Custom Search
วงจรไดชาร์จ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วงจรไดชาร์จ  (อ่าน 78014 ครั้ง)
kangauto
member
*

คะแนน5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 65



« เมื่อ: มกราคม 05, 2009, 12:58:48 am »

ท่านใดพอจะทราบการต่อวงจรไดชาร์จรุ่น เร็คกูเลเตอร์แบบมีหน้าทองขาว  ช่วยอธิบายหน่อยครับถ้ามีวงจรด้วยยิ่งดีช่วยชี้แนะด้วยครับ Cheesy
บันทึกการเข้า

ch_wattana06
member
*

คะแนน4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 20, 2009, 01:59:09 am »

ท่านใดพอจะทราบการต่อวงจรไดชาร์จรุ่น เร็คกูเลเตอร์แบบมีหน้าทองขาว  ช่วยอธิบายหน่อยครับถ้ามีวงจรด้วยยิ่งดีช่วยชี้แนะด้วยครับ

เร็คกูเลเตอร์แบบมีหน้าทองขาว ตามรูปด้านบน เป็นแบบชนิด 2 หน่วย ครับ.
เรกูเลเตอร์ชนิด 2 หน่วยนี้จะมี 2 หน่วยสนามแม่เหล็ก คือโวลเตจเรกูเลเตอร์ และรีเลย์ไฟชาร์จ
หน่วยโวลเตจเรกูเลเตอร์ทำหน้าที่ควบคุมอัลเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) ให้จ่ายแรงเคลื่อนไฟฟ้าให้คงที่
และรีเลย์ไฟชาร์จทำหน้าที่ควบคุมหลอดไฟแสดงการชาร์จ การต่อเรกูเลเตอร์แบบนี้ ต่ออย่างนี้ ครับ.
1. สายที่ออกจากตัวเร็คกูเลเตอร์ มี 6 เส้น
2. แยกออกได้ดังนี้ ครับ.
    สาย IG ต่อกับสวิตช์จุดระเบิด (สวิตช์กุญแจสตาร์ท) ผ่านฟิวส์
    สาย L  ไปยังหลอดไฟแสดงการชาร์จ (โดยผ่านฟิวส์)
    สาย N  เข้าอัลเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) ขดลวดสเตเตอร์
    สาย B  เข้าอัลเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) ขดลวดสเตเตอร์
    สาย F  เข้าอัลเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) ขดลวดโรเตอร์
    สาย E  เข้าอัลเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) ขดลวดโรเตอร์
รูปภาพการทำงานของเรกูเลเตอร์ ไว้วันหน้าจะมาลงให้ ครับ.
บันทึกการเข้า
ch_wattana06
member
*

คะแนน4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 21, 2009, 03:07:43 pm »

โครงสร้างเรกกูเลเตอร์แบบ 2 หน่วย
บันทึกการเข้า
ch_wattana06
member
*

คะแนน4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 21, 2009, 03:39:26 pm »

โครงสร้างภายในของเรกูเลเตอร์
บันทึกการเข้า
ch_wattana06
member
*

คะแนน4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 21, 2009, 03:45:01 pm »

การต่อวงจรไฟชาร์จของเรกูเลเตอร์ 2 หน่วย
บันทึกการเข้า
ch_wattana06
member
*

คะแนน4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 21, 2009, 04:06:26 pm »

การทำงานของเรกูเลเตอร์
1. เมื่อเปิดสวิตช์จุดระเบิด (สวิตช์กุญแจสตาร์ท) ไปที่ตำแหน่ง ON กระแสไฟฟ้าจากขั้ว IG ของสวิตช์ไปยังขั้ว IG ของเรกูเลเตอร์ผ่านหน้าทองขาว PL1 , PLo ไปยังขั้ว F และออกจากขั้ว F ของเรกูเลเตอร์เข้าขดลวดโรเตอร์ลงกราวด์ครบวงจร ทำให้ขดลวดโรเตอร์เกิดสนามแม่เหล็ก จากขั้ว IG ของสวิตช์จุดระเบิดอีกเส้นหนึ่งไปยังหลอดไฟแสดงการชาร์จ เข้าขั้ว L ของเรกูเลเตอร์ ไปยังหน้าทองขาว Po และผ่านหน้าทองขาว P1 ลงกราวด์ครบวงจร ทำให้หลอดไฟแสดงการชาร์จติดสว่าง ดังแสดงในภาพ
บันทึกการเข้า
ch_wattana06
member
*

