radioactivity)
หากสัมผัสในช่วงเวลาสั้น ๆ อาจจะไม่มีผลต่อร่างกายที่ชัดเจน
แต่หากสัมผัสในระยะเวลานานและปริมาณสูงขึ้น
 จะเริ่มมีผลต่อร่างกาย ทำให้เกิดผื่นแดงตามผิวหนัง ผมร่วง แผลเปื่อย
หากสัมผัสในปริมาณสูงและยาวนาน
อาจเกิดพังผืดที่ปอด เกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
เกิดต้อกระจกขึ้นในนัยน์ตา ซึ่งอาการจะขึ้นอยู่กับ
ปริมาณรังสีที่ได้รับ

โดยมีคุณสมบัติดังนี้

    • สามารถทำปฏิกิริยากับน้ำและกลายเป็นซีเซียมไฮดรอกไซด์ (cesium hydroxide)
       ซึ่งเป็นสารประกอบที่ละลายน้ำ
    • มีคุณสมบัติในทางชีววิทยาคล้ายกับโปแตสเซียม (potassium)
       และรูบิเดียม (rubidium) เมื่อเข้าไปในร่างกาย
       ซีเซียมจะกระจายไปทั่วร่างกาย โดยมีความเข้มข้นสูงที่กล้ามเนื้อและกระดูก
    • ถ้าบังเอิญได้รับซีเซียม-137 เข้าไปในร่างกาย
       ควรรับประทานปรัสเซียนบลู (Prussian blue)
       ซึ่งจะไปทำปฏิกิริยาเคมีโดยจับกับซีเซียม
       ทำให้ขับออกจากร่างกายได้เร็วขึ้น

การควบคุมดูแลซีเซียม-137 ที่ใช้เป็นต้นกำเนิดรังสีแกมมาที่ไม่รัดกุมพอ
อาจจะทำให้เกิดการรั่วไหลของรังสีไอโซโทปและ
เกิดการเจ็บป่วยจากรังสีได้ ซึ่งซีเซียมที่ใช้เป็นต้นกำเนิดรังสีแกมมา
จะถูกเก็บอยู่ในภาชนะโลหะ
อาจจะถูกทิ้งปะปนไปกับโลหะเก่าและถูกนำไปหลอม
ทำให้เกิดโลหะผสมที่มีกัมมันตภาพรังสี

นอกจากนี้ หากปนเปื้อนลงไปในน้ำ
จะส่งผลให้เกิดการกลายพันธุ์ในสัตว์
ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณการรับและการสะสม
หากสัตว์รับสารรังสีเข้าไปจะเพิ่มความเข้มข้นสะสมในห่วงโซ่อาหาร
แต่ยังไม่มีผลยืนยันที่ชัดเจนว่าจะถึงขั้นเปลี่ยนระบบนิเวศน์ใต้ทะเลได้

อุบัติเหตุจาก ซีเซียม-137 เคยเกิดที่ไหนบ้าง

    1. อุบัติเหตุที่ Goiania accident ที่มีการทิ้งสารกัมมันตรังสี
จากอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำรังสีรักษาจากคลินิกในเมือง Goiania ประเทศบราซิล
ทำให้คนเก็บขยะนำไปขายให้กับคนที่รับซื้อ
เนื่องจากคิดว่าเป็นของแปลก กรณีนี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
และเสียชีวิตจากการได้รับรังสีจำนวนหลายคน

    2. อุบัติเหตุที่ Acer inox accident ในปี 1988
เมื่อบริษัท Acer inox ซึ่งดำเนินกิจการแปรรูปของเก่า (recycling company ) ของสเปน
ได้เกิดอุบัติเหตุโดยทำการหลอมซีเซียม-137 จากต้นกำเนิดรังสีแกมมา

