ไฟไหม้วิหารน็อทร์-ดาม ของฝรั่งเศส พังเสียหายยับ
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ไฟไหม้วิหารน็อทร์-ดาม ของฝรั่งเศส พังเสียหายยับ  (อ่าน 11 ครั้ง)
ช่างเล็ก(LSV)
Administrator
member
*

คะแนน1342
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17207


คิดดี ทำดี ชีวิตมีแต่สุข


อีเมล์
« เมื่อ: เมษายน 16, 2019, 04:18:37 PM »

หากอ่านบทความไม่พอดีกับจอมือถือ ดูเนื้อหาและคลิปวีดีโอที่เกี่ยวข้อง> เว็บไซต์ใหม่ของพวกเรา w ww.ubmthai.com เวอร์ชั่นสมาร์ทโฟน >>คลิ๊ก!! https://www.pohchae.com/2019/04/16/notre-dame-cathedral/



-ดาม แห่งปารีส (Notre Dame Cathedral) วิหารเก่าแก่อายุ 850 ปี แต่ละปีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากถึง 13 ล้านคน เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของกรุงปารีส เมื่อวันที่ 15 เม.ย. (ตามเวลาท้องถิ่น ) ซึ่งเพลิงได้สร้างความเสียหายอย่างหนัก..

(16 เม.ย.) ขณะที่พวกผู้นำทั่วโลกก็ต่างออกมาแสดงความเสียใจต่อเหตุไฟไหม้ครั้งนี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสหภาพยุโรป, วาติกัน, อังกฤษ, สเปน, อิตาลี,เบลเยียม, ออสเตรีย, ยูเนสโก และสหรัฐฯ

โดย นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีของฝรั่งเศส ได้ทวีตข้อความเศร้าเสียใจกับภาพความสูญเสียครั้งนี้ ก่อนจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบความเสียหาย โดยผู้นำฝรั่งเศสให้สัมภาษณ์ว่า มหาวิหารแห่งนี้จะถูกสร้างขึ้นใหม่ เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งฝรั่งเศส ซึ่งอาจจะมีการระดมทุนจากนานาชาติเพื่อการฟื้นฟูต่อไป

ขณะที่ นายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทวีตข้อความถึงเหตุการณ์ไฟไหม้ เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ได้เห็นภาพเพลิงไหม้ครั้งใหญ่เผาผลาญมหาวิหารน็อทร์-ดาม ถ้าใช้เครื่องบินบรรทุกน้ำช่วยดับไฟ อาจได้ผล และขอให้เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสเร่งดำเนินการโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม ทวีตของนายโดนัล ทรัมป์ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะการดับไฟที่อาสนวิหารน็อทร์-ดาม นั้นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากมีโครงสร้างเก่าที่อาจไม่ทน และมีสิ่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อยู่มาก การใช้เครื่องบินดับไฟนั้นทำไม่ได้ เนื่องจากน้ำที่เทลงมาอย่างแรงจะทำลายโครงสร้างหลัก

ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ นายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งได้ทวีตข้อความแสดงความรู้สึกเสียใจไปถึงคนฝรั่งเศส โดยระบุว่า มหาวิหารน็อทร์-ดาม เป็นสมบัติอันล้ำค่าและยิ่งใหญ่ของโลก พร้อมกับเชื่อว่า วิหารแห่งนี้จะถูกสร้างขึ้นใหม่ในไม่ช้า..

ทั้งนี้ มหาวิหารน็อทร์-ดาม แห่งปารีส เริ่มก่อสร้างเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1163 มาเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1345 และองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ( World Heritage) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ.1990 โดยตัวอาคารมีโครงสร้างเป็นไม้ และใช้วัสดุอื่นๆ อาทิ หิน ตะกั่ว และกระจกสี ภายในมีรูปปั้นและภาพจิตรกรรมที่สวยงามเกี่ยวกับพระแม่มารี สามารถเดินขึ้นบันได 387 ขั้น เพื่อไปถึงยอดโบสถ์ได้.


บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: