Custom Search
วงจรไดชาร์จ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วงจรไดชาร์จ  (อ่าน 69363 ครั้ง)
kangauto
member
*

คะแนน5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 65



« เมื่อ: มกราคม 05, 2009, 12:58:48 am »

ท่านใดพอจะทราบการต่อวงจรไดชาร์จรุ่น เร็คกูเลเตอร์แบบมีหน้าทองขาว  ช่วยอธิบายหน่อยครับถ้ามีวงจรด้วยยิ่งดีช่วยชี้แนะด้วยครับ Cheesy
บันทึกการเข้า

ch_wattana06
member
*

คะแนน4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 20, 2009, 01:59:09 am »

ท่านใดพอจะทราบการต่อวงจรไดชาร์จรุ่น เร็คกูเลเตอร์แบบมีหน้าทองขาว  ช่วยอธิบายหน่อยครับถ้ามีวงจรด้วยยิ่งดีช่วยชี้แนะด้วยครับ

เร็คกูเลเตอร์แบบมีหน้าทองขาว ตามรูปด้านบน เป็นแบบชนิด 2 หน่วย ครับ.
เรกูเลเตอร์ชนิด 2 หน่วยนี้จะมี 2 หน่วยสนามแม่เหล็ก คือโวลเตจเรกูเลเตอร์ และรีเลย์ไฟชาร์จ
หน่วยโวลเตจเรกูเลเตอร์ทำหน้าที่ควบคุมอัลเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) ให้จ่ายแรงเคลื่อนไฟฟ้าให้คงที่
และรีเลย์ไฟชาร์จทำหน้าที่ควบคุมหลอดไฟแสดงการชาร์จ การต่อเรกูเลเตอร์แบบนี้ ต่ออย่างนี้ ครับ.
1. สายที่ออกจากตัวเร็คกูเลเตอร์ มี 6 เส้น
2. แยกออกได้ดังนี้ ครับ.
    สาย IG ต่อกับสวิตช์จุดระเบิด (สวิตช์กุญแจสตาร์ท) ผ่านฟิวส์
    สาย L  ไปยังหลอดไฟแสดงการชาร์จ (โดยผ่านฟิวส์)
    สาย N  เข้าอัลเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) ขดลวดสเตเตอร์
    สาย B  เข้าอัลเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) ขดลวดสเตเตอร์
    สาย F  เข้าอัลเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) ขดลวดโรเตอร์
    สาย E  เข้าอัลเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) ขดลวดโรเตอร์
รูปภาพการทำงานของเรกูเลเตอร์ ไว้วันหน้าจะมาลงให้ ครับ.
บันทึกการเข้า
ch_wattana06
member
*

คะแนน4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 21, 2009, 03:07:43 pm »

โครงสร้างเรกกูเลเตอร์แบบ 2 หน่วย
บันทึกการเข้า
ch_wattana06
member
*

คะแนน4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 21, 2009, 03:39:26 pm »

โครงสร้างภายในของเรกูเลเตอร์
บันทึกการเข้า
ch_wattana06
member
*

คะแนน4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 21, 2009, 03:45:01 pm »

การต่อวงจรไฟชาร์จของเรกูเลเตอร์ 2 หน่วย
บันทึกการเข้า
ch_wattana06
member
*

คะแนน4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 21, 2009, 04:06:26 pm »

การทำงานของเรกูเลเตอร์
1. เมื่อเปิดสวิตช์จุดระเบิด (สวิตช์กุญแจสตาร์ท) ไปที่ตำแหน่ง ON กระแสไฟฟ้าจากขั้ว IG ของสวิตช์ไปยังขั้ว IG ของเรกูเลเตอร์ผ่านหน้าทองขาว PL1 , PLo ไปยังขั้ว F และออกจากขั้ว F ของเรกูเลเตอร์เข้าขดลวดโรเตอร์ลงกราวด์ครบวงจร ทำให้ขดลวดโรเตอร์เกิดสนามแม่เหล็ก จากขั้ว IG ของสวิตช์จุดระเบิดอีกเส้นหนึ่งไปยังหลอดไฟแสดงการชาร์จ เข้าขั้ว L ของเรกูเลเตอร์ ไปยังหน้าทองขาว Po และผ่านหน้าทองขาว P1 ลงกราวด์ครบวงจร ทำให้หลอดไฟแสดงการชาร์จติดสว่าง ดังแสดงในภาพ
บันทึกการเข้า
ch_wattana06
member
*

คะแนน4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 21, 2009, 04:20:40 pm »

2. เมื่อเครื่องยนต์ทำงานที่ควานเร็วรอบต่ำถึงความเร็วรอบปานกลาง
เมื่อทำการสตาร์ทเครื่องยนต์ เครื่องยนต์อยู่ในตำแหน่งเดินเบา อัลเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) ก็หมุนด้วยความเร็วต่ำ ขดรวดโรเตอร์ซึ่งเป็นสนามแม่เหล็กหมุนตัดกับขดรวดสเตเตอร์เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นที่ขั้ว
บันทึกการเข้า
ch_wattana06
member
*

คะแนน4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 21, 2009, 04:37:10 pm »

B  และขั้ว N (ขั้ว N จะมีไฟเพียงครึ่งหนึ่งของขั้ว B) กระแสไฟฟ้าจากขั้ว N ของอันเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) จะไปยังขั้ว N ของเรกูเลเตอร์ เข้าขดรวดรีเลย์ไฟชาร์จลงกราวด์ ทำให้ขดลวดเกิดสนามแม่เหล็กดูดหน้าทองขาว Po ให้ลงมาติดกับหน้าทองขาว P2 กระแสไฟฟ้าจากขั้ว B ของเรกูเลเตอร์ซึ่งรออยู่ที่หน้าทองขาว P2 ก็จะไปยังหน้าทองขาว Po ไปยังขดลวดโวลเตจเรกูเลเตอร์ลงกราวด์ ทำให้ขดลวดโวลเตจเรกูเลเตอร์เกิดสนามแม่เหล็ก ขณะเดียวกันเมื่อกระแสไฟฟ้าจากขั้ว L ผ่านหน้าทองขาว Po ไปยังขดลวดโวลเตจเรกูเลเตอร์ จะชนกับกระแสจากขั้ว B ทำให้เกิดการสมดุลทางไฟฟ้า ทำให้หลอดไฟแสดงการชาร์จที่หน้าปัดดับ ดังแสดงในภาพ
บันทึกการเข้า
ch_wattana06
member
*

คะแนน4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 21, 2009, 10:36:37 pm »

     ขณะที่แรงเคลื่อนไฟฟ้าที่ออกจากอัลเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) ยังไม่มาก อำนาจแม่เหล็กของขดลวดโวลเตจเรกูเลเตอร์ก็มีน้อย
ไม่สามารถดูดหน้าทองขาว PLo ให้แยกจาก PL1 ได้ กระแสไฟฟ้าจากขั้ว IG ก็ไปยังขั้ว F โดยไม่ผ่านตัวต้านทานที่ต่อขนานอยู่กับหน้าทองขาว PL1 , PLo
ทำให้กระแสไฟฟ้าจากขั้ว IG ไปยังขั้ว F เข้าขลลวดโรเตอร์ได้มาก ความเข้มของสนามแม่เหล็กของขดลวดโรเตอร์มีมาก
     เมื่อความเร็วรอบของเครื่องยนต์เพิ่มมากขึ้น แรงเคลื่อนไฟฟ้าที่ออกจากอัลเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) ก็มากขึ้นด้วย
ทำให้ขดลวดโวลเตจเรกูเลเตอร์มีสนสมแม่เหล็กมากขึ้นจนสามารถดูดหน้าทองขาว PLo ให้แยกจากหน้าทองขาว PL1
แต่ยังไม่ติดกับหน้าทองขาว PL2 กระแสไฟฟ้าจากขั้ว IG ผ่านหน้าทองขาว PLo ไม่ได้
ก็ไปผ่านตัวความต้านทานไปยังขั้ว F ของเรกูเลเตอร์แล้วเข้าขั้ว F ของอัลเทอร์เนเตอร์ ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้น้อยลง
อัลเทอร์เนเตอร์ก็ผลิตแรงเคลื่อนไฟฟ้าออกมาได้น้อยลง จนทำให้ขดลวดโวลเตจเรกูเลเตอร์มีสนามแม่เหล็กลดลง
จนไม่สามารถดูดหน้าทองขาว PLo ได้ หน้าทองขาว PL0 ก็ไปติดกับหน้าทองขาว PL1 อีก
เป็นการเพิ้มแรงเคลื่อนไฟฟ้าที่ออกจากอัลเทอร์เนเตอร์อีก การทำงานเช่นนี้จะอยู่ในช่วงเครื่องยนต์ทำงานที่ความเร็วรอบต่ำถึงความเร็วรอบปานกลาง
ดังในรูปภาพ
บันทึกการเข้า
ch_wattana06
member
*

คะแนน4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 21, 2009, 11:42:01 pm »

3. เมื่อเครื่องยนต์ทำงานที่ความเร็วรอบปานกลางถึงความเร็วรอบสูง
     เมื่อความเร็วรอบของเครื่องยนต์สูงขึ้นจากความเร็วรอบปานกลางไปยังความเร็วรอบสูง
อัลเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) จะผลิตแรงเคลื่อนไฟฟ้าออกมามากขึ้น ความเข้มของสนามแม่เหล็กของขดลวดโวลเตจเรกูเลเตอร์มีมาก
ก็สามารถดูดหน้าทองขาว PLo ให้มาติดกับหน้าทองขาว PL2 ลงกราวด์ ทำให้ไม่มีกระแสไฟฟ้าไปที่ขั้ว F ของอัลเทอร์เนเตอร์
อัลเทอร์เนเตอร์ก็หยุดการผลิตแรงเคลื่อนไฟฟ้า ความเข้มของสนามแม่เหล็กของขดลวดโวลเตจเรกูเลเตอร์ก็ลดลง
ปล่อยให้หน้าทองขาว PLo แยกจากหน้าทองขาว PL2 แต่ยังไม่ติดกับหน้าทองขาว PL1
กระแสไฟฟ้าขั้ว IG ก็ไหลผ่านตัวความต้านทานไปยังขั้ว F ของอัลเทอร์เนเตอร์ได้ อันเทอร์เนเตอร์ก็ผลิตแรงเคลื่อนไฟฟ้า
การทำงานเช่นนี้จะอยู่ในช่วงความเร็วรอบเครื่องยนต์ปานกลางถึงความเร็วรอบสูง ดังในรูปภาพ
     หมายเหตุ เมื่อหน้าทองขาว Po ติดกับหน้าทองขาว P2 หน้าทองขาว Po จะไม่แยกจากหน้าทองขาว P2
เพราะแรงเคลื่อนไฟฟ้าจากขั้ว N ยังมีอยู่ เนื่องมาจากแรงแม่เหล็กตกค้างของขดลวดโรเตอร์ ครับ.
บันทึกการเข้า
kangauto
member
*

คะแนน5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 65



« ตอบ #10 เมื่อ: มีนาคม 22, 2009, 12:26:15 am »

 Cheesy
บันทึกการเข้า
bank(TL_24)
member
*

คะแนน1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


« ตอบ #11 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2009, 07:03:43 pm »

พวกคัตเอาท์กล่องพวกนี้ แปลงใช้กับไดชาร์จ ไม่เกิน 55 แอมป์นะครับ
ไม่งั้นปัญหาบานครับ ไม่เอา
บันทึกการเข้า
nongsonook
member
*

คะแนน2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 80


« ตอบ #12 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2010, 12:24:37 pm »

ขอสอบถามเกี่ยวกับ ตัวนี้หน่อยครับ เป็นเรกกูเรเตอร์หน้าทองขาวเช่นกัน แต่มี สายไฟ 5 เส้น ครับ แยกเป็นสี ดังนี้ ขาวเขียว  ขาว ขาวแดง ดำ  และ ขาวดำ ครับ ผมลองต่อตามความเข้าใจ แล้วดังนี้ครับ ขาวเขียวต่อกับ สวิทช์กุญแจ ขาวต่อกับหลอดไฟแสดงการชารจ์ ขาวแดงผมต่อกับแบตเตอรี่ ดำต่อE ของไดชารจ์ และ ขาวดำต่อกับFของไดชารจ์ ส่วน N นั้นมันจะว่าง ยี่ห้อ คัดเอาท์ แบบ 5 สายที่ผมต่อ ยี่ห้อ NEW- ERA ครับ  ไม่ทราบว่าผมต่อภูกหรือเปล่าครับ  เพราะ เมื่อสตาร์รถแล้ว ไดชารจ์ทำงาน ไฟแสดงการ ชารจ์จะติดตลอดไม่ดับครับ  งง
บันทึกการเข้า
xyz ♥
ซุปเปอร์ วีไอพี
member
*

คะแนน57
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 284


« ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2010, 09:03:46 am »

ไม่ถูกครับ
Nต้องต่อกับNไดชาร์จ ไม่เช่นนั้นจะOVER CHARGE
บันทึกการเข้า
skuy12
member
*

คะแนน0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


« ตอบ #14 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2010, 09:13:03 am »

ไดชาร์จผมที่ปลั๊กต่อสายมีขั้ว  Lและ  R  ไม่ทราบว่าขั้ว  R  ต่อยังไงครับ  พอดีหาวงจรไม่เคยเจอแบบนี้เลย  ใครรู้ช่วยบอกด้วยนะครับ  ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
chayonk@hotmail.com
member
*

คะแนน0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7


« ตอบ #15 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2010, 10:51:54 am »

สวัสดีครับ ผมขอความกรุณาถามข้อสงสัยหน่อยนะครับ ความเข้าใจของผมเมื่อดูในภาพนะครับ ว่าขั้ว f กับ e ของไดชาร์จเมื่อไช้โอมม์เช็ค จะรู้ได้ว่าถ่านไดชาร์จจะหมดหรือยังมีอยู่ ได้ใช้ไหมครับ ไม่ค่อยแน่ใจนะครับ
บันทึกการเข้า
xyz ♥
ซุปเปอร์ วีไอพี
member
*

คะแนน57
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 284


« ตอบ #16 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2010, 03:35:45 pm »

สวัสดีครับ ผมขอความกรุณาถามข้อสงสัยหน่อยนะครับ ความเข้าใจของผมเมื่อดูในภาพนะครับ ว่าขั้ว f กับ e ของไดชาร์จเมื่อไช้โอมม์เช็ค จะรู้ได้ว่าถ่านไดชาร์จจะหมดหรือยังมีอยู่ ได้ใช้ไหมครับ ไม่ค่อยแน่ใจนะครับ
ใช่ครับ
บันทึกการเข้า
chayonk@hotmail.com
member
*

คะแนน0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7


« ตอบ #17 เมื่อ: กันยายน 01, 2010, 11:38:20 pm »

ผมขอขอบคุณมากครับคุณ xyz และก็ทีมงาน นายช่างทุกท่านด้วยนะครับ ที่ได้ให้ความรู้ ผมจะได้นำความรู้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ให้มากที่สุด สวัสดีครับผม Kiss LIKE!!
บันทึกการเข้า
xyz ♥
ซุปเปอร์ วีไอพี
member
*

คะแนน57
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 284


« ตอบ #18 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2010, 10:21:23 am »

ขั้ว A ที่ไดชาร์จมันไม่มีนะครับ
บันทึกการเข้า
xyz ♥
ซุปเปอร์ วีไอพี
member
*

คะแนน57
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 284


« ตอบ #19 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2010, 02:13:17 pm »

ขั้วAน่าจะต่อไปชาร์จแบตฯ
สาเหตุที่ไม่ชาร์จส่วนมากถ่านหมดกับฟีลด์ขาด
บันทึกการเข้า
the_zead
member
*

คะแนน0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #20 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2011, 08:18:33 am »

ผมมีปัญหา เกี่ยวกับ ระบบไฟชาจ ของ เครื่องยนต์ LD20 ครับ
 ตอนติดเครื่องยนต์ ครั้งแรกที่ รอบเดินเบา ไฟแสดงการชาจ จะติดไม่ดับ
 แต่พอเร่ง ที่ 2000 รอบ ไฟจะดับไป แม้ จะกับมาที่รอบเดินเบาไฟก็ดับเช่นกัน
 จะเป็นทุกครั้งที่ ติดเครื่องครั้งแรก
ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยครับ ช่างบอกว่า ไดเสีย แต่ผมก็ใช้มา 2 ปีแล้วครับ แบตก็ยังไม่เสีย แต่ต้องเร่งเครื่องก่อน ทุกครั้งไป
 เครื่องเดิม ผมเป็น SD23 นะครับ ช่างวางเครื่องและต่อให้ แบบเรกูเลเตอร์
บันทึกการเข้า
worathep-LSV team
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน702
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5063


รุ่งเรืองอิเล็กทรอนิกส์


เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2011, 08:47:49 am »

ผมว่ามันปกตินะครับ
ถ้ารอบเบามาก ไฟติด ไม่ชาร์ต
ถ้ารอบเร็วขึ้น ไฟดับ กำลังชาร์ต
บันทึกการเข้า

รับซ่อม TV-computer                    มี TV มือสองขาย  
รับสอนซ่อม-ประกอบคอมพิวเตอร์      มีจอมอนิเตอร์มือสองขาย
ซ่อม อัพเกรด ประกอบคอมฯ             มีคอมพิวเตอร์มือสองขาย
รับติดตั้ง วางระบบแลน อินเตอร์เน็ต
ราคาคุยกันได้ โทร 02-6934724
the_zead
member
*

คะแนน0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #22 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2011, 12:04:29 pm »

รอบเดินเบาปรกติครับ 800-1000 แต่ไมชาจ ต้องเร่งเครื่อง ถึงชาจ ครับ
บันทึกการเข้า
xyz ♥
ซุปเปอร์ วีไอพี
member
*

คะแนน57
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 284


« ตอบ #23 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2011, 03:15:39 pm »