คะแนน4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 21, 2009, 04:20:40 pm »

2. เมื่อเครื่องยนต์ทำงานที่ควานเร็วรอบต่ำถึงความเร็วรอบปานกลาง
เมื่อทำการสตาร์ทเครื่องยนต์ เครื่องยนต์อยู่ในตำแหน่งเดินเบา อัลเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) ก็หมุนด้วยความเร็วต่ำ ขดรวดโรเตอร์ซึ่งเป็นสนามแม่เหล็กหมุนตัดกับขดรวดสเตเตอร์เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นที่ขั้ว
บันทึกการเข้า
ch_wattana06
member
*

คะแนน4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 21, 2009, 04:37:10 pm »

B  และขั้ว N (ขั้ว N จะมีไฟเพียงครึ่งหนึ่งของขั้ว B) กระแสไฟฟ้าจากขั้ว N ของอันเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) จะไปยังขั้ว N ของเรกูเลเตอร์ เข้าขดรวดรีเลย์ไฟชาร์จลงกราวด์ ทำให้ขดลวดเกิดสนามแม่เหล็กดูดหน้าทองขาว Po ให้ลงมาติดกับหน้าทองขาว P2 กระแสไฟฟ้าจากขั้ว B ของเรกูเลเตอร์ซึ่งรออยู่ที่หน้าทองขาว P2 ก็จะไปยังหน้าทองขาว Po ไปยังขดลวดโวลเตจเรกูเลเตอร์ลงกราวด์ ทำให้ขดลวดโวลเตจเรกูเลเตอร์เกิดสนามแม่เหล็ก ขณะเดียวกันเมื่อกระแสไฟฟ้าจากขั้ว L ผ่านหน้าทองขาว Po ไปยังขดลวดโวลเตจเรกูเลเตอร์ จะชนกับกระแสจากขั้ว B ทำให้เกิดการสมดุลทางไฟฟ้า ทำให้หลอดไฟแสดงการชาร์จที่หน้าปัดดับ ดังแสดงในภาพ
บันทึกการเข้า
ch_wattana06
member
*

คะแนน4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 21, 2009, 10:36:37 pm »

     ขณะที่แรงเคลื่อนไฟฟ้าที่ออกจากอัลเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) ยังไม่มาก อำนาจแม่เหล็กของขดลวดโวลเตจเรกูเลเตอร์ก็มีน้อย
ไม่สามารถดูดหน้าทองขาว PLo ให้แยกจาก PL1 ได้ กระแสไฟฟ้าจากขั้ว IG ก็ไปยังขั้ว F โดยไม่ผ่านตัวต้านทานที่ต่อขนานอยู่กับหน้าทองขาว PL1 , PLo
ทำให้กระแสไฟฟ้าจากขั้ว IG ไปยังขั้ว F เข้าขลลวดโรเตอร์ได้มาก ความเข้มของสนามแม่เหล็กของขดลวดโรเตอร์มีมาก
     เมื่อความเร็วรอบของเครื่องยนต์เพิ่มมากขึ้น แรงเคลื่อนไฟฟ้าที่ออกจากอัลเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) ก็มากขึ้นด้วย
ทำให้ขดลวดโวลเตจเรกูเลเตอร์มีสนสมแม่เหล็กมากขึ้นจนสามารถดูดหน้าทองขาว PLo ให้แยกจากหน้าทองขาว PL1
แต่ยังไม่ติดกับหน้าทองขาว PL2 กระแสไฟฟ้าจากขั้ว IG ผ่านหน้าทองขาว PLo ไม่ได้
ก็ไปผ่านตัวความต้านทานไปยังขั้ว F ของเรกูเลเตอร์แล้วเข้าขั้ว F ของอัลเทอร์เนเตอร์ ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้น้อยลง
อัลเทอร์เนเตอร์ก็ผลิตแรงเคลื่อนไฟฟ้าออกมาได้น้อยลง จนทำให้ขดลวดโวลเตจเรกูเลเตอร์มีสนามแม่เหล็กลดลง
จนไม่สามารถดูดหน้าทองขาว PLo ได้ หน้าทองขาว PL0 ก็ไปติดกับหน้าทองขาว PL1 อีก
เป็นการเพิ้มแรงเคลื่อนไฟฟ้าที่ออกจากอัลเทอร์เนเตอร์อีก การทำงานเช่นนี้จะอยู่ในช่วงเครื่องยนต์ทำงานที่ความเร็วรอบต่ำถึงความเร็วรอบปานกลาง
ดังในรูปภาพ
บันทึกการเข้า
ch_wattana06
member
*