    3. ในปี 2009 บริษัทซีเมนต์ของประเทศจีน ในจังหวัด Shaanxi
ได้รื้อโรงงานผลิตซีเมนต์เก่าที่เลิกใช้แล้ว
โดยไม่ได้ดำเนินการตามมาตรฐานการปฏิบัติงานกับสารรังสี
ทำให้ซีเซียม-137 บางส่วนที่ใช้ในเครื่องมือตรวจวัดซีเมนต์
ถูกส่งไปหลอมรวมไปกับโลหะที่ไม่ใช้แล้ว 8 คันรถที่โรงงานหลอมเหล็ก

สงสัยว่าเจอ “ซีเซียม-137” ทำอย่างไร

ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
ให้คำแนะนำว่า วัตถุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ที่สูญหาย
 มีลักษณะเป็นแท่งทรงกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 นิ้ว
มีตะกั่วปกป้องอยู่ชั้นในและห่อหุ้มด้วยเหล็ก
หากยังอยู่ในสภาพเดิมจะไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม
และจากการประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่า
วัตถุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ที่สูญหาย
ได้หลุดออกจากเครื่องกำบัง จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย
ของประชาชนและสิ่งแวดล้อม

 ดังนั้นหากเจอวัตถุต้องสงสัย โดยเฉพาะชนิดที่เป็นโลหะ
มีสัญลักษณ์รูปใบพัด มีคำเตือนภาษาอังกฤษ Dangerous หรือคำว่า Radio Active และอื่นๆ
ขอให้อยู่ให้ห่างและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ
ทั้งนี้หากบังเอิญว่ามีการสัมผัสโดยไม่รู้ตัว ให้ถอดเสื้อผ้า ชำระร่างกาย
นำเสื้อผ้าชุดนั้นใส่ถุงมัดปากไว้ในที่ปลอดภัยห่างไกล
แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบปริมาณรังสีและเพื่อนำไปทำลายต่อไป

โค๊ด:
Cr: https://www.smk.co.th/newsdetail/3012

 9 
 เมื่อ: มีนาคม 22, 2023, 08:43:07 AM 
เริ่มโดย ช่างเล็ก(LSV) - กระทู้ล่าสุด โดย ช่างเล็ก(LSV)
https://www.pohchae.com/2023/03/22/caesium-137-3/
ใครโดน ซีเซียม137 จะเป็นอย่างไร? ไปหาหมอตอนไหน? แนะเฝ้าระวัง 5 ปี!
#ซีเซียม137  #ไปหาหมอ   #สุดอันตราย #สัมผัสจะป่วยหนัก #มะเร็ง
----------------


20 มีนาคม 66 กรมควบคุมโรค ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับ ซีเซียม-137 รวมทั้งเผยอาการที่พบเมื่อสัมผัสสารกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 รวมทั้ง ข้อควรปฏิบัติหลังการสัมผัส โดยมีข้อมูลดังต่อไปนี้..

ซีเซียม-137 คืออะไร

ซีเซียม-137 เป็นสารกัมมันตรังสี ที่มีลักษณะโลหะอ่อนมาก สีทองเงิน เป็นของเหลวที่อุณหภูมิห้อง แต่มักจะจับตัวกับคลอไรด์กลายเป็นผงผลึก ปล่อยรังสีเบต้า และแกมมา ใช้ในโรงงาน นอกจากนี้ ยังใช้เป็นเครื่องมือทางการแพทย์รักษามะเร็ง

อาการที่พบเมื่อสัมผัสสารกัมมันตรังสี ซีเซียม-137

– ไข้

– คลื่นไส้

– อาเจียน

– เบื่ออาหาร

– ถ่ายเหลว

– ผิวหนังบริเวณที่โดนรังสีจะเกิดแผลไหม้พุพอง

– ในกรณีสัมผัสปริมาณมาก ส่งผลกระทบต่อระบบเลือด กดไขกระดูก ระบบประสาท ชักเกร็ง และอาจเสียชีวิตได้

ข้อควรปฏิบัติหลังการสัมผัส ซีเซียม-137

– ลดการปนเปื้อน โดยล้างตาให้น้ำไหลผ่านจากหัวตาไปทางหางตาด้วยน้ำสะอาด ล้างมือ อาบน้ำ สระผม และเปลี่ยนเสื้อผ้าใส่ถุงปิดปากให้สนิทเพื่อตรวจสอบว่ามีการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีหรือไม่

