Custom Search
เที่ยว..สวนลุงนิล ชุมพร พืชคอนโดฯ 9 ชั้น ทำแบบสบายใจ กำไรปีละหลายล้าน..
MUSICONICA
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เที่ยว..สวนลุงนิล ชุมพร พืชคอนโดฯ 9 ชั้น ทำแบบสบายใจ กำไรปีละหลายล้าน..  (อ่าน 1616 ครั้ง)
ช่างเล็กๆ(LSV)
Administrator
member
*

คะแนน 791
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14755


คิดดี ทำดี ชีวิตมีแต่สุข


« เมื่อ: มีนาคม 18, 2013, 04:21:09 pm »



สวนลุงนิล
เจ้าของรางวัล Tourism Awards ปี 2553 ประเภทแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรดีเด่น

“ลุงนิล” เป็นชื่อที่ชาวบ้านในละแวก ต.ช่องไม้แก้ว อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร คุ้นเคยเรียกขานกัน ส่วนชื่อจริง คือ “สมบูรณ์ ศรีสุบัติ” เป็นหนึ่งใน 25 ปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) คัดเลือกขึ้นมาเป็นปราชญ์เกษตรฯนำร่อง เพื่อเป็นกลไกขยายผลองค์ความรู้และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชนในเขตปฏิรูปที่ดิน และประชาชนทั่วไป แปลงเกษตรของลุงนิลมีระบบการจัดการที่ลงตัวบนเนื้อที่ 17.13 ไร่ ที่ ส.ป.ก. จัดสรรให้ทำกิน ทุกตารางเมตรถูกใช้ ประโยชน์อย่างคุ้มค่าทั้งปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ช่วยเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายในครัวเรือน โดยเฉพาะการปลูกพืช 5 ชั้น เลียนแบบคอนโดมิเนียม สามารถทำเงินรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือนและรายปีให้ลุงนิลอยู่ได้พอมี พอกิน

แรกเริ่มลุงนิลเข้าทำประโยชน์ในที่ดินผืนนี้ ด้วยการปลูกพืชเชิงเดี่ยว คือ ทุเรียนหมอนทอง รวมกว่า 700 ต้น แต่เนื่องจากขาดประสบการณ์และความรู้ด้านการจัดการสวนทุเรียน ทำให้ประสบภาวะขาดทุน ธุรกิจล้มเหลว ทั้งยังมีหนี้สินติดตัวอีกหลายแสนบาท บทเรียนครั้งนั้นทำให้ลุงนิลเกิดความท้อแท้ แต่ภายหลังได้รับฟังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่านทางทีวีเมื่อปี 2540 ทำให้ลุงนิล รู้จักประมาณตน รู้จักตนเอง และมีกำลังใจฮึดสู้อีกครั้ง โดยยึดมั่นอยู่บนพื้นฐานของความพอเพียง และความพอดี

จากนั้นลุงนิลก็ศึกษาและเริ่มทำการ เกษตรผสมผสาน และเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ เน้นใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการปลูกพืชหลักและพืชแซมพร้อมกับเลี้ยงสัตว์ เบื้องต้นได้ปลูกพืชที่ชอบกินและกินสิ่งที่ปลูก ซึ่งช่วยลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ ผลของความขยันหมั่นเพียรทำให้ปัจจุบันสวนของลุงนิลเต็มไปด้วยพืชเศรษฐกิจนานาพรรณ มีการปลูกพืชเลียนแบบป่าธรรมชาติ โดยเฉพาะการ ปลูกพืช 5 ชั้น ลักษณะคอนโดมิเนียมถือเป็นไฮไลต์ของแปลงเกษตรพอเพียงผืนนี้ชั้นบนสุดเป็นพืชหลัก คือ ไม้ผลและไม้ยืนต้นที่มีต้นสูง ได้แก่ ทุเรียนหมอนทอง จำนวน 8 ไร่ หมาก 100 ต้น ลองกอง 50 ต้น ลางสาด 50 ต้น มังคุด 100 ต้น ส้มโอ สะตอ ชั้นรองลงมาปลูกพริกไทยแซมตามโคนต้นพืชหลัก ประมาณ 500 ต้น ส่วนชั้น 3 ปลูกพืชแซมตามพื้นที่ว่าง มีกล้วยเล็บมือนาง 1,000 กอ ส้มจี๊ด 9 ไร่ และส้มโชกุน 50 ต้น ขณะที่ชั้น 2 ปลูกพืชสมุนไพรที่มีต้นเตี้ยลงมาอีก ได้แก่ ตะไคร้ และข่า และชั้นล่างสุดเป็นชั้นใต้ดินปลูกขมิ้น กระชาย กลอย และ มันหอม รวมกว่า 2,000 กอ นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงปลาน้ำจืด เช่น ปลายี่สก ปลาแรด ปลานิลแดงเพื่อบริโภคในครัวเรือน ทั้งยังมีการเพาะขยายพันธุ์สุกรจำหน่ายด้วย ซึ่งขณะนี้มีแม่พันธุ์สุกรอยู่กว่า 100 ตัว

ผลของการทำบัญชีครัวเรือน ทำให้ลุงนิลรู้รายรับ รู้รายจ่าย โดยเฉพาะค่าปุ๋ยเคมีแต่ละปีคิดค่าใช้จ่ายแล้วสูงมาก จึงปรับตัวหันมาใช้ผลพลอยได้จากสุกร คือ มูลสุกร นำมาหมักใช้ปรับปรุงบำรุงดินทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี นับว่าช่วยประหยัดต้นทุนและได้ผลดีไม่แพ้กัน สำหรับใบไม้ที่ร่วงหล่นในแปลงจะปล่อยให้ทับถมกันและย่อยสลายไปเอง กลายเป็นปุ๋ยธรรมชาติ ขณะเดียวกันลุงนิลยังใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านผลิตน้ำส้มควันไม้ เป็นสารชีวภาพที่สามารถใช้ไล่แมลงศัตรูพืช และยังขจัดกลิ่นในโรงเรือนสุกรได้ด้วย

ขณะนี้ผลิตผลเกษตรพอเพียงของลุงนิลสามารถทำรายได้ให้อย่างงดงาม มีรายได้รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี ซึ่งทุก ๆ วันลุงนิลจะมีรายได้จากการจำหน่ายส้มจี๊ด พริกไทยสด วันละ ประมาณ 700-1,000 บาท ส่วนรายสัปดาห์จะมีรายได้จากการขายกล้วยเล็บมือนาง สมุนไพร และเครื่องแกง ประมาณ 10,000 บาท/สัปดาห์ รายเดือนจะจำหน่ายลูกสุกรที่เพาะพันธุ์ไว้มีรายได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท และเมื่อพืชหลักให้ผลผลิต ทำให้ลุงนิลมีรายได้รายปี จากการขายทุเรียน ลองกอง มังคุด ลางสาด กลอย มันหอม และพริกไทยแห้ง รวมกว่า 305,000 บาท ซึ่งปีที่ผ่านมา ลุงนิลมีรายได้จากผืนดินพอเพียงรวมกว่า 1,371,000 บาท

ปัจจุบันสวนลุงนิลได้รับการจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ต.ช่องไม้แก้ว อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร มีเจตนารมณ์ที่จะเผื่อแผ่ แบ่งปันและขยายผลปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่เพื่อนบ้าน ชุมชน เกษตรกรในพื้นที่และอำเภอใกล้เคียง รวมทั้งผู้สนใจทั่วไปด้วย ซึ่งขณะนี้คนในชุมชน ได้เข้ามาเรียนรู้และปรับตัวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว กว่า 85% อนาคตลุงนิลมีแผนที่จะเพาะกล้าไม้พื้นเมืองและปลูกไม้ใช้สอยในสวนเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังมีแผนที่จะชักชวนลูกหลานให้กลับมาพัฒนาบ้านเกิดด้วย “ทำอะไรก็ตาม อย่าทำมาก ต้องค่อย ๆ ลองทำไปก่อน ต้องเรียนรู้ก่อน ค่อยทำจริง หลังเปลี่ยนแนวคิดสู่ความพอเพียง ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไป ปัจจุบันครอบครัวสามารถปลดหนี้ได้ ไม่มีหนี้สิน อยู่อย่างมีความสุข พอมีพอกิน และยังมีเงินเหลือเก็บ” ลุงนิลบอกตอน ท้ายด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม

ผืนดินพอเพียงผืนนี้ ยินดีต้อนรับทุกท่านที่จะเข้าไปศึกษาเรียนรู้ หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่
14 หมู่ 6 ต.ช่องไม้แก้ว อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร โทร. 087 - 466-0596
 
ที่มา  :  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 5 มิถุนายน 2550

:: กระทบไหล่ "ลุงนิล" เจ้าของสวนเกษตร "คอนโด 9 ชั้น"
ผู้ยึดมั่นในแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทันทีที่ทราบว่าจะได้ไปกระทบไหล่กับ ลุงนิล เจ้าของสวนเกษตรคอนโด 9 ชั้น ก็ยิ่งทำให้ผู้เขียนอยากเร่งเวลาเดินทางให้ไปถึงเมืองชุมพรโดยเร็ว เพราะเป็นที่รู้กันว่า ในแวดวงการเกษตรของบ้านเรา ลุงนิล คือหนึ่งใน 25 ปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) คัดเลือกขึ้นมาเป็นปราชญ์เกษตรฯ นำร่อง เพื่อเป็นกลไกขยายผลองค์ความรู้และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชนในเขตปฏิรูปที่ดิน และประชาชนทั่วไป
สวนลุงนิล เป็นที่คุ้นหู คุ้นตาชาวจังหวัดชุมพรมาหลายปีแล้ว ตั้งอยู่ที่ ต.ช่องไม้แก้ว อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ชื่อจริงของลุงนิล คือ “สมบูรณ์ ศรีสุบัติ” นับเป็นเกษตรกรที่สามารถ จัดการที่ลงตัวบนเนื้อที่ 17.13 ไร่ ที่ ส.ป.ก. จัดสรรให้ทำกิน ทุกตารางเมตรถูกใช้ ประโยชน์อย่างคุ้มค่าทั้งปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ช่วยเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายในครัวเรือน โดยเฉพาะการปลูกพืช 9 ชั้น เลียนแบบคอนโดมิเนียม สามารถทำเงินให้ลุงนิลได้ปีละหลายล้านบาท เรียกได้ว่า พอมี พอกิน จนเหลือใช้เลยทีเดียว
ลุงนิล ได้เล่าถึงที่มาของต้นแบบการปลูกพืชแบบคอนโด 9 ชั้นว่า ก่อนหน้านี้ลุงนิลประกอบอาชีพค้าขาย อยู่หลายปี ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่เนื่องด้วยต้องการมีรายได้ที่มากกว่าเดิม เลยคิดที่จะปลูกทุเรียน ตามสมัยนิยม เพราะคิดว่าทุเรียนสามารถทำเงินได้อย่างมหาศาล ครั้งแรกที่ปลูก คือ ทุเรียนหมอนทอง รวมกว่า 700 ต้น แต่เนื่องจากขาดประสบการณ์และความรู้ด้านการจัดการสวนทุเรียน ทำให้ประสบภาวะขาดทุน ธุรกิจล้มเหลว แถมทั้งยังมีหนี้สินติดตัวอีก 2 ล้านบาท บทเรียนครั้งนั้นทำให้ลุงนิลเกิดความท้อแท้ จนคิดที่จะฆ่าตัวตาย แต่ความคิดนั้นก็เป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ เมื่อลุงนิลได้เห็นหน้าลูกชายก็ถึงกลับถอดใจ และตั้งสติได้ ว่าถ้าหากตัวเองตายไปแล้วลูกจะอยู่กับใคร ใครจะเป็นคนดูแลครอบครัว อย่างที่เราเคยได้ยินกันบ่อยๆ ว่า ในวิกฤติมักมีโอกาสซุกซ่อนอยู่เสมอ เพียงแต่ว่าเราจะเปิดใจรับโอกาสนั้นเข้ามาในชีวิตหรือไม่ ซึ่งลุงนิลเป็นอีกคนหนึ่ง ที่ได้เปิดรับโอกาสอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้เข้ามาในชีวิต จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ลุงนิล สามารถ ลืมตา อ้าปาก และปลดหนี้ได้ภายในเวลา 7 ปี
“ วันนั้นลุงคิดว่าจะไม่อยู่แล้วนะ คือมันมืดไปหมด ไม่รู้จะทำยังไง เจ้าหนี้ก็มาทวงเงินถึงบ้านทุกวัน แทบไม่ให้หายใจหายคอ  คนแถบนี้ทั้งตลาดเขาก็ลือกันไปทั่ว เรื่องที่เราติดหนี้ เพราะกู้ยืมมาทำสวนทุเรียน แต่พอตั้งสติได้ ตอนนั้นก็นึกถึงลูก สงสารลูก เลยมานั่งคิดว่าจะทำอย่างไรดีกับชีวิตดี จำได้ว่าวันนั้นตรงกับวันที่ 4 ธันวาคม ปี 2540 ซึ่งตรงกับวันเฉลิมฉลองของในหลวง ลุงเปิดทีวีไว้แล้วได้รับฟังพระราชดำรัสของพระองค์ฯ เรื่องการทำเกษตรแบบพอเพียง บอกตรงๆ ว่าวันนั้นเหมือนมีฝนหล่นมาชโลมที่หัวใจ ทำให้ลุงคิดได้ว่าจะทำยังไงต่อไปดี” ลุงนิล กล่าวไว้อย่างน่าสนใจ


ภายหลังจากที่ลุงนิลได้รับฟังพระราชดำรัสฯ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ก็ทำให้ลุงนิลลุกขึ้นสู้อีกครั้งโดยไม่รีรอที่จะรีบทำ ด้วยการปลูกพืช แบบผสมผสาน ไม่ใช้สารเคมี เปลี่ยนมาเป็นการทำเกษตรแบบอินทรีย์ อะไรปลูกได้ก็จะปลูกไว้หมด จนได้รับฉายาลุงนิล สวนเกษตรคอนโด 9 ชั้น ซึ่งลุงนิลก็ได้อธิบายถึงการปลูกพืช 9 ชั้นให้ฟังว่ามีอะไรบ้างคือ ชั้นที่ 1 สร้างบ่อน้ำเพื่อเลี้ยงปลา ชั้นที่ 2 ปลูกพืชใต้ดิน ประเภทหัว เช่นกอย กระชาย ข่าเหลือง ซึ่งปีที่แล้วหัวกอยในสวนลุงนิลขายได้ราคากว่าแสนบาท ชั้นที่ 3 ปลูกพืชหน้าดิน อาทิ พริกขี้หนู ยอดเหลียง มะเขือ ชั้นที่ 4 ปลูกส้มจี๊ด 1,000 กว่าต้น ชั้นที่ 5 ปลูกกล้วยเล็บมือนาง ชั้นที่ 6 ปลูกทุเรียน ชั้นที่ 7 ปลูกต้นลองกอง มังคุด พริกไทยทุกชนิด โดยให้เครือของพริกไทย เลื้อยไปตามต้นไม้ที่ปลูกไว้ เป็นการเลี้ยงพืชแบบกาฝาก และปีที่ผ่านมา พริกไทยในสวนลุงนิลก็สามารถขายได้ราคากว่า 3 แสนบาท ชั้นที่ 8 ปลูกไม้เป็นร่มเงา ซึ่งตรงนี้จะร่วมโครงการกับธนาคารต้นไม้ หรือที่เรียกว่า Tree Bank ตัดเท่าไหร่ปลูกแทนเท่านั้น โดยโครงการนี้ได้ร่วมกับชุมพรคาบาน่า รีสอร์ท และชาวบ้านในพื้นที่ และ ชั้นที่ 9 คือปลูกไม้ยางนา 150 ต้น ถวายแด่ในหลวง นอกเหนือจากพืชคอนโด 9 ชั้นที่ลุงนิลได้กล่าวมาแล้ว ทุกวันนี้ลุงนิลก็กำลังปลูกพืชอีกชนิดหนึ่ง คือ การปลูกฝังเด็กๆ ในพื้นที่ให้รักบ้านเกิดและเรียนรู้ที่จะทำเกษตรแบบพอเพียง พึ่งพาตนเองได้ ผู้เขียนก็หวังไว้เป็นอย่างยิ่งว่า ความพยายามของลุงนิลจะประสบผลสำเร็จในเร็ววัน

ทุกวันนี้ลุงนิล ยังคงมีความสุขกับการทำเกษตรแบบผสมผสาน พอมี พอกิน โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาโดยตลอด หากวันนี้ผู้เขียนไม่ได้มีโอกาสมานั่งพูดคุยกับลุงนิลแล้วหล่ะก็ คงจะไม่ทราบมาก่อนเลยว่า เบื้องหลังความสำเร็จของสวนเกษตรคอนโด 9 ชั้น นั้นแฝงไว้ด้วย หยาดเหงื่อ และหยดน้ำตา มากมายเพียงใด แต่ผู้ชายที่ชื่อ ลุงนิล หรือ “สมบูรณ์ ศรีสุบัติ” คนนี้ ก็สามารถผ่านวันเวลาอันเลวร้ายนั้นมาได้ ด้วยใจที่อดทน และยึดหมั่นในสิ่งที่ดีและถูกต้องเสมอ ก่อนกลับลุงนิลยังได้กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า " ในโลกนี้งานมีอยู่ 2 ประเภท คือ งานเขา กับ งานเรา " เลือกเอาว่าพอใจอยากจะทำงานประเภทไหนมากที่สุด... แล้วคุณผู้อ่านหล่ะ เลือกงานประเภทใด!!


:: สนใจเข้าไปเรียนรู้การปลูกพืชคอนโด 9 ชั้น เพื่อให้ชีวิตคุณก้าวหน้ามายิ่งขึ้น ติดต่อได้ที่ สวนลุงนิล เลขที่ 14 หมู่ 6 ต.ช่องไม้แก้ว อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร โทรศัพท์.08-7466-0596

------------------------

อ่านทั้งหมดที่ http://www.108yim.com/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7-%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A5-%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3-%E0%B8%9E/
บันทึกการเข้า


หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Theme by webtechnica.com.