Custom Search
ประวัติ วัดอัมพวัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
MUSICONICA
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติ วัดอัมพวัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี  (อ่าน 64010 ครั้ง)
ช่างเล็กๆ(LSV)
Administrator
member
*

คะแนน 780
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14244


คิดดี ทำดี ชีวิตมีแต่สุข


« เมื่อ: เมษายน 24, 2007, 06:36:47 am »

วัดอัมพวัน สิงห์บุรี เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ดังมีหลักฐานจากศิลาจารึก ตู้พระไตรปิฎก และหลักฐานอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งท่านสามารถหาอ่านได้ในหนังสือกฎแห่งกรรม - ธรรมปฏิบัติ ในปัจจุบันวัดอัมพวัน โดยพระเทพสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) ได้เปิดสำนักฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ขององค์พระศาสดาสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อสอนให้แก่ผู้ใคร่ฝึกปฏิบัติธรรม ได้รับความรู้ที่ถูกต้องในการปฏิบัติ ตลอดจนอบรมธรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นในที่สุด
 


 
 


ประวัติ วัดอัมพวัน
อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี

ตำแหน่งที่ตั้งวัดอัมพวัน

        เลขที่ ๕๓ บ้าน ถนนเอเชีย กิโลเมตรที่ ๑๓๐ หมู่ที่ ๔ ตำบลสงฆ์บ้านแป้ง ตำบลบ้านเมืองพรหมบุรี อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี

ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์

ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๓๑ ไร่ ๒ งาน ๘๐ ตารางวา มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินคือ โฉนดที่ ๘๘๗๗ เลขที่ ๒๒๓ มีอาณาเขตดังนี้

ทิศเหนือ ยาว ๓๘๐ เมตร จดที่ดินเลขที่ ๑๔๗ ทางสาธารณประโยชน์
ทิศใต้ ยาว ๒๕๙ เมตร จดที่ดินเลขที่ ๑๔๕ ที่มีการครอบครองสาธารณประโยชน์
ทิศตะวันออก ยาว ๑๘๕ เมตร จดทางสาธารณประโยชน์
ทิศตะวันตก ยาว ๑๙๒ เมตร จดที่ดินเลขที่ ๑๔๗ ทางสาธารณประโยชน์

ที่ธรณีสงฆ์มี ๓ แปลง มีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๓๐ ไร่ ๔ งาน ๑๒๖ ตารางวา

แปลงที่ ๑ ที่ตำบลพรหมบุรี อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี มีเนื้อที่จำนวน ๑๔ ไร่ ๑๒ ตารางวา มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ คือ โฉนดเลขที่ ๔๙๐๗ นายพุก นางจุ่น โพธิ์ศรี ถวายเป็นที่ธรณีสงฆ์ เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๗

แปลงที่ ๒ ที่ตำบลหัวป่า อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี มีเนื้อที่จำนวน ๑๑ ไร่ ๓ งาน ๑๒ ตารางวา มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ คือ โฉนดเลขที่ ๔๓๙๐ พันเอกสมภพ ศริพันธุ์, นางโสภิต วรากลาง, นางเพ็ญศรี บุรีรัตน์-นางสาวดวงรัตน์ ศริพันธุ์ ถวายเป็นที่ธรณีสงฆ์ เมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ตามบัตรอนุโมทนาของเลขาธิการมหาเถรสมาคม

แปลงที่ ๓ ที่ตำบลพรหมบุรี อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี มีเนื้อที่จำนวน ๕ ไร่ ๑ งาน ๓๔ ตารางวา มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ คือ โฉนดเลขที่ ๔๙๐๑ พันเอกสมภพ ศริพันธุ์, นางโสภิต วรากลาง, นางเพ็ญศรี บุรีรัตน์-นางสาวดวงรัตน์ ศริพันธุ์ ถวายเป็นที่ธรณีสงฆ์ เมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๓
 

ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปของบริเวณที่ตั้งวัด

        วัดอัมพวัน เป็นวัดที่อยู่อย่างราบเรียบ อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตะวันออก สภาพของต้นไม้ทั่วไปนั้น ปลูกไม้ดอก - ไม้ใบ สภาพปลูกใหม่ สภาพพื้นที่เป็นที่น้ำท่วม มาบัดนี้ทางวัดได้ทำถนน - คูกั้นน้ำ การป้องกันน้ำไว้ได้ การปลูกสร้างต้นไม้จึงเกิดใหม่ ต้นไม้ประมาณ ๓๐๐ เศษ

หลักฐานการตั้งวัด

        จากการสำรวจทางราชการประมาณกาลตั้งแต่ พ.ศ. ๒๑๗๕ การสร้างอุโบสถ ผูกพัทธสีมา มาแล้ว ๒ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อรัชกาลที่ ๓ ครั้งที่ ๒ นี้ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๗๐ เมตร และได้ผูกพัทธสีมา วันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๓

ประวัติความเป็นมาของวัด

        วัดอัมพวัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นชื่อเดิมมาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา

อุโบสถหลังเก่าได้ชำรุดและพังลง เมื่อวันอังคารที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๑ ตรงกับวันแรม ๗ ค่ำเดือน ๓ ปีจอ เวลา ๐๙.๔๕ น.

