ใช้หญ้าเนเปียร์เป็นอาหารสัตว์เพื่อเสริมโปรตีนในอาหารหลัก
LSVคลังสมองออนไลน์ "ปีที่14"
ธันวาคม 14, 2018, 05:04:59 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ใช้หญ้าเนเปียร์เป็นอาหารสัตว์เพื่อเสริมโปรตีนในอาหารหลัก  (อ่าน 214 ครั้ง)
nongtop
ผู้ช่วย Admin
member
*****

คะแนน682
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1432


อีเมล์
« เมื่อ: ธันวาคม 28, 2017, 03:15:04 PM »



หากอ่านบทความไม่พอดีกับจอมือถือ คลิ๊ก!!ดูเนื้อหาเกี่ยวข้อง> w ww.ubmthai.com เวอร์ชั่นสมาร์ทโฟน >> www.pohchae.com


.
.         หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 เป็นหญ้าที่มีโปรตีน และมีผลผลิตสูง ในปัจจุบันมีการส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปลูก เพื่อนำไปใช้เลี้ยงสัตว์ ซึ่งคุณสมบัติของหญ้าเนเปียร์ปากชํอง 1 สามารถปลูกได้ง่าย โตเร็ว เหมาะสาหรับตัดให้สัตว์กินแบบสด หรือหมักให้กิน จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทางเกษตรกรสามารถนำมาใช้เพื่อใช้ลดต้นทุนคำอาหารในการเลี้ยงสุกร และเป็นแหลํงอาหารโปรตีนราคาถูกในสถานการณ์ขาดแคลนอาหารเลี้ยงสัตว์
หญ้าเนเปียร์ ปากช่อง 1 ไม่เพียงจะเป็นอาหารชั้นเลิศสำหรับสัตว์ เคี้ยวเอื้อง อย่าง โคนม โคเนื้อ เท่านั้น...วันนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ยังเหมาะกับการเลี้ยงสุกรอีกด้วย การนำปฏิบัติจริง ให้หมูในฟาร์มได้กินกันจริงๆ ยังได้ผลช่วยลดต้นทุนค่าอาหาร ข้นให้กับฟาร์มเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์สุกรขนาด 300 แม่ ได้ถึงปีละ 900,000 บาท หรือ 3,000 บาท ต่อตัวต่อปี (คิดจากค่าอาหารข้น ราคา กก.ละ 12 บาท) “เมื่อก่อนฟาร์มของเราเลี้ยงแม่หมูต้องใช้อาหารข้นประมาณ 1,000-11,000 กก.ต่อตัวต่อปี แต่หลังจากได้นำพันธุ์หญ้าเนเปียร์ ปากช่อง 1 ของ กรมปศุสัตว์ มาปลูกในพื้นที่ 2 ไร่ภายในฟาร์ม เพื่อนำหญ้าเนเปียร์มาตัดสับให้เป็นชิ้นเล็กผสมกับอาหารข้น ในสัดส่วน อาหารข้น 2-2.5 กก. ต่อหญ้าเนเปียร์ 1 กก. ปรากฏว่า การเจริญเติบโต การให้ลูกของแม่สุกรไม่มีปัญหา แถมสุขภาพแม่หมู การให้นมลูกดีกว่าเดิม..” สัตวแพทย์หญิงธิวากร ศิริโชคชัชวาล ผันตัวจากหมอหมูมาเป็นเจ้าของ ฟาร์มฟินนอร์ เอเชีย ต.วังหมั่น อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ฟาร์มผลิตแม่พันธุ์สุกรทนสภาพอากาศร้อนแบบประเทศไทยมากว่า 15 ปี เผยถึงการเปลี่ยนแปลงหลังจากปลูกหญ้าเนเปียร์ ปากช่อง 1 มาร่วม 2 ปี   [embed]https://youtu.be/NzDe3Tb1F3g[/embed] “หมูก็เหมือน กับคนนั่นแหละ กินอิ่ม ถ่ายสะดวก หลับสบายก็มีความสุข แต่ถ้าการกินอิ่มแล้วไม่ถ่าย ท้องผูก มันก็จะอึดอัดเครียด ไม่สบายตัว ไม่ สบายใจ เหมือนคนนี่แหละ อาหารที่ให้หมูกินจึงจำเป็นต้องมีเยื่อ ใย ไฟเบอร์ ช่วย ให้การขับถ่ายด้วยถึงจะดี ในอาหารข้นถึงจะมีเยื่อใย ไฟเบอร์ผสมอยู่ก็ตาม แต่ไม่เพียงพอ เราเลยต้องให้เสริม ที่ผ่านมา เราจะใช้รำ หยาบ แต่เนื่องจากการปลูกข้าวสมัยนี้ใช้สารเคมีกันมาก มีสิทธิปนเปื้อนเข้ามาในรำได้ และในช่วงที่เรากำลังกังวลเรื่องรำหยาบ เป็นจังหวะเดียวกับกรมปศุสัตว์กำลังศึกษาเรื่องนี้ เราจึงนำพันธุ์หญ้าเนเปียร์มาปลูกในฟาร์ม เชื่อว่าหมูกินได้แน่ เพราะระบบทางเดินอาหารลำไส้ใหญ่ส่วนปลายของหมูเหมือนกับสัตว์เคี้ยวเอื้อง สามารถดูดซึมวิตามินบีได้ดีด้วย”
นอกจากจะช่วยลดต้นทุน ข้อดีอีกประการ นำหญ้าเนเปียร์สดๆ นำมาหั่นสับผสมกับอาหารข้น สพ.ญ.ธิวากร บอกว่า ช่วยให้รูปร่างของแม่หมูได้สัดส่วน ไม่อ้วนเกินไป ในขณะที่หญ้าเนเปียร์ไปช่วยขยายกระเพาะแม่หมูใหญ่ขึ้น มีผลดีในช่วงให้ลูก กระเพาะที่ขยายจะกระตุ้นให้แม่หมูกินอาหารได้มากขึ้น มีน้ำนมให้ลูกได้ดูดดื่มมากขึ้นด้วยนั่นเอง...ไม่เหมือนให้กินแต่อาหารข้น แม่หมูอ้วนอุ้ยอ้าย ลุกขึ้นไปหากินไม่ไหว น้ำนมเลยมีไม่พอไปเลี้ยงลูก

หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 วัสดุลดต้นทุนอาหารสัตว์ ในยามที่อาหารขาดแคลน

มีเกษตรกรอีกหลายๆ คนที่เลี้ยงสัตว์เอาไว้สำหรับขาย หรือเลี้ยง และส่วนหนึ่งต้องกลุ้มใจกับค่าอาหารในแต่ละมื้อ เพราะกว่าสัตว์เหล่านั้นจะเติบโตเต็มที่ จะต้องหมดค่าอาหารไปอีกมากมายเท่าไหร่ บางคนไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อที่จะได้มีเงินสำหรับการซื้ออาหารหรือวัตถุดิบเพื่อมารองรับต่อการเจริญเติบโตของสัตว์เหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรืออาหารเสริม ยารักษาโรค ฯลฯ อื่นๆ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น แต่ในปัจจุบันมีการหันมาใช้วิธีการลดต้นทุนอาหารสัตว์ด้วยวิธีที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการใช้หญ้าพันธุ์เนเปียร์ปากช่อง1 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวัสดุของการลดต้นทุนอาหารสัตว์ วิธีการใช้ประโยชน์จากหญ้าพันธุ์เนเปียร์ปากช่อง1 เพื่อลดต้นทุนอาหารสัตว์ การใช้หญ้าพันธุ์เนเปียร์ปากช่อง1 สำหรับนำมาเป็นหญ้าหมักเพื่อนำมาเสริมโปรตีนให้กับสัตว์เลี้ยงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กระบือ โค แพะ สุกร แกะ ไก่ไข่ เป็ดไข่ หรือไก่พื้นเมือง ฯลฯ ซึ่งในปัจจุบันมีการผลิตหญ้าพันธุ์เนเปียร์ปากช่อง1 ซึ่งนำมาแปรรูปเป็นหญ้าหมักที่มีปริมาณโปรตีนสูงเพื่อใช้สำหรับเป็นการช่วยลดต้นทุนค่าอาหารสำเร็จรูป โดยจะช่วยให้เกษตรกรมีรายจ่ายที่ลดลง และมีอาหารสำหรับสัตว์เหล่านั้นเพิ่มขึ้นราคาที่ถูกลง วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมการทำหญ้าเนเปียร์ปากช่องสำหรับหมัก การทำหญ้าพันธุ์เนเปียร์ปากช่อง1 สำหรับมาใช้หมักเพื่อเป็นอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงต่างๆ เพื่อช่วยในเรื่องการลดต้นทุนอาหารสัตว์ จะต้องเตรียม หญ้าพันธุ์เนเปียร์ปากช่อง1, ถุงพลาสติกทึบแสงที่มีความหนาพิเศษ หรืออาจจะใช้กระสอบอาหารสัตว์ เก่าๆ ที่มีพลาสติกรองชั้นใน,มีดและเขียง หรือ เครื่องสับ และหั่นหญ้า เชือกสำหรับมัดปากถุง หรือกระสอบ ขั้นตอนและวิธีการทำการทำหญ้าพันธุ์เนเปียร์ปากช่อง1 ขั้นตอนการทำการทำหญ้าพันธุ์เนเปียร์ปากช่อง1 สำหรับหมักก็คือ นำการทำหญ้าพันธุ์เนเปียร์ปากช่อง1 มาหั่นด้วยเครื่องหั่นหรือใช้มีดสับให้ละเอียดทั้งลำต้นและใบ โดยให้มีขนาดประมาณ1 ถึง 2 นิ้ว จากนั้นนำหญ้าที่สับแล้วไปบรรจุใส่ลงในถุงพลาสติกทึบแสงให้ได้อย่างน้อย 