– ไปลงทะเบียนยังหน่วยงานที่กำหนด ให้มีการจัดทำทะเบียนผู้สัมผัสหรืออยู่ในเหตุการณ์เพื่อการเฝ้าระวังสุขภาพและควบคุมการแพร่กระจายของกัมมันตรังสี

– ห้ามหยิบจับวัตถุทุกชนิด ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม ห้ามนำมือสัมผัสบริเวณภายในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ได้กำหนดไว้ให้เป็นพื้นที่อันตราย

การป้องกันและการปฏิบัติตน

– หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารกัมมันตรังสีหรือกล่องเหล็กต้องสงสัย

– ถ้าอยู่ในที่เกิดเหตุให้ไปลงทะเบียนผู้สัมผัสสารกัมมันตรังสียังหน่วยงานที่กำหนด

– รวบรวมสิ่งของหรือเสื้อผ้าที่คาดว่าอาจมีการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบก่อนนำไปใช้

– ควรล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม

– ติดตามข้อมูลสถานการณ์การเกิดเหตุ และปฏิบัติตามประกาศอย่างเคร่งครัด

– อย่างไรก็ตาม ให้สังเกตอาการที่ควรพบแพทย์ ได้แก่ คลื่นไส้อาเจียน ถ่ายเหลวมากเกินกว่า 2 ครั้ง มีไข้ หนาวสั่น ชักเกร็ง มีเลือดออกที่ใดที่หนึ่งภายในหนึ่งสัปดาห์หลังโดนรังสี หรือมีการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี ซีเซียม-137

ทั้งนี้ หากสงสัยมีอาการดังกล่าว ติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี โทร 037-211626 ต่อ 102 และเข้ารับการรักษาที่ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน พร้อมทั้งแจ้งประวัติสัมผัสสารกัมมันตรังสี ซีเซียม-137

ดร.สนธิ ชี้ ซีเซียม-137 หากปนเปื้อนอาจกระทบระยะยาว ต้องเฝ้าระวังอย่างน้อย 5 ปี

ขณะที่ สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat หัวข้อความจริงที่ต้องยอมรับเพื่อนำไปสู่การจัดการสำหรับ ซีเซียม-137 ที่ถูกหลอมไปแล้ว ระบุว่า..

1. ข้อมูลกรมโรงงานแท่งซีเซียม-137 ถูกหลอมกับเศษเหล็กแล้วที่โรงงานหลอมเหล็กใน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี แล้วได้นำฝุ่นแดง 12.4 ตันในโรงงานไปสู่กระบวน การรีไซเคิล ที่ จ.ระยอง ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2566

2. กระบวนการหลอมเหล็กในเตาหลอม จะนำเศษเหล็ก (ซึ่งกรณีนี้มีแท่งซีเซียม-137 มารวมด้วย) มาอัดกันเป็นก้อนแล้วเทเข้าสู่เตาหลอมที่มีอุณหภูมิสูงถึง 1,200 องศาฯ ขณะที่เพิ่มความร้อนจะมีฝุ่นเหล็กละเอียดออกมาลอยผ่าน Hood ขึ้นไปสู่ถุงกรองฝุ่นหรือ Baghouse filter ซึ่งจะทำการกรองฝุ่นละเอียดไว้ได้ถึง 90% อีก 10% จะลอยออกไปที่ปลายปล่องสู่บรรยากาศ ขณะที่ก้นเตาหลอมจะมีตะกรันเหล็กหรือ Slag ที่เผาไหม้ไม่หมดกองอยู่ด้วย

3. ดังนั้นที่ปลายปล่องมีฝุ่นละเอียดกับซีเซียม-137 ระบายออกไปสู่บรรยากาศรอบ ๆ โรงงานหลอมเหล็กซึ่งอาจไปไกลมากกว่า 5 กิโลเมตร ส่วนฝุ่นแดงกับซีเซียม-137 ในถุงกรองหรือ Baghouse filter จะถูกบรรจุในถุงขนาดใหญ่นำไปรีไซเคิลยังโรงงานใน จ.ระยอง เพื่อสกัดธาตุสังกะสีออกมา ซึ่งการสกัดต้องใช้การถลุงที่ใช้ความร้อนสูงจึงอาจมีซีเซียม-137 ปนเปื้อนออกมาที่ปลายปล่องสู่บรรยากาศรอบ ๆ โรงงานนั้นใน จ.ระยองด้วย ส่วนตะกรันเหล็กหรือ Slag ทราบว่าโรงงานหลอมเอาไปฝังกลบไว้รอบ ๆ โรงงาน ดังนั้นจึงอาจมีสารซีเซียม-137 ปนเปื้อนในดิน น้ำผิวดินและน้ำใต้ดินได้

4. สิ่งจะเกิดขึ้นในอนาคตหากสารซีเซียม-137 ปะปนในสิ่งแวดล้อมทั้งอากาศ ดิน น้ำผิวดิน น้ำใต้ ดินและอาจเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศวิทยา เข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ทั้ง การหายใจและทางอาหาร เช่น ซีเซียม-137 ลงในน้ำเข้าสู่ตัวปลาและมนุษย์จับปลามากิน เป็นต้น ..

หรือหายใจเอาฝุ่นของซีเซียม-137 เข้าไปจะสะสมอยู่ในร่างกาย ซึ่งสารซีเซียม-137 จะปล่อยรังสีแกมมาและเบตาออกมา การสลายตัวครึ่งชีวิตใช้เวลาถึง 30 ปี รังสีที่แผ่ออกมาจากฝุ่นซีเซียม-137 จะทำให้เซลล์ในร่างกายเกิด กลายพันธุ์ หรือกลายเป็นเซลล์ที่ผิดปกติ บางส่วนของรังสีจะไปกระตุ้นโครโมโซมในยีนส์ให้เปลี่ยนรูป สุดท้ายประมาณ 5-10 ปี ก็อาจกลายเป็นมะเร็งได้

5. ผลกระทบต่อสุขภาพในปัจจุบันอาจไม่ค่อยเห็น แต่ระยะยาวหากรับสารนี้เข้าไปไม่ว่าทางการหายใจหรือการกินมีผลกระทบแน่ ดังนั้นภาครัฐต้องเฝ้าระวังสุขภาพของพนักงานและประชาชนรวมทั้งในสิ่งแวดล้อมและในอาหารสัตว์น้ำ พืช ผัก ผลไม้ที่ปลูกใกล้เคียงโรงงานอย่างน้อย 1-2 ปี ให้แน่ใจว่าไม่มีสารซีเซียม-137 ตกค้างในห่วงโซ่อาหารแล้วจึงค่อยวางมือ ขณะเดียวกันภาครัฐฯต้องบอกความจริงเกี่ยวกับผลของการตรวจวัดรังสีและผลกระทบต่อสุขภาพให้ประชาชนทราบ รวมทั้งเฝ้าระวังสุขภาวะประชาชนกลุ่มเสี่ยงในรัศมี 5 กิโลเมตรอย่างน้อย 5 ปีด้วย

ติดตามคลิปภาพและเนื้อหาทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์เวอร์ชั่นใหม่ของพวกเราได้ที่ >  https://www.pohchae.com/2023/03/22/caesium-137-3/

 10 
 เมื่อ: มีนาคม 21, 2023, 10:13:45 AM 
เริ่มโดย ช่างเล็ก(LSV) - กระทู้ล่าสุด โดย ช่างเล็ก(LSV)
https://www.pohchae.com/2023/03/21/caesium-137-2/
เตือนหายนะ ซีเซียม137โดนหลอมเป็น“ฝุ่นแดง”ลอยไกลไปได้นับร้อยกิโลเมตร คนเสี่ยงมะเร็ง
#เตือนหายนะ   #ซีเซียม137 #หลอม #ฝุ่นแดง   #เสี่ยงมะเร็ง
---------------




หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media

lsv2555Please follow the new website at https://www.pohchae.com

Valid CSS!