คลิป108เกษตร ...เตือน! สุนัข-แมว ห้ามให้ยาพาราฯ
LSVคลังสมองออนไลน์ "ปีที่14"
ตุลาคม 17, 2019, 01:36:30 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คลิป108เกษตร ...เตือน! สุนัข-แมว ห้ามให้ยาพาราฯ  (อ่าน 536 ครั้ง)
ช่างเล็ก(LSV)
Administrator
member
*

คะแนน1342
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17288


คิดดี ทำดี ชีวิตมีแต่สุข


อีเมล์
« เมื่อ: ธันวาคม 09, 2018, 03:20:46 PM »

หากอ่านบทความไม่พอดีกับจอมือถือ ดูเนื้อหาและคลิปวีดีโอที่เกี่ยวข้อง> w ww.ubmthai.com เวอร์ชั่นสมาร์ทโฟน >>คลิ๊ก!!    www.pohchae.com
.
.      [embed]https://www.youtube.com/watch?v=_sBc3u4ODMw[/embed] สัตวแพทย์ยังได้ให้คำแนะนำว่า “แมว ไม่ควรได้รับยาพาราฯ เนื่องจากจะทำให้ตัวบวม และอาจทำให้ตับวาย ถึงขั้นเสียชีวิตได้" ในสุนัข 1.ในทางสัตวแพทย์แล้วยาพาราไม่ควรให้หรือถ้าจำเป็นสุดๆให้ได้เพียงหนึ่งครั้งเพื่อบรรเทากรณีหายาอะไรไม่ได้แล้วจริงๆ แต่การให้ยาในสัตว์ต้องให้ตามน้ำหนักตัว คนหนัก80-100กิโลกรัม กินพารา1เม็ดเป็นอย่างต่ำในขนาดปกติธรรมดา ในคนยาจะใช้คำว่าในเด็ก กับในผู้ใหญ่ แต่สำหรับในสัตว์ยาใช้ตามน้ำหนักตัว ดังนั้นพารา1เม็ดกับสุนัขเล็ก หรือขนาดธรรมดาทั่วไปถือว่าเป็นปริมาณที่มหาศาลมากๆ 2.หลังจากกินไปได้1-2วัน อาจจะรู้สึกว่าสัตว์ลุกเดินได้ จากที่ไม่เดินเอาแต่นอนขดตัว เจ้าของจะเข้าใจว่าสุนัขอาการดีขึ้น แต่หลังจากนั้น7-10วัน หรืออาจจะภายใน1เดือนถัดมา อาจซึม อาเจียน ซีด เหลือง ตรวจเลือดพบค่าตับ หรืออาจมีค่าไตสูง โลหิตจาง สุนัขพอจะมีตัวย่อยพาราในตับบ้าง แต่ไม่ให้จะดีกว่า ในแมว 1.หลังกินพาราไม่ว่าจะชนิดเม็ดหรือน้ำ ไปได้ราวๆ1-2วันแล้วแต่ตัว จะมีอาการน้ำลายไหลมา หน้าบวม หน้ากลม หอบ ซีด บางตัวปัสสาวะเป็นเลือดสด 2.เจ้าของบางคนอาจเข้าใจว่าตัวก่อนก็กินไม่เห็นเป็นไร คือแมวเป็นสัตว์ที่กินยายาก(แล้วแต่ตัว) บางตัวพอป้อนยาจะอมแล้ววิ่งไปคายทิ้ง บางตัวพอยาเข้าปากจะสะบัดหัวอย่างเร็วยาจะหลุดกระเด็ดออกไปไม่ทันที่เจ้าของจะสังเกตเห็นก็จะคิดว่ากินเข้าไปแล้ว 3.ยิ่งยาน้ำแมวยิ่งกินยาก กรณีให้พาราน้ำ แมวจะทำน้ำลายฟูมสะบัดทำให้ยาแทบไม่เข้าไปในการที่จะกลืนยาได้เลย บางตัวที่ป้อนยาน้ำไปแล้วขับพ่นมากับน้ำลายเลยไม่เป็นอะไร 4.บางตัวป้อนยาแล้ววิ่งหนีหายไป ไม่กลับมาอีกเลย ถ้ากินยาเข้าไปจริงๆ จะไปออกอาการป่วยที่ไหนซักแห่งแล้วอาจไม่รอดชีวิตกลับมา ผลพิษพาราเซตามอล ในแมวจะแสดงอาการชัดเจนและรุนแรงกว่าสุนัข เพราะแมวไม่มีสาร(เอ็นไซม์)ที่ใช้ย่อยยาพารา พาราจะทำลายตับ ไต ทำให้ดีซ่าน เม็ดเลือดแดงแตก ไตวาย การหมุนเวียนเลือดเพื่อจับออกซิเจนถูกขัดขวาง จะหอบซีดตาย ต้องรีบพาพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด มียาแก้พิษพารา แต่ขึ้นอยู่กับปริมาณ และระยะเวลาที่ได้รับเข้าไป สัตว์อาจต้องนอนให้น้ำเกลือให้ยาแก้พิษเข้าเส้น ให้ยาบำรุงตับ หรือให้เลือดก็แล้วแต่กรณี หันมาใช้ยาแก้ปวดสำหรับสุนัขและมวดีกว่า ในสุนัขบางตัวที่มีปัญหาโรคตับ โรคไต อยู่แล้วโดยที่มีประวัติป่วยอยู่หรือป่วยแต่ยังไม่แสดงอาการ ก็จะยิ่งไปซ้ำให้เป็นหนักกว่าเดิม สุนัขที่สุขภาพแข็งแรงอาจยังไม่มีอาการอะไรให้เห็น แต่พิษจะคงอยู่เรื้อรังในตับ หรือร่างกาย แล้วค่อยแสดงอาการซีด เหลือง ตับวายใน2-3เดือนต่อมา ทั้งที่ผลเฉียบพลันหรือเรื้อรังขึ้นอยู่กับสภาพตัวสัตว์ แต่ที่แน่ๆคือ พาราเป็นยาพิษสำหรับแมว ขอบคุณ https://pantip.com/topic/30698099


บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media

lsv2555Please follow the new website at https://www.pohchae.com

Valid CSS!