ได้รื้อถอนเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๑ ตรงกับแรม ๗ ค่ำ เดือน ๑๒ เวลา ๑๐.๐๐ น. ด้วยแรงชาวบ้านและรถยกของ ป.พัน ๑๐๑ มาช่วยกันรื้ออุโบสถ เสร็จเรียบร้อยภายใน ๔ วัน

เริ่มก่อสร้างอุโบสถ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๑ วางศิลาฤกษ์ ๑๔-๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๒ สร้างเสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ รวมเวลาการก่อสร้าง ๑ ปี ๔ เดือน ๑๕ วัน

ผูกพัทธสีมาวันที่ ๘-๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๓

        ศิลาจารึกในอุโบสถหลังเก่าจารึกเป็นภาษาจีนว่าคนจีนได้สร้างอุโบสถวัดอัมพวัน สมัยเหม็งเชี้ยว คนจีนได้นำเรือกำปั่นมาทำการค้าขายกับสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมืองลพบุรี มากับฝรั่งชาติฮอลันดา จอดหน้าวัดอัมพวัน ได้สร้างโบสถ์วัดอัมพวัน สมัยเจ้าอาวาสวัดอัมพวันชื่อ พระครูญาณสังวร อายุ ๙๙ ปี สร้างโบสถ์เสร็จแล้ว ฝรั่งเพื่อนคนจีนได้ขอพระราชทาน พระหน้าปรกหินทั้งสององค์จากสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ให้คนจีนเอาไว้ในโบสถ์ จนถึงการสร้างโบสถ์หลังใหม่มาจนถึงทุกวันนี้

        วัดนี้เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๐ ตามลำดับ มาถึง พ.ศ. ๒๕๑๓ กรมการศาสนาได้ยกย่องให้เกียรติ เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างมาจนบัดนี้

ปูชนียวัตถุ - โบราณวัตถุ

        มีพระพุทธรูปหน้าปรกหิน ๓ องค์ สมัยลพบุรี แบบหูยาน ๒ องค์ แบบเขมรคางคนหูตุ้ม ๑ องค์ มีพระพุทธรูปสมัยเชียงแสนสมาธิเพชร เกตุดอกบัวตูม ๑ องค์ หน้าตัก ๑ ศอก ตู้พระธรรมสร้าง พ.ศ.๒๒๐๐ จำนวน ๑ ตู้ ตู้พระไตรปิฎกลายรดน้ำ ๑ ตู้ พ.ศ.๒๓๑๐

        ในสมัยแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓) ทำการซ่อมอุโบสถที่ชำรุดทรุดโทรมเสร็จแล้ว ได้ขอผูกพัทธสีมาใหม่โดยทำเป็นการภายในของการคณะสงฆ์ เพราะเขตที่ขอพระราชทานมีอยู่เดิมแล้ว และพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ได้พระราชทานเรือยาว ให้กับวัดอัมพวันไว้ ๑ ลำ ชื่อว่า “ก้านตอง” บรรทุกคนได้ ๕๐ คน

        ในสมัย ท่านพระครูเทศ เป็นเจ้าอาวาสอยู่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นครองราชสมบัติ จึงได้พระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ จำนวน ๑ ภาพ พร้อมด้วยโต๊ะหมู่บูชา จำนวน ๑ ชุด ไว้กับวัดอัมพวัน

เสนาสนะและสิ่งปลูกสร้าง

        ๑. อุโบสถ กว้าง ๑๓ เมตร ยาว ๒๗ เมตร สร้างเสร็จ พ.ศ.๒๕๑๓ ลักษณะทั่วไปอุโบสถสร้างใหม่แบบทรงไทยโบราณ สีมาติดฝาผนังโบสถ์ บรรจุคนได้ ๓๐๐ คน อุโบสถหลังเก่าชำรุด เพราะสมัยกรุงศรีอยุธยา
        ๒. ศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๔.๕๐ เมตร ยาว ๓๓ เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๕ ลักษณะทั่วไป ทรงไทยธรรมดาเหมือนศาลาการเปรียญทั่วไป มีช่อฟ้าหน้าบรรณ
        ๓. หอสวดมนต์ กว้าง ๑๑.๗๕ เมตร ยาว ๒๐.๒๕ เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ ลักษณะทั่วไป ทรงไทยสองชั้น - ชั้นบนไว้สวดมนต์ บำเพ็ญกุศล - เป็นที่ภิกษุ,สามเณรฉันภัตตาหาร ชั้นล่างเป็นโรงเรียนปริยัติธรรม
        ๔. กุฏิจำนวน ๕ หลัง คือ

หลังที่ ๑ กว้าง ๑๒.๕๐ เมตร ยาว ๑๒.๕๐ เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๔๙ ๗ ลักษณะทั่วไป สองชั้น - กุฏิเจ้าอาวาส กองอำนวยการ ใช้รับแขก และบริการ และประชุมสงฆ์ในวัด

หลังที่ ๒ กว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๕ เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๙

หลังที่ ๓ กว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๕ เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๐

หลังที่ ๔ กว้าง ๗ เมตร ยาว ๑๐ เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๑

หลังที่ ๕ กว้าง ๗ เมตร ยาว ๑๐ เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๒

กุฏิกรรมฐานมี ๒๑ หลัง ฝ่ายของสงฆ์

        กว้าง ๓ เมตร ยาว ๗.๗๕ เมตร

กุฏิกรรมฐาน ฝ่ายอุบาสก, อุบาสิกา ๑๔ หลัง

        กว้าง ๓ เมตร ยาว ๗.๗๕ เมตร

ศาลาบำเพ็ญกุศล

        กว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๒๑ เมตร คุณนายสุมาลย์ ชโลธร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๙

เมรุเผาศพ

        กว้าง ๓.๗๕ เมตร ยาว ๑๒ เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๕ และได้ดำเนินการก่อสร้างเสนาสนะ และสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
 
บันทึกการเข้า


ช่างเล็กๆ(LSV)
Administrator
member
*

คะแนน 780
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14244


คิดดี ทำดี ชีวิตมีแต่สุข


« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 24, 2007, 06:37:49 am »