คะแนน4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 21, 2009, 11:42:01 pm »

3. เมื่อเครื่องยนต์ทำงานที่ความเร็วรอบปานกลางถึงความเร็วรอบสูง
     เมื่อความเร็วรอบของเครื่องยนต์สูงขึ้นจากความเร็วรอบปานกลางไปยังความเร็วรอบสูง
อัลเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) จะผลิตแรงเคลื่อนไฟฟ้าออกมามากขึ้น ความเข้มของสนามแม่เหล็กของขดลวดโวลเตจเรกูเลเตอร์มีมาก
ก็สามารถดูดหน้าทองขาว PLo ให้มาติดกับหน้าทองขาว PL2 ลงกราวด์ ทำให้ไม่มีกระแสไฟฟ้าไปที่ขั้ว F ของอัลเทอร์เนเตอร์
อัลเทอร์เนเตอร์ก็หยุดการผลิตแรงเคลื่อนไฟฟ้า ความเข้มของสนามแม่เหล็กของขดลวดโวลเตจเรกูเลเตอร์ก็ลดลง
ปล่อยให้หน้าทองขาว PLo แยกจากหน้าทองขาว PL2 แต่ยังไม่ติดกับหน้าทองขาว PL1
กระแสไฟฟ้าขั้ว IG ก็ไหลผ่านตัวความต้านทานไปยังขั้ว F ของอัลเทอร์เนเตอร์ได้ อันเทอร์เนเตอร์ก็ผลิตแรงเคลื่อนไฟฟ้า
การทำงานเช่นนี้จะอยู่ในช่วงความเร็วรอบเครื่องยนต์ปานกลางถึงความเร็วรอบสูง ดังในรูปภาพ
     หมายเหตุ เมื่อหน้าทองขาว Po ติดกับหน้าทองขาว P2 หน้าทองขาว Po จะไม่แยกจากหน้าทองขาว P2
เพราะแรงเคลื่อนไฟฟ้าจากขั้ว N ยังมีอยู่ เนื่องมาจากแรงแม่เหล็กตกค้างของขดลวดโรเตอร์ ครับ.
บันทึกการเข้า
kangauto
member
*

คะแนน5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 65



« ตอบ #10 เมื่อ: มีนาคม 22, 2009, 12:26:15 am »

 Cheesy
บันทึกการเข้า
bank(TL_24)
member
*

คะแนน1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


« ตอบ #11 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2009, 07:03:43 pm »

พวกคัตเอาท์กล่องพวกนี้ แปลงใช้กับไดชาร์จ ไม่เกิน 55 แอมป์นะครับ
ไม่งั้นปัญหาบานครับ ไม่เอา
บันทึกการเข้า
nongsonook
member
*

คะแนน2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 80


« ตอบ #12 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2010, 12:24:37 pm »