2 ชั้น หรืออาจใช้กระสอบอาหารสัตว์ใบเก่าที่มีถุงพลาสติกรองจากชั้นใน แล้วใช้มือกดอัดให้แน่นเป็นชั้นๆ เพื่อทำการไล่อากาศออกให้มากที่สุด และเมื่อหญ้าสดใกล้จะเต็มถุงแล้วให้จัดการรวบปากถุงแล้วกดให้แน่นอีกครั้ง แล้วจึงใช้เชือกรัดปากถุงให้แน่น ซึ่งหากถุงพลาสติกรั่วให้ใช้เทปใสทำการปิดรอยรั่วให้สนิทเพื่อไม่ให้อากาศภายนอกเข้าไป จากนั้นนำหญ้าที่ได้ไปเก็บไว้ในที่ร่มประมาณ 21 วัน จะทำให้หญ้าสดเปลี่ยนสภาพเป็นหญ้าหมักแต่ยังคงคุณค่าทางโภชนาการอาหารเหมือนกับหญ้าพันธุ์เนเปียร์ปากช่อง1 แบบสดๆ ที่มีโปรตีนสูง และยังสามารถเก็บไว้ใช้งานได้นาน 6 เดือน การใช้การทำหญ้าพันธุ์เนเปียร์ปากช่อง1 ที่ผ่านการหมักแล้วจะช่วยในการลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ได้ ซึ่งในหญ้าหมักมีจุลินทรีย์ที่จะส่งผลเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร และสามารถนำไปใช้เลี้ยงสัตว์ต่างๆ ใช้สำหรับเป็นเสบียงอาหารสัตว์ได้ในยามที่ขาดแคลนอาหาร
หญ้าเนเปียร์อาหารเลี้ยงหมู
มีการทดลองเลี้ยงเป็น 2 แบบ คือ
-อาหารข้นผสมหญ้าเนเปียร์หมัก 10% กับ ผสมหญ้าเนเปียร์หมัก 20%
-เลี้ยงด้วยอาหารข้นอย่างเดียว
ผลการทดลอง นายกมล ฉวีวรรณ์ นักวิชาการสัตวบาลชำนาญการพิเศษ สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า การเลี้ยง 118 วัน ด้วยการให้อาหารข้นผสมหญ้าเนเปียร์หมัก 10% ช่วยให้หมูเติบโตได้ดีมีน้ำหนักตอนจับขายที่ 110 กก. ขณะที่เลี้ยงด้วยอาหารข้นอย่างเดียวมีน้ำหนักแค่ 106 กก.
ช่วยลดต้นทุนค่าอาหารข้นไปได้ตัวละ 465 บาท และทำให้รายได้จากการขายหมูที่มีน้ำหนักเพิ่มอีกตัวละ 264บาท... รวมแล้วช่วยให้ เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นตัวละ 729บาท
ส่วนการเลี้ยงด้วยอาหารข้นผสมหญ้าเนเปียร์หมัก 20% ตลอดการเลี้ยง 95 วัน...หมูที่เลี้ยงด้วยอาหารข้นอย่างเดียวมีน้ำหนัก 96 กก. ส่วนเลี้ยงด้วยหญ้าเนเปียร์ 20% มีน้ำหนักแค่ 92 กก.เท่านั้น
ขอบคุณ http://www.ubmthai.com/leksoundsmf3/index.php


บันทึกการเข้า

..กำลังหาเพื่อนร่วมเรียน+ปรึกษา..pre degreeนิติศาสตร์รามปี2ครับ


หาเงินหลักหมื่น/เดือนได้ไม่ยาก หากท่านชอบถ่ายภาพ..สนใจสมัครที่ shutterstockได้เลย..คลิ๊ก!!ครับ. Huh?
 

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media

lsv2555Please follow the new website at https://www.pohchae.com

Valid CSS!