การบริหาร และการปกครอง

        ปัจจุบัน เจ้าอาวาสชื่อ “พระราชสุทธิญาณมงคล” อายุ ๗๑ พรรษา ๕๒ รายชื่อเจ้าอาวาสวัดอัมพวันเท่าที่มีหลักฐาน ดังนี้ :-
        รูปที่ ๑ พระครูพรหมนครบวรราชมุนี พ.ศ.๒๓๘๒ ถึง พ.ศ.๒๓๙ ๗
        รูปที่ ๒ พระครูปาน พ.ศ.๒๓๙๘ ถึง พ.ศ.๒๔๑๒
        รูปที่ ๓ พระอธิการเทศ พ.ศ.๒๔๑๒ ถึง พ.ศ.๒๔๒๗
        รูปที่ ๔ พระอธิการเยื้อน พ.ศ.๒๔๒๘ ถึง พ.ศ.๒๔๔๒
        รูปที่ ๕ พระใบฎีกาแย้ม พ.ศ.๒๔๔๓ ถึง พ.ศ.๒๔๕๖
        รูปที่ ๖ พระอธิการเลี่ยม พ.ศ.๒๔๕๖ ถึง พ.ศ.๒๔๖๕
        รูปที่ ๗ เจ้าอธิการสัว พ.ศ.๒๔๖๖ ถึง พ.ศ.๒๔๗๖
        รูปที่ ๘ พระอธิการล้วน พ.ศ.๒๔๗๖ ถึง พ.ศ.๒๔๘๐
        รูปที่ ๙ พระอธิการหล่ำ เหมโก พ.ศ.๒๔๘๑ ถึง พ.ศ.๒๔๙๙
        รูปที่ ๑๐ พระราชสุทธิญาณมงคล พ.ศ.๒๕๐๐ ถึง พ.ศ. ปัจจุบัน

ประวัติ พระราชสุทธิญาณมงคล
( จรัญ ฐิตธมฺโม )

เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน
เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี

ชื่อเดิม จรัญ จรรยารักษ์
เกิด  ปีมะโรง วันพุธที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๑ เวลา ๐๗.๑๐ น.
ณ บ้านตำบลม่วงหมู่ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี
บิดาชื่อ แพ จรรยารักษ์
มารดาชื่อ เจิม สุขประเสริฐ
อุปสมบท  ปีชวด วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๔๙๑ เวลา ๑๔.๐๐ น.
ณ วัดพรหมบุรี อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
พระครูพรหมจริยคุณ วัดแจ้งพรหมนคร เป็นพระอุปัชฌาย์
พระปลัดกิมเฮง วัดพุทธาราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์
พระอธิการช่อ วัดพรหมบุรี เป็นอนุศาสนาจารย์
วิทยฐานะ  พ.ศ. ๒๔๘๗ สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔
โรงเรียนสุวิทดารามาศ จังหวัดสิงห์บุรี
พ.ศ. ๒๔๙๒ สอบไล่ได้นักธรรมโท
ณ สำนักเรียนวัดแจ้งพรหมนคร
อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
 

ตำแหน่งและหน้าที่การปกครอง

พุทธศักราช ๒๕๐๐ รักษาการเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
พุทธศักราช ๒๕๐๑  ได้รับสมณศักดิ์เป็น ที่พระครูปลัดจรัญ ฐิตธมฺโม ในฐานานุกรมของท่านเจ้าคุณ สุนทรธรรมประพุทธ เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๑
พุทธศักราช ๒๕๑๑ ได้รับสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ที่พระครูภาวนาวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๑
พุทธศักราช ๒๕๑๖ เลื่อนเป็นพระครู เทียบผู้ช่วยพระอารามหลวงชั้นเอก
ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐาน
พุทธศักราช ๒๕๑๗ รักษาการตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอพรหมบุรี
พุทธศักราช ๒๕๑๘ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอพรหมบุรี 
พุทธศักราช ๒๕๑๙ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์
พุทธศักราช ๒๕๒๕ ได้เลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูเจ้าคณะอำเภอชั้นเอก 
พุทธศักราช ๒๕๓๑ ได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะที่ พระภาวนาวิสุทธิคุณ เมื่อวันจันทร์ที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๓๑
พุทธศักราช ๒๕๓๕ ได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะที่ พระราชสุทธิญาณมงคล เมื่อวันพุธที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๓๕
พุทธศักราช ๒๕๔๑ ได้รับแต่งตั้งเป็น รองเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
เมื่อวันอังคารที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๑
พุทธศักราช ๒๕๔๒ ได้รับแต่งตั้งเป็น เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๒
บันทึกการเข้า

ช่างเล็กๆ(LSV)
Administrator
member
*

คะแนน 780
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14244


คิดดี ทำดี ชีวิตมีแต่สุข


« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 24, 2007, 06:39:36 am »

การเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวัน



        ท่านสามารถจะเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวันได้ โดยทางรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทางที่ท่าขนส่งสายเหนือ (หมอชิต)

 

เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ
 

            ท่านสามารถขับรถยนต์ส่วนตัวจากในตัวเมืองกรุงเทพฯ ออกได้หลายทาง เช่น เส้นถนนวงแหวนไปบางปะอิน หรือไปเส้นถนนพหลโยธิน ผ่านรังสิต เลี้ยวซ้ายตัดเข้าถนนสายเอเซีย ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง เข้าอำเภอพรหมบุรี จนกระทั่งถึงป้ายแนวเขตค่ายพม่า (ซ้ายมือ) และจะเห็นป้ายวัดอัมพวัน (ซ้ายมือ) ให้ขับเลี้ยวซ้ายตรงเข้าไปเรื่อย ๆ ประมาณ ๑ ก.ม. ท่านก็จะถึงวัดอัมพวันครับ



 

เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง
 

                ท่านสามารถโดยสารรถประจำทางไปจังหวัดสิงห์บุรี หรือ จังหวัดอื่น ๆ ที่อยู่เลยขึ้นไปทางเหนือ โดยมีเส้นทางผ่านถนนสายเอเซีย ที่ท่าขนส่งสายเหนือ (หมอชิต) ท่านสามารถบอกเจ้าหน้าที่ประจำรถโดยสารว่า ให้จอดหน้าวัดอัมพวัน ก็จะได้รับความสะดวกครับ หลังจากลงรถประจำทางแล้ว ท่านยังสามารถใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้าง จากปากทางเข้าวัดไปยังวัดอัมพวันได้ครับ หรือท่านจะออกกำลังกายด้วยการเดินก็ได้ครับ ระยะทางแค่ ๑ ก.ม. เท่านั้นเอง

 
บันทึกการเข้า

ช่างเล็กๆ(LSV)
Administrator
member
*

คะแนน 780
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14244


คิดดี ทำดี ชีวิตมีแต่สุข


« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 24, 2007, 06:43:18 am »

ระเบียบปฏิบัติสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม

ณ สำนักปฏิบัติธรรมฝ่ายคฤหัสถ์

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี

 

        ผู้ที่สมัครเข้ามาปฏิบัติธรรม ณ สำนักปฏิบัติธรรมฝ่ายคฤหัสถ์ ควรทำความเข้าใจ ในระเบียบปฏิบัติ ดังนี้

 

๑.        ผู้ปฏิบัติธรรมจะต้องแจ้งความจำนงต่ออาจารย์ผู้ปกครอง ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลอำนวยความสะดวก และรับลงทะเบียนโดยจะมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสับเปลี่ยนกันมาทำหน้าที่จัดที่พัก แนะนำขั้นตอนแก่ผู้มาใหม่

๒.        ต้องแสดงความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษรในใบสมัคร ซึ่งทางสำนักจัดเตรียมไว้ให้ ต้องมีบัตรประชาชน หรือใบสำคัญแสดงสัญชาติ อย่างใดอย่างหนึ่งแล้วแต่กรณี เพื่อแสดงแก่อาจารย์ ผู้ปกครองของสำนักจนเป็นที่พอใจ

๓.        จะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบว่า จะอยู่ปฏิบัติกี่วัน ถ้าหากท่านเป็นผู้มาใหม่ ยังไม่เคยรับการฝึกปฏิบัติที่วัดอัมพวัน ควรอยู่ปฏิบัติอย่างน้อย ๓ วัน ส่วนท่านที่เคยรับการฝึกปฏิบัติแล้วควรอยู่ปฏิบัติให้ครบ ๗ วัน และปฏิบัติอยู่ในระเบียบที่กำหนดของสำนัก ส่วนผู้ที่มีความประสงค์อยู่ต่อ หลังจากปฏิบัติครบ ๗ วันแล้ว ให้ขออยู่ต่อเป็นกรณี ๆ ไป

๔.        ผู้สูงอายุไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือเด็กที่มีอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ซึ่งไม่มีผู้ปกครองมาด้วย (ยกเว้นได้รับอนุญาต) ผู้ป่วยโรคจิต โรคติดต่อ โรคที่สังคมรังเกียจ หรือมีอวัยวะไม่สมบูรณ์ และผู้ที่บวชเพื่อแก้บน ทางสำนักไม่สามารถรับไว้ปฏิบัติธรรมได้

๕.        หากนักปฏิบัติยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องได้รับอนุญาตจากมารดา บิดา สามี หรือผู้ปกครองเป็นลายลักษณ์อักษรในใบสมัคร

๖.        สำหรับผู้ที่มาลงทะเบียน ในช่วงเช้าหรือก่อน ๑๗.๐๐ น. ควรเข้าที่พักเพื่อพักผ่อน หรือทำกิจต่าง ๆ ให้เรียบร้อยเสียก่อน เมื่อถึงเวลาห้าโมงเย็น จึงเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดปฏิบัติธรรมสีขาวแบบสุภาพเรียบร้อย ไม่มีลวดลายหรือเครื่องประดับ และไม่สวมลูกประคำ เมื่อท่านแต่งชุดขาวแล้ว ห้ามออกไปนอกเขตภาวนา และห้ามไปรับประทานอาหาร

๗.        ให้ผู้ปฏิบัติมาพร้อมกัน ณ ศาลาคามวาสี (ศาลาหลวงพ่อเทพนิมิต) อยู่ตรงข้ามศาลาลงทะเบียน เวลา ๑๘.๐๐ น. หรือที่นัดหมาย ที่เจ้าหน้าที่จัดตามความเหมาะสม เพื่อทำพิธีขอศีลแปด จากพระภิกษุที่ได้รับนิมนต์ไว้ โดยเจ้าหน้าที่จะได้จัดเตรียม ดอกไม้ธูปเทียนไว้ให้ผู้ปฏิบัติใช้ในพิธี

๘.        การปฏิบัติธรรมแบ่งออกเป็น ๔ ช่วงในแต่ละวันดังนี้

ช่วงแรก           ๐๔.๐๐ น.       -           ๐๖.๓๐ น.

ช่วงที่สอง         ๐๘.๐๐ น.       -           ๑๑.๐๐ น.

ช่วงที่สาม        ๑๓.๐๐ น.       -           ๑๗.๐๐ น.

ช่วงที่สี่             ๑๘.๓๐ น.       -           ๒๑.๐๐ น.

๙.        ผู้ปฏิบัติต้องมาพร้อมกันที่ศาลาปฏิบัติของสำนัก ตามเวลาที่กำหนดโดยฟังจากสัญญาณระฆัง ใช้ศาลาเป็นที่นั่งกรรมฐาน และบริเวณรอบนอกศาลาเป็นที่เดินจงกรม

๑๐.   ขั้นตอนการปฏิบัติ เมื่อผู้ปฏิบัติมาพร้อมกันตามเวลาในการปฏิบัติช่วงแรก ณ สถานที่ปฏิบัติแล้ว หัวหน้าจุดเทียนธูปบูชา พระรัตนตรัย นำสวดมนต์ กราบพระประธานแล้ว จึงเริ่มปฏิบัติธรรม โดยการเดินจงกรมก่อน ๓๐ นาที แล้วเปลี่ยนอิริยาบถ เข้ามานั่งกรรมฐาน ๓๐ นาที สลับกันไปจนครบเวลาปฏิบัติที่กำหนด ส่วนเวลาในการปฏิบัติ ๓๐ นาที ที่กำหนดนี้ ผู้ปฏิบัติอาจปรับ ให้มากหรือน้อยกว่า ๓๐ นาที ตามความเหมาะสมของสภาวะอารมณ์

๑๑.   ก่อนถึงเวลาพักทุกช่วง ผู้ปฏิบัติธรรมควรอยู่ในอิริยาบถ ของการนั่งกรรมฐาน ทั้งนี้เพราะเมื่อสิ้นสุดการปฏิบัติในแต่ละช่วง จะได้แผ่เมตตาต่อไปได้ โดยไม่เสียสมาธิจิต

๑๒.  เมื่อแผ่เมตตา (สัพเพ สัตตา...) เสร็จแล้ว นั่งพับเพียบประนมมือ เพื่ออุทิศส่วนกุศลผลบุญในการปฏิบัติธรรมแก่มารดา บิดา ญาติพี่น้อง เทวดา เปรต และสรรพสัตว์ทั้งหลาย (อิทัง เม มาติปิตูนัง โหตุ....) จากนั้นลุกขึ้นนั่งคุกเข่า สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย (อรหัง สัมมาสัมพุทโธ ภควา....) กราบพระประธาน

ขั้นตอนในการปฏิบัติจะเป็นเช่นเดียวกันในทุกช่วง เว้นแต่การจุดเทียน ธูป บูชาพระรัตนตรัยในช่วยที่ ๒-๓-๔ ไม่มี เพราะได้บูชาแล้วในช่วงแรก

๑๓.  การให้ความรู้สำหรับผู้ปฏิบัติที่มาใหม่ อาจารย์หรือหัวหน้า ผู้ได้รับมอบหมาย จะเป็นผู้ให้คำแนะนำการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเบื้องต้น ส่วนการทดสอบอารมณ์ตลอดจนความรู้ที่ละเอียดขึ้น ทางอาจารย์ใหญ่ จะเป็นผู้ให้ความรู้หลังจากปฏิบัติธรรม ช่วงแรกเสร็จเวลาประมาณ ๐๖.๐๐ น. ผู้ปฏิบัติธรรมที่ไม่เข้าใจ หากมีข้อสงสัยใด ๆ อาจใช้ช่วงเวลานี้สอบถามขอความรู้ได้

๑๔.  ห้ามคุย บอก หรือ ถามสภาวะกับผู้ปฏิบัติ เพราะจะเป็นภัย แก่ผู้ที่กำลังปฏิบัติทั้งต่อตนเองและผู้อื่น โดยจะทำให้อารมณ์ฟุ้งซ่าน และเพ้อเจ้อ หากมีความสงสัยในข้อวัตรปฏิบัติอย่างไรแล้ว ให้เก็บไว้สอบถามครูผู้สอน ห้ามสอบถามผู้ปฏิบัติด้วยกันเป็นอันขาด

๑๕.  ถ้ามีความจำเป็นจริง ๆ ก็ให้พูดเบา ๆ ประกอบด้วยสติสัมปชัญญะ แต่ไม่ควรพูดนาน เพราะจะทำให้ฟุ้งซ่าน ทั้งผู้พูดและผู้ฟัง และทำให้การปฏิบัติไม่ก้าวหน้า

๑๖.   ถ้ามีเรื่องจะพูดกันนาน ต้องออกจากห้องกรรมฐาน ไปพูดในสถานที่อื่น ห้ามใช้ห้องปฏิบัติรับแขก

๑๗.  ขณะที่ยังอยู่ในระหว่างการปฏิบัติ ห้ามอ่านหนังสือ เขียนหนังสือ เรียนหนังสือ ฟังวิทยุ ดูทีวี ตลอดจนสูบบุหรี่ เคี้ยวหมาก

๑๘.  ผู้ปฏิบัติจะต้องไม่เสพเครื่องดองของมึนเมา หรือ นำยาเสพติด ทุกชนิด เข้ามาในบริเวณสำนักเป็นอันขาด

๑๙.  นักปฏิบัติต้องระลึกเสมอว่า เรามาปฏิบัติเพื่อยกระดับจิตใจ ขัดเกลากิเลสตัณหาให้เบาบางลง มิใช่มาเพื่อหาความสุข ในการอยู่ดี กินดี จึงต้องใช้ความอดทนเป็นพิเศษต่อความไม่สะดวก และสิ่งที่กระทบกระทั่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องทดสอบ ความอดทนและคุณธรรมของนักปฏิบัติว่ามีอยู่มาน้อยเพียงใด

นักปฏิบัติต้องเข้าอบรม รับศีล ประชุมพร้อมกันในอุโบสถ หรือ ศาลาที่จัดไว้ตามความเหมาะสมกับจำนวนนักปฏิบัติ ในวันพระ

หากผู้ปฏิบัติเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้น ให้รีบแจ้งแก่เจ้าหน้าที่โดยเร็ว เพื่อหาทางช่วยเหลือตามสมควรแก่กรณี ไม่ควรละการปฏิบัติ ในเมื่อไม่มีความจำเป็น

ห้องหรือกุฏิที่จัดไว้เป็นห้องปฏิบัติ เฉพาะพระสงฆ์ก็ดี หรือห้องที่จัดไว้เฉพาะนักปฏิบัติที่เป็นบุรุษก็ดี สตรีก็ดี ห้ามมิให้เพศตรงข้ามเข้าไปนอน หรือใช้ห้องน้ำ ห้องส้วมนั้นเด็ดขาด

๒๐.  ทุกวันอุโบสถ (วันพระ) ในช่วงบ่ายให้ผู้ปฏิบัติธรรมเข้าปฏิบัติธรรม ณ สถานที่ ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบ โดยมาพร้อมกัน ณ กุฏิอาจารย์ใหญ่ เวลา ๑๓.๓๐ น. อาจารย์ใหญ่จะเป็นผู้นำไป และเริ่มปฏิบัติตั้งแต่เวลา ๑๔.๐๐ น. – ๑๗.๐๐ น. หลังจากนั้นหลวงพ่อ พระราชสุทธิญาณมงคล จะลงสวดมนต์ทำวัตรเย็น ประกอบพิธี ให้กรรมฐานแก่ผู้ปฏิบัติที่มาใหม่ และแสดงพระธรรมเทศนา