มันใช้ได้ปกติครับ
แต่ถ้าจะให้ไฟดับตอนรอบเดินเบาต้องปรับแต่งที่เรกูเลเตอร์
โดยปรับความแข็งของสปริงให้อ่อนลง
โดยปรับตัวที่กดหน้าทองขาวแล้วไฟดับตอนยังไม่ติดเครื่อง
บันทึกการเข้า
the_zead
member
*

คะแนน0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #24 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2011, 12:27:41 pm »

ขอบคุณมากครับ สำหรับ ความรู้ ที่ ให้มา
บันทึกการเข้า
the_zead
member
*

คะแนน0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #25 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2011, 12:42:44 pm »

มันใช้ได้ปกติครับ
แต่ถ้าจะให้ไฟดับตอนรอบเดินเบาต้องปรับแต่งที่เรกูเลเตอร์
โดยปรับความแข็งของสปริงให้อ่อนลง
โดยปรับตัวที่กดหน้าทองขาวแล้วไฟดับตอนยังไม่ติดเครื่อง
ผมรบกวนอีกเรื่องครับ
ผมลองดุ ที่ไดชาจช์ แล้ว ครับ แบบ 3 เส้น
ผมลองไล่สายดูแล้ว ครับ
สายเดียว ขันด้วยนอตมาจาก แบตครับ
อีกสองสาย
แดง มาจาก แบต ตรง
ฟ้าขาว ไป ที่ หน้าปัด เลย ครับ
ไม่แน่ใจ ว่าต่อถูกหรือ เปล่า
ผมลองไล่ เรกูเลเตอร์ ของเดิม ติดรถ ต่อไว้ สองเส้นครับ เปิด สวิต ติดเครื่อง ลองกดที่หน้าทองขาว แล้ว ก็ไม่ดับ
มี เรกูเลเตอร์ หรือ ร๊เลย์ ตัวอื่น ที่เกี๋ยวข้อง อีกมั้ยครับ
ช่วยแนะนำ ที ไปที่ร้านช่าง บอกว่าไดเสีย อย่างเดียวเลยครับ try!!
บันทึกการเข้า
xyz ♥
ซุปเปอร์ วีไอพี
member
*

คะแนน57
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 284


« ตอบ #26 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2011, 03:33:47 pm »

ไม่น่าถูก
ไดชาร์จของคุณคงเป็นแบบไอซีเรกูเลเตอร์มีขั้วดังนี้
1.แบต
2.IG
3.L


เรกูเลเตอร์ของเดิม ติดรถ ต่อไว้ สองเส้น มันไม่น่าใช้งานได้
ลองอ่านการทำงานของเรกูเลเตอร์ที่ลงไว้ด้านบนครับ
บันทึกการเข้า
the_zead
member
*

คะแนน0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #27 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2011, 12:22:17 pm »

ไม่น่าถูก
ไดชาร์จของคุณคงเป็นแบบไอซีเรกูเลเตอร์มีขั้วดังนี้
1.แบต
2.IG
3.L


เรกูเลเตอร์ของเดิม ติดรถ ต่อไว้ สองเส้น มันไม่น่าใช้งานได้
ลองอ่านการทำงานของเรกูเลเตอร์ที่ลงไว้ด้านบนครับ
ผมรบกวนอีกเรื่อง ครับ พอจะมีวงจร แบบ ไอซีเรกูเลเตอร์ มั้ยครับ
 ผมจะลอง ตรวจสอบ วงจร ดูอีกครั้ง
ขอบคูณครับ
บันทึกการเข้า
wutthiphong
member
*

คะแนน0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #28 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2012, 12:21:19 am »

ใครพอจะทราบโคตสีของไดชาจบ้างป่าวครับช่วยตอบหน่อยครับ Cheesy
บันทึกการเข้า
wutthiphong
member
*

คะแนน0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #29 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 29, 2012, 10:36:09 am »

อยากทราบโคตสีของสายไดชาจมากครับ
บันทึกการเข้า
son
วีไอพี
member
***

คะแนน6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506


« ตอบ #30 เมื่อ: มีนาคม 28, 2012, 08:43:40 pm »

ของผมเป็นISUZU 2200 เพิ่งเป็นมาได้2-3วัน อาการคือไฟหน้าปัดไม่ดับตอนติดเครื่องเดินเบา ต้องเร่งเครื่องถึงจะดับ พอปล่อยคันเร่งให้เดินเบาไฟก็ติดอีก มารู้ตัวว่าไดไม่ชาร์จก็ตอนที่แบตหมดตอนนี้เพิ่งเอาออกไฟชาร์จมาใหม่ แบบนี้เกิดจากสาเหตุใดบ้างครับ ขอรบกวนสอบถามหน่อยครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: