ขั้นตอนเบื้องต้น หลังจากรถยนต์โดนน้ำท่วม
LSVคลังสมองออนไลน์ "ปีที่14"
กันยายน 20, 2018, 01:42:06 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขั้นตอนเบื้องต้น หลังจากรถยนต์โดนน้ำท่วม  (อ่าน 173 ครั้ง)
ช่างเล็ก(LSV)
Administrator
member
*

คะแนน1325
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17029


คิดดี ทำดี ชีวิตมีแต่สุข


อีเมล์
« เมื่อ: สิงหาคม 01, 2017, 02:37:29 PM »

หากอ่านบทความไม่พอดีกับจอมือถือ คลิ๊ก!!ดูเนื้อหาเกี่ยวข้อง> www.ubmthai.com เวอร์ชั่นสมาร์ทโฟน >> https://www.pohchae.com





1.โทรแจ้งประกันรถยนต์
โทรแจ้งประกัน รอเจ้าหน้าที่ประกันมาประเมิณความเสียหาย เมื่อรถโดนน้ำท่วมแล้ว เราต้องรีบเช็คเลยว่ารถเรามีประกันไหม? แล้วใช้ประกันชั้นไหน? เพราะแต่ละชั้นก็มีความคุ้มครองไม่เหมือนกัน ประกันรถยต์ของเราคุ้มครองอุบัติเหตุจาภัยธรรมชาติไหม? เมื่อรู้แล้วว่ามีก็รีบโทรแจ้งประกันก่อนครับ ถ้าไม่มีก็ตั้งสติ แล้วค่อยๆ ทำดังนี้..



2.อย่าเพิ่งต่อขั้วแบตเตอรี่รถยนต์กลับคืน

เพราะน้ำที่ค้างอยู่ในรถจะส่งผลให้ระบบไฟฟ้าของรถยนต์ลัดวงจรทำให้เกิดความเสียหายมากกว่าเดิมได้

และก่อนที่น้ำจะท่วมรถถ้าเป็นไปได้อยากให้ถอดสายแบตเตอรี่รถยนต์ออกให้หมด ยกแบตเตอรี่หนีน้ำได้ยิ่งดีเพื่อป้องกันน้ำที่ท่วมทำให้ประจุไฟในเบตเตอรี่รั่วออกจนหมด แล้วถ้าเราต้องการเคลื่อนย้ายรถก็ให้ใช้รถลากจูงออกมานะครับ โดยปกติแล้วทุกกรรมธรรมประกันรถยนต์สามารถใช้บริการรถลากจูงได้ 1 ครั้งโดยไม่มีค่าบริการครับ ติดต่อบริษัทประกันที่เพื่อนๆ ใช้บริการดูนะครับ



3.เคลื่อนย้ายรถยนต์ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ

ย้ายรถออกมาตากแดดเพื่อให้น้ำระเหยออกไปบ้างจากตัวรถแต่ไม่ช่วยมากนักนะครับ หลังจากนั้นตรวจสอบระดับน้ำที่ท่วมก่อนเลยครับว่าท่วมมากขนาดไหน ถ้าท่วมมิดคันขอแนะนำตรงๆ ว่าเรียกประกันรถมารับรถไปซ่อมเถอะครับ โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ๆ ที่เป็นระบบไฟฟ้าซะส่วนมาก เพราะสิ่งที่ต้องตรวจสอบนั้นมีทั้ง ระบบเกียร์ เพลา สตาร์ทเตอร์ และมอเตอร์ไฟฟ้าต่างๆ







4.ล้างรถให้สะอาด
รวมถึงการฉีดน้ำเข้าไปในบริเวณใต้ท้องรถและซุ้มล้อ เพื่อล้างเศษดินทรายที่ตกค้างหรือติดอยู่ออกให้หมด ซึ่งอาจมีเศษขยะหรือหญ้าแห้งติดอยู่ ที่อาจก่อให้เกิดไฟไหม้ได้ง่าย



5.จัดการห้องโดยสารให้แห้ง

เปิดประตูออกทุกบาน ให้ลมโกรก หรือถ้ามีแดดให้จอดตากแดด จากนั้นถอดเบาะนั่ง พรม ผ้าต่างๆ ที่อยู่ภายในรถออกมาซักทันที เพราะถ้าทิ้งเอาไว้นาน ความเหม็นอับจะมาเยือน และเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและเชื้อโรคต่างๆ นอกจากเรื่องของเครื่องยนต์แล้ว พรมปูพื้น และเบาะต่างๆ ที่ตกแต่งภายในห้องโดยสารควรดูแลให้แห้งถ้าเป็นไปได้เพื่อเรื่องของกลิ่นและเชื้อราภายในรถครับ ถ้าระดับน้้ำแค่ปริ่มๆ เรายังสามารถเอาพรมมาตากแห้ง เอารถตากแดดจัดๆ เพื่อให้เบาะพอหายชื้นไปได้บ้าง แต่ถ้าน้ำท่วมมิดคันก็เปิดประตูเทน้ำออกซะหน่อยแล้วไปศูนย์ให้บริการดีกว่าครับงานใหญ่เลยครับ.





6.เป่าลมไล่น้ำตามรถ
ปลดทุกอย่างที่เป็นขั้วไฟฟ้าแล้วใช้ที่เป่าลม หรือ หรือไดรย์เป่าผม เป่าทุกซอกทุกมุมในรถ ตรวจดูปลั๊กไฟใช้ลมเป่าทำความสะอาดทั้งหมด หรือใช้สเปรย์ไล่ความชื้นฉีดทิ้งไว้



7.นำรถไปตรวจสภาพ
สุดท้ายแล้ว เมื่อเรานำรถมาตากแห้ง อย่าลืมเปิดประตูและหน้าต่างให้ลมโกรกนะครับ เมื่อน้ำลง แล้วรถแห้งแล้ว..แนะนำให้นำรถไปตรวจสภาพครับ ให้ช่างด้วยเช็คด้วยดูอีกทีหนึ่งว่า รถเราเป็นอย่างไรบ้างแล้ว





ความคุ้มครองของประกันรถยนต์กับน้ำท่วม

ความคุ้มครองประกันแบ่งความเสียหายจากน้ำท่วมเป็นสองแบบคือ การสูญเสียโดยสิ้นเชิง กับ ความเสียหายบางส่วน

1.การสูญเสียโดยสิ้นเชิง
คือกรณี น้ำท่วมมิดคัน หรือ ท่วมเกินช่วยคอนโซลหน้า ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับทั้งห้องโดยสาร บริษัทประกันประเมิณว่า ไม่คุ้มที่จะซ่อมให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม บริษัทประกันยินดีที่จะจ่ายเงิน 70-80% ของทุนประกันเพื่อเป็นการขอซื้อซากรถ



2.ความเสียหายบางส่วน
ถ้ารถคันนั้นไม่เสียหายมากนัก สามารถซ่อมกลับมาใช้ได้ ประกันภัยก็จะตีเป็นลักษณะความเสียหายบางส่วน บริษัทประกันจะรับผิดชอบซ่อมแซมรถให้กลับมาใช้งานได้ปกติ โดยที่ประกันภัยนั้นจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
เพื่อแบ่งเบาปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย อยากแนะนำให้เลือกประกันรถที่ครอบคลุมภัยธรรมชาติ เช่น จากน้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุลูกเห็บเผื่อไว้นะครับ เราไม่มีทางรู้เลยจริงๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนนาคต กันไว้ย่อมดีกว่ามาตามแก้ไขกันทีหลัง




บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media

lsv2555Please follow the new website at https://www.pohchae.com

Valid CSS!