๒๑.  การเข้านั่งในอุโบสถ ให้ผู้ปฏิบัติธรรมนั่งหันหน้าไปทางพระประธาน โดยสังเกตการนั่งให้เป็นแถวขนานไปกับพระสงฆ์

๒๒.  เมื่อถึงบริเวณพิธี ให้คอยสังเกตสัญญาณการนั่ง การกราบ จากอาจารย์ผู้นำ ทั้งนี้เพื่อความพร้อมเพรียงเป็นระเบียบและเจริญตา แก่ผู้พบเห็น

๒๓.  การออกนอกบริเวณสำนักโดยการพิธีทุกครั้ง อาจารย์ผู้ปกครองจะเป็นผู้นำทั้งไปและกลับ ให้เดินเป็นแถวตอนเรียงหนึ่ง ตามลำดับอาวุโส ด้วยอาการสงบสำรวม

๒๔.  นักปฏิบัติจะต้องอยู่ในบริเวณที่กำหนดให้เท่านั้น ถ้าไม่มีธุระจำเป็น ไม่ควรออกนอกสถานที่ปฏิบัติ และถ้ามีธุระจำเป็นต้องออกนอกสำนัก ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเสียก่อน

๒๕.  ทางสำนักได้จัดที่พักไว้โดยเฉพาะเป็นห้อง ๆ มีไฟฟ้า น้ำ ห้องน้ำ ห้องส้วมพร้อม ขอความร่วมมือได้โปรดช่วยกันรักษาความสะอาดในห้อง หน้าห้อง ห้องน้ำ ห้องส้วม และขอให้ใช้น้ำ ไฟ อย่างประหยัด

๒๖.  ไม่ควรเปิดน้ำ ไฟฟ้า และพัดลมทิ้งไว้เมื่อไม่อยู่ในห้องพัก

๒๗.  เวลาว่างตอนเช้า ตอนกลางวัน หรือตอนเย็น ผู้ปฏิบัติธรรม อาจใช้เวลาว่าง ทำความสะอาดกวาดลานภายในเขตสำนักและบริเวณที่พัก เพื่อความสะอาดของสถานที่และเจริญสุขภาพของผู้ปฏิบัติ

๒๘.  การรับประทานอาหารมี ๒ เวลา และดื่มน้ำปานะ ๑ เวลาดังนี้

๐๗.๐๐ น.       รับประทานอาหารเช้า

๑๑.๐๐ น.        รับประทานอาหารกลางวัน

๑๗.๐๐ น.       ดื่มน้ำปานะ

๒๙.  การรับประทานอาหารและดื่มน้ำปานะทุกครั้ง ผู้ปฏิบัติธรรม ต้องมารับประทาน พร้อมกันที่โรงอาหารตรงตามเวลาที่กำหนด

๓๐.  เมื่อตักอาหารใส่ภาชนะแล้ว ให้เข้านั่งประจำที่ให้เป็นระเบียบ ควรนั่งให้เต็มเป็นโต๊ะ ๆ ไปก่อน โดยผู้ไปถึงก่อนต้องนั่งชิด้านในก่อนเสมอ เมื่อเต็มแล้ว จึงเริ่มโต๊ะใหม่ต่อไป รอจนพร้อมเพรียงกัน แล้วหัวหน้าจะกล่าวนำ ขออนุญาตรับประทานอาหาร

๓๑.  ขณะนั่งรอและรับประทานอาหาร ผู้ปฏิบัติธรรม ไม่ควรคุยกันหรือแสดงอาการใด ๆ ที่ไม่สำรวม

๓๒.  เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ ให้นั่งรออยู่ที่เดิม จนทุกคนรับประทานอาหารเสร็จ ให้ประนมมือ หัวหน้าจะให้พรผู้บริจาคอาหาร (สัพพี ฯลฯ..) ผู้ปฏิบัติธรรมสวดรับโดยพร้อมเพรียงกัน

๓๓.  เมื่อเสร็จจากการรับประทานอาหาร ให้ผู้ปฏิบัติธรรมช่วยกันเก็บกวาดสถานที่ ทำความสะอาดภาชนะ จัดโต๊ะ เก้าอี้ ให้เรียบร้อย

๓๔.  นักปฏิบัติจะต้องไม่นำของที่มีค่าติดตัวมาด้วย หากสูญหาย ทางสำนักจะไม่รับผิดชอบไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น

๓๕.  นักปฏิบัติจะต้องไม่คะนองกาย วาจา หรือส่งเสียงก่อความรำคาญ หรือพูดคุยกับบุคคลอื่นโดยไม่มีความจำเป็น ถ้ามีผู้มาเยี่ยม จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่เสียก่อน การเยี่ยมนั้นให้แขกคุยได้ไม่เกิน ๑๕ นาที ถ้าเป็นแขกต่างเพศ ให้ออกไปคุยข้างนอกสถานที่ปฏิบัติธรรม

๓๖.  การลา เมื่อผู้ปฏิบัติธรรม ได้ปฏิบัติครบตามกำหนดที่ได้แจ้งความจำนงไว้แล้วนั้น เจ้าหน้าที่จะได้จัดเตรียมดอกไม้ ธูป เทียน เพื่อทำพิธีลาศีล และขอขมาพระรัตนตรัย ให้ผู้ปฏิบัติธรรมที่จะลาศีล พร้อมกัน ณ ที่นัดหมาย (ฟังประกาศจากเจ้าหน้าที่) โดยอาจารย์ผู้ปกครองเป็นผู้นำไป

อนึ่ง ทางสำนักจะงดพิธีรับศีลในวันโกน และไม่มีพิธีลาศีลในวันพระ ดังนั้น ท่านที่มาลงทะเบียนเข้าปฏิบัติธรรมในวันโกน จะได้เข้ารับพิธีรับศีลในวันพระ ส่วนที่ที่จะลากลับในวันพระ หรือวันถัดจากวันพระ จะต้องเข้าลาศีลล่วงหน้า แต่คงปฏิบัติธรรมได้ตามปกติ จนถึงกำหนดวันที่ท่านได้แจ้งไว้ในใบลงทะเบียน

ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องลากลับก่อนกำหนดนั้น ผู้ปฏิบัติต้องแจ้งให้อาจารย์ผู้ปกครองทราบสาเหตุ และหากไม่มีความจำเป็น ไม่ควรหนีกลับไปโดยพลการ เพราะจะเป็นผลเสียต่อผู้ปฏิบัติ

๓๗.  ถ้านักปฏิบัติผู้ใด ไม่ทำตามระเบียบของสำนักที่กำหนดไว้นี้ ทางสำนักจำเป็นต้องพิจารณาเตือนให้ทราบก่อน หากยังไม่ยอมรับฟัง ทางสำนักมีความเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องขอให้ออกจากสำนัก ทั้งนี้เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่น ที่จะเข้ามาปฏิบัติต่อไป

๓๘.  ข้อแนะนำนี้ เป็นคู่มือให้รายละเอียดในแนวทางปฏิบัติ เพื่อความเป็นระเบียบของสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้ ผู้ที่มาปฏิบัติธรรมจะได้เข้าใจ สบายใจในการอยู่อาศัยและปฏิบัติกรรมฐาน ร่วมกันอย่างสงบ ในสังคมของผู้ปฏิบัติธรรมย่อมประหยัดการพูด โอกาสที่ท่านจะถามระเบียบหรือโอกาสที่จะมีผู้อธิบายแนะนำแก่ท่านมีน้อย คู่มือนี้ จะช่วยท่านได้เป็นอย่างดี

 

กำหนดเวลาการปฏิบัติธรรม

 

เช้า     ๐๓.๓๐ น.       ตื่นนอน พร้อมกัน ณ สถานที่ปฏิบัติธรรม

                                    สวดมนต์ทำวัตรเช้า (แปล)

                                    เดินจงกรม นั่งกรรมฐาน

            ๐๗.๐๐ น.       รับประทานอาหารเช้า

            ๐๘.๐๐ น.       สวดมนต์ เดินจงกรม นั่งกรรมฐาน ที่สถานที่ปฏิบัติ

            ๑๑.๐๐ น.        รับประทานอาหารกลางวัน

บ่าย     ๑๓.๐๐ น.       เดินจงกรม นั่งกรรมฐาน ที่สถานที่ปฏิบัติ

            ๑๗.๐๐ น.       ดื่มน้ำปานะ พักผ่อน

ค่ำ      ๑๘.๓๐ น.       เดินจงกรม นั่งกรรมฐาน ที่ศาลาปฏิบัติ

                                    สวดมนต์ทำวัตรเย็น (แปล)

            ๒๑.๓๐ น.       สอบอารมณ์

            ๒๓.๐๐ น.       พักผ่อน นอน

วันพระ                   ภาคเช้า

                                    ภาคบ่าย

                                    ภาคค่ำ
บันทึกการเข้า

ช่างเล็กๆ(LSV)
Administrator
member
*

คะแนน 780
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14244


คิดดี ทำดี ชีวิตมีแต่สุข


« ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 24, 2007, 06:44:20 am »

การเตรียมตัวไปปฏิบัติธรรม

 

Prep01

 

                การเตรียมตัวไปปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวัน ผู้ปฏิบัติควรจะเตรียมตัวดังต่อไปนี้

 

1.   ชุดปฏิบัติธรรมสีขาว

ชาย     กางเกงขายาวสีขาว เสื้อแขนสั้นสีขาว

หญิง   เสื้อแขนยาวสีขาว ผ้าถุงสีขาว สไบสีขาว

2.   ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น (ควรงดเว้นการสวมใส่เครื่องประดับ)

แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ เป็นต้น

3.   ตั้งใจไปปฏิบัติธรรมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะหลวงพ่อพระราชสุทธิญาณมงคล ได้เป็นผู้อนุเคราะห์ในเรื่องของที่พัก อาหาร พร้อม โดยท่านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ขอเพียงตั้งใจปฏิบัติอย่างเดียวครับ

 
บันทึกการเข้า

fcy
member
*

คะแนน 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22


« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2010, 06:37:06 pm »

 Lips Sealed Cheesy
บันทึกการเข้า
fcy
member
*

คะแนน 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22


« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 25, 2010, 04:10:14 pm »

พี่เล็กๆ(LSV) ครับ หลวงพ่อจรัญ แห่ง วัดอัมพวัน ใช๋องค์เดียวกันกับหลวงพ่อที่พี่โพสต์ในเรื่อง  สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม  ใช่หรือไม่ครับ ผมรอนะครับพี่เล็ก ตอนนี้ทุกข์ใจมากครับ  ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน 1459
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9304


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 25, 2010, 06:56:24 pm »

ตอบแทน ที่เดียวกันครับ

<a href="http://www.youtube.com/v/mzNZrxLnEyQ?fs=1&amp;amp;hl=en&amp;fs=1&amp;autoplay=1&amp;loop=1" target="_blank">http://www.youtube.com/v/mzNZrxLnEyQ?fs=1&amp;amp;hl=en&amp;fs=1&amp;autoplay=1&amp;loop=1</a>

บันทึกการเข้า
fcy
member
*

คะแนน 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22


« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 26, 2010, 05:03:59 pm »

ขอบพระคุณมากเลยครับพี่ ผมอยากไปหาหลวงพ่อ ผมไม่มีทางออก กับชีวิตของผมเลยครับในตอนนี้ รอเคลียร์งานซักพักนึงก่อนครับ
บันทึกการเข้า
พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
ดูแลกระทู้
member
*

คะแนน 1390
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9827

รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว วังหิน บางกะปิ


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 07:34:39 am »

ลูกชายกำลังเตรียมบวชที่วัดนี้  บวชจริงวันที่20มค. 2554  HAPPY2!!

เวลาปลงผม                8.00-9.00น.
พิธีขอขมา                   9.30-10.00น.
เวียนรอบโบสถ์แห่นาค    11.30-12.30น.
พิธีบวชเริ่มประมาณ        12.30-13.00น.
เสร็จพิธีประมาณ            16.00น.
บันทึกการเข้า

worathep-LSV team
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน 702
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5063


รุ่งเรืองอิเล็กทรอนิกส์


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 07:44:22 am »

อนุโมทนาบุญกับลูกชายอาจารย์ด้วยครับ

บวชวัดนี้ดีมากครับ เป็นวัดนักปฎิบัติ
ผมเคยไปนั่งสมาธิที่วัดนี้ 1 วัน 1 คืน ค้างวัดเลย
เขามีห้องให้อยู่ ก่อนนั่งสมาธิ หลวงพ่อจะสอนธรรมมะ
โดยเฉพาะเรื่องกรรมดี กรรมชั่วและการนั่งกรรมฐานแก้กรรมได้
บันทึกการเข้า

รับซ่อม TV-computer                    มี TV มือสองขาย  
รับสอนซ่อม-ประกอบคอมพิวเตอร์      มีจอมอนิเตอร์มือสองขาย
ซ่อม อัพเกรด ประกอบคอมฯ             มีคอมพิวเตอร์มือสองขาย
รับติดตั้ง วางระบบแลน อินเตอร์เน็ต
ราคาคุยกันได้ โทร 02-6934724
ช่างเล็กๆ(LSV)
Administrator
member
*

คะแนน 780
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14244


คิดดี ทำดี ชีวิตมีแต่สุข


« ตอบ #11 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 08:20:15 am »

ขอร่วมอนุโมทนาบุญกับลูกชายอาจารย์พรเทพด้วยนะครับ  Smiley

  สำหรับเพื่อนสมาชิกที่ไม่มีเวลาไปปฏิบัติที่วัด  ก็สามารถฝึกตาม MV นี้ได้เช่นกันนะครับ ...

http://www.ubmthai.com/leksoundsmf3/index.php?topic=30291.0   (ขอบคุณท่านeskimo_bkk-LSV team♥  มากครับ ที่กรุณานำ MV ชุดนี้มาเผยแพร่ นับว่าเป็นธรรมทานอย่างสูงครับ)   Cheesy
บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
ดูแลกระทู้
member
*

คะแนน 1390
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9827

รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว วังหิน บางกะปิ


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 10:36:34 am »

การจะบวชวัดนี้ต้องนั่งกรรมฐานให้ได้ก่อน ถึงจะรับบวชนะครับ (นั่ง7วันเตรียมตัว2วันรวมกัน9วัน)
นั่งกันเยอะมากสาม  สี่ร้อยคน(เฉพาะผู้ชาย) ถ้ารวมผู้หญิงด้วยก็เป็นพันคน

***ถ้านั่งไม่ผ่าน ไม่รับบวช  แล้วต้องเว้นไป2เดือนถึงกลับมานั่งใหม่ได้

แล้วยังต้องตรวจร่างกายด้วยการไม่เป็นโรค
และต้องมีใบรับรองจากเขตด้วยว่าไม่มีคดี
บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
ดูแลกระทู้
member
*

คะแนน 1390
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9827

รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว วังหิน บางกะปิ


เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 10:40:05 am »

นี้ใบรับรองไม่เป็นโรค
บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
ดูแลกระทู้
member
*

คะแนน 1390
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9827

รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว วังหิน บางกะปิ


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 10:44:13 am »

และนี้ก็ในรับรองไม่มีคดีและพ่อแม่เมียอนุญาติ
บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
ดูแลกระทู้
member
*

คะแนน 1390
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9827

รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว วังหิน บางกะปิ


เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 10:48:19 am »

วันนี้ไปมอบตัว แล้วฝึกท่องขานนาค 7วัน หลังจากนั้นถึงได้บาช

(เอามาเล่าให้ฟังเป็นข้อมูลเล็กๆน้อยๆสำหรับผู้ที่สนใจจะบาชวัดนี้ครับ )
บันทึกการเข้า

peera-500 ♥
วีไอพี
member
***

คะแนน 114
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1329


ไม่ชอบคนโกง เอารัดเอาเปรียบ รักความยุติธรรม


« ตอบ #16 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 01:04:13 pm »

ขออนุโมทนา ด้วยครับ

(ลูกชาย อาเทพฯ อายุ 21 ปี แสดงว่า อาเทพเป็นพวก สว.--สูงวัย--แน่เลย)
บันทึกการเข้า
พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
ดูแลกระทู้
member
*

คะแนน 1390
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9827

รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว วังหิน บางกะปิ


เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: มกราคม 21, 2011, 08:34:38 am »

ก่อนบวช  เป็นช่างดาวเทียมที่หล่อสุดๆแนวเกาหลี   ดีใจจัง
บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
ดูแลกระทู้
member
*

คะแนน 1390
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9827

รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว วังหิน บางกะปิ


เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: มกราคม 21, 2011, 08:38:22 am »

พอปลงผมแล้ว (เป็นนาค)
บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
ดูแลกระทู้
member
*

คะแนน 1390
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9827

รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว วังหิน บางกะปิ


เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: มกราคม 21, 2011, 08:40:18 am »

เป็นพระ   เยี่ยมมาก
บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
ดูแลกระทู้
member
*

คะแนน 1390
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9827

รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว วังหิน บางกะปิ


เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: มกราคม 21, 2011, 08:44:52 am »

 หลวงพ่อจรัญ เป็นประธานบาชในรุ่นนี้ และอาจเป็นรุ่นสุดท้ายแล้วที่ท่านบวชให้ (ท่านอายุมากแล้ว)
บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
ดูแลกระทู้
member
*

คะแนน 1390
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9827

รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว วังหิน บางกะปิ


เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2011, 09:29:53 pm »

พรุ่งนี้ 4-5-11 ลูกชายคนโตบวชครับ (เอาบุญมาฝากครับ)  เอาแน่
บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
ดูแลกระทู้
member
*

คะแนน 1390
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9827

รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว วังหิน บางกะปิ


เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2011, 07:40:40 am »

บวชแล้วครับ  เอาแน่
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Theme by webtechnica.com.