ขอสอบถามเกี่ยวกับ ตัวนี้หน่อยครับ เป็นเรกกูเรเตอร์หน้าทองขาวเช่นกัน แต่มี สายไฟ 5 เส้น ครับ แยกเป็นสี ดังนี้ ขาวเขียว  ขาว ขาวแดง ดำ  และ ขาวดำ ครับ ผมลองต่อตามความเข้าใจ แล้วดังนี้ครับ ขาวเขียวต่อกับ สวิทช์กุญแจ ขาวต่อกับหลอดไฟแสดงการชารจ์ ขาวแดงผมต่อกับแบตเตอรี่ ดำต่อE ของไดชารจ์ และ ขาวดำต่อกับFของไดชารจ์ ส่วน N นั้นมันจะว่าง ยี่ห้อ คัดเอาท์ แบบ 5 สายที่ผมต่อ ยี่ห้อ NEW- ERA ครับ  ไม่ทราบว่าผมต่อภูกหรือเปล่าครับ  เพราะ เมื่อสตาร์รถแล้ว ไดชารจ์ทำงาน ไฟแสดงการ ชารจ์จะติดตลอดไม่ดับครับ  งง
บันทึกการเข้า
xyz ♥
ซุปเปอร์ วีไอพี
member
*

คะแนน59
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 292


« ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2010, 09:03:46 am »

ไม่ถูกครับ
Nต้องต่อกับNไดชาร์จ ไม่เช่นนั้นจะOVER CHARGE
บันทึกการเข้า
skuy12
member
*

คะแนน0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


« ตอบ #14 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2010, 09:13:03 am »

ไดชาร์จผมที่ปลั๊กต่อสายมีขั้ว  Lและ  R  ไม่ทราบว่าขั้ว  R  ต่อยังไงครับ  พอดีหาวงจรไม่เคยเจอแบบนี้เลย  ใครรู้ช่วยบอกด้วยนะครับ  ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
chayonk@hotmail.com
member
*

คะแนน0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7


« ตอบ #15 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2010, 10:51:54 am »

สวัสดีครับ ผมขอความกรุณาถามข้อสงสัยหน่อยนะครับ ความเข้าใจของผมเมื่อดูในภาพนะครับ ว่าขั้ว f กับ e ของไดชาร์จเมื่อไช้โอมม์เช็ค จะรู้ได้ว่าถ่านไดชาร์จจะหมดหรือยังมีอยู่ ได้ใช้ไหมครับ ไม่ค่อยแน่ใจนะครับ
บันทึกการเข้า
xyz ♥
ซุปเปอร์ วีไอพี
member
*

คะแนน59
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 292


« ตอบ #16 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2010, 03:35:45 pm »

สวัสดีครับ ผมขอความกรุณาถามข้อสงสัยหน่อยนะครับ ความเข้าใจของผมเมื่อดูในภาพนะครับ ว่าขั้ว f กับ e ของไดชาร์จเมื่อไช้โอมม์เช็ค จะรู้ได้ว่าถ่านไดชาร์จจะหมดหรือยังมีอยู่ ได้ใช้ไหมครับ ไม่ค่อยแน่ใจนะครับ
ใช่ครับ
บันทึกการเข้า
chayonk@hotmail.com
member
*

คะแนน0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7


« ตอบ #17 เมื่อ: กันยายน 01, 2010, 11:38:20 pm »

ผมขอขอบคุณมากครับคุณ xyz และก็ทีมงาน นายช่างทุกท่านด้วยนะครับ ที่ได้ให้ความรู้ ผมจะได้นำความรู้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ให้มากที่สุด สวัสดีครับผม Kiss LIKE!!
บันทึกการเข้า
xyz ♥
ซุปเปอร์ วีไอพี
member
*

คะแนน59
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 292


« ตอบ #18 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2010, 10:21:23 am »

ขั้ว A ที่ไดชาร์จมันไม่มีนะครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: