ตู้เย็นมิตซูบิชิ MR-253 GY มีอาการเย็นน้อย ช่องฟรีซแช่น้ำไม่แข็งแค่เป็นวุ้น
LSVคลังสมองออนไลน์ "ปีที่14"
พฤศจิกายน 18, 2018, 05:12:11 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ตู้เย็นมิตซูบิชิ MR-253 GY มีอาการเย็นน้อย ช่องฟรีซแช่น้ำไม่แข็งแค่เป็นวุ้น  (อ่าน 17226 ครั้ง)
pisit99
ชุมชนคนรักอาชีพช่าง
member
*

คะแนน6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« เมื่อ: ตุลาคม 14, 2015, 10:55:42 AM »

ไม่ใช่ช่างครับ แต่มาขอปรึกษาขอความรู้กับท่านผู้รู้ทั้งหลายในเว็บบอร์ดนี้ครับ
 คือ ตู้เย็นที่บ้านมีปัญหา ตู้เย็นมิตซูบิชิ รุ่น MR-253 GY มีอาการเย็นน้อย ช่องฟรีซแช่น้ำไม่แข็งแค่เป็นวุ้น


มีอาการเย็นน้อยได้ 2 วัน จึงได้ลองถอดปลั๊กทิ้งไว้ให้ละลายน้ำแข็ง ทิ้งไว้เป็นวันแล้วค่อยกลับมาเสียบปลั๊กใหม่ มีน้ำแข็งละลายลงมาในถาดน้ำทิ้งมากเหมือนกัน ปรากฎว่าอาการเย็นน้อยยังเหมือนเดิม เย็นน้อยทั้งช่องฟรีซด้านบน และห้องแช่ธรรมดาด้านล่าง แม้จะทิ้งไว้นาน 2 ชั่วโมง แช่น้ำก็ยังไม่แข็งแค่เป็นวุ้นเท่านั้น เมื่อตู้เย็นทำงานไปได้สักครึ่งชั่วโมงลองจับคอมเพรสเซอร์ดูร้อนมาก แต่คอมไม่ตัด (โอเวอร์โหลดไม่ตัด) ข้างตู้เย็นก็อุ่นๆ รู้สึกว่าอุ่นน้อยกว่าปกติ เมื่อก่อนตู้เย็นเย็นปกติข้างตู้เย็นจะร้อนกว่านี้ ไม่รู้ว่าอาการนี้ปกติไหม

ผมได้ลองหาความรู้ทางเน็ตจากเว็บต่าง ๆ ได้ไปลองเช็คดูปรากฎว่า พัดลมในช่องฟรีซทำงานปกติ วัดโวลต์ที่ดีฟรอสต์ไทเมอร์ ขา 1 กับ ขา 3 ไม่มีโวลต์ขึ้นเลย แต่คอมเพรสเซอร์ทำงาน จึงถอดห้องฟรีซมาดูปรากฎว่าดีฟรอสต์ฮีตเตอร์(เป็นแก้ว)แตกกระจายมีรอยดำ ไม่แน่ใจว่าเป็นมานานหรือยัง ส่วนดีฟรอสต์ไทเมอร์ลองต่อไฟ 220 v ดูแล้วไม่เสียเดินได้ และเทอร์โมฟิวส์ที่ต่อจากไบเมทัลมาก่อนเข้าดีฟรอสต์ฮีตเตอร์ วัดแล้วเทอร์โมฟิวส์ไม่ขาดวัดความต้านทานขึ้นปกติ เมื่อเดินเครื่องไปได้สักครึ่งชั่วโมง เปิดดูที่แผงคอยล์เย็นมีไอน้ำแข็งมาจับขาว เริ่มจากด้านบนก่อน



รูปดีฟรอสต์ฮีตเตอร์ด้านล่างคอยล์เย็น แตกกระจายครับ

จากนั้นจึงได้ไปหาซื้อดีฟรอสต์ฮีตเตอร์ตัวใหม่ รวมถึงไบเมทัลด้วย เพราะเห็นมีไอน้ำจับอยู่ภายในกระเปาะยางกันน้ำ ไม่แน่ใจว่าไบเมทัลเดิมจะเสียหรือเปล่า แต่อุปกรณ์ที่ซื้อมาใหม่ยังไม่ได้ติดตั้งเลยครับ ทำงานทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ รอเสาร์อาทิตย์นี้จะมาเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ ต้องแปลงขั้วต่อด้วย ขั้วต่อของอะไหล่ที่ซื้อมาไม่เหมือนกัน

ผมไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนอะไหล่แล้วจะเย็นเป็นปกติไหม ถ้าเปลี่ยนแล้วยังเย็นน้อยเหมือนเดิม ช่องฟรีซแช่น้ำไม่แข็ง น่าจะเกิดปัญหาจากอะไร มีวิธีตรวจเช็คอย่างไรต่อไปครับ รบกวนท่านผู้รู้ทั้งหลายชี้แนะด้วยครับ

ช่างแอร์ใกล้บ้านก็กลัวไม่กล้าใช้บริการอีก หลังจากที่เคยแอร์ไม่เย็น เรียกมา ช่างแกเติมน้ำยาไป 1 พัน ใช้ได้แป๊บเดียวก็ไม่เย็นอีก เรียกมารอบสองแกบอกว่าท่อรั่วต้องซ่อม (แทนที่ช่างจะตรวจตั้งแต่ทีแรกถ้าพบว่าท่อรั่วก็ซ่อมจุดรั่วไปไม่ต้องไปเติมน้ำยาให้ลูกค้าเสียเงินสองรอบ) รอบสองนี้ช่างแกดันมาตัดเช็ควาล์ว(ท่อสำเร็จ ทั้งท่อดูดและท่อส่ง) ออก ทั้งๆที่มันไม่ได้รั่วตรงนั้น แล้วเติมน้ำยา เสียไปอีก 2,500 บาท รวม 3,500 บาท โดนช่างฟันไป นี่ขนาดคนบ้านใกล้เรือนเคียงยังทำกันขนาดนี้ เลยกลัวช่างแอร์ไปเลย ไม่กล้าเรียกมาซ่อมตู้เย็นอีก

โทรไปถามศูนย์ซ่อมมิตซูบิชิ (กันยง) เขาบอกว่าตู้เย็นรุ่นนี้ยี่สิบกว่าปีแล้ว ไม่มีอะไหล่ ไม่รับซ่อม ยกเว้นเป็นระบบน้ำยา ระบบไฟ แต่ถ้าเปลี่ยนอะไหล่ไม่มีซ่อมไม่ได้

จึงอยากตรวจสอบด้วยตัวเองก่อน เผื่อซ่อมแซมได้เอง ไม่อยากตกเป็นเหยื่อช่างไร้จรรยาบรรณอีก ถ้าซ่อมไม่ได้จริงๆ จึงจะส่งช่างที่ไว้ใจได้ (ไม่รู้มีร้านไหนบ้าน ผมอยู่ อ.เมือง นนทบุรี)

ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ  ขอบคุณ  ขอบคุณ  ขอบคุณ  ขอบคุณ  ขอบคุณ

ปล. แนบรูปไม่ได้ครับ กดที่ปุ่มใส่รูปแล้วไม่มีหน้าต่างขึ้นมาให้เลือกรูปใส่ ว่าจะแนบรูปไดอะแกรมตู้เย็นมาให้ดู พร้อมกับสภาพในช่องฟรีซ


บันทึกการเข้า

หลอดไฟ
ผู้ช่วย Admin
member
*****

คะแนน246
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1551


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2015, 11:28:03 AM »

เปลี่ยนดีฟรอสต์ฮีตเตอร์ แล้วเสียบปลั๊ก ---ถ้ายังเย็นน้อยแสดงว่าน้ำยาไม่พอครับ
บันทึกการเข้า

ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
pisit99
ชุมชนคนรักอาชีพช่าง
member
*

คะแนน6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2015, 12:47:58 PM »

ขอสอบถามเพิ่มเติมครับ  ถ้าเผื่อว่าเปลี่ยนดีฟรอสต์ฮีทเตอร์ และไบเมทัล แล้ว แต่ตู้เย็นยังเย็นน้อย  อาจจะเป็นไปได้สองกรณี คือ
1. น้ำยาทำความเย็นน้อยเกินไป ตู้เย็นรุ่นนี้ใช้สารทำความเย็น R-12 ซึ่งน่าจะไม่มีจำหน่ายแล้ว(ดูจากกระทู้แนวทางการซ่อมตู้เย็นตัน http://www.ubmthai.com/leksoundsmf3/index.php?PHPSESSID=d62d8758e0be225673394aa5e669c913;topic=3509.new#new) กรณีนี้จะแก้ไขยังไงครับ ต้องเปลี่ยนสารคำความเย็นเป็นตัวอื่นที่ยังมีขายอยู่ในท้องตลาด อาทิ R-134A ใช่หรือไม่ครับ ถ้าใช่ต้องเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ด้วยใช่ไหมครับ เพราะระบบ R-134A แรงดันในระบบสูงกว่าระบบ R-12 มาก คอมเพรสเซอร์ก็ต้องเปลี่ยนให้รองรับแรงดันสูงได้
2. คอมเพรสเซอร์แรงอัดตก อันนี้ก็คงต้องเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์และเปลี่ยนสารทำความเย็นเป็น R-134A ด้วยตามข้อ 1 ใช่หรือไม่ครับ

ทั้งสองกรณีมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไรครับ(ถ้าส่งซ่อม ผมเองคงทำไม่ได้เพราะไม่มีเครื่องมือซ่อม) ซ่อมแล้วจะใช้ได้อีกนานไหม ซื้อตู้เย็นใหม่คุ้มกว่าหรือไม่ครับ

ช่วยชี้แนะด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ
บันทึกการเข้า
pisit99
ชุมชนคนรักอาชีพช่าง
member
*

คะแนน6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2015, 01:10:02 PM »




รูปคอมเพรสเซอร์ครับ เป็นแบบโรตารี่
บันทึกการเข้า
pisit99
ชุมชนคนรักอาชีพช่าง
member
*

คะแนน6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2015, 01:13:49 PM »



ผังไดอะแกรมตู้เย็นครับ
บันทึกการเข้า
pisit99
ชุมชนคนรักอาชีพช่าง
member
*

คะแนน6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2015, 11:56:59 AM »

รายงานความคืบหน้าครับหลังจากเปลี่ยนดีฟรอสต์ไทเมอร์แล้ว 

เอาไบเมทัลทั้งตัวเก่าตัวใหม่ไปแช่น้ำแล้วไปแช่ช่องฟรีซตู้เย็นอื่นให้เป็นน้ำแข็งแล้วมาวัดความต้านทาน ปรากฏว่าวงจร NO ไม่ยอมต่อวงจร วัดความต้านทานไม่ได้ นั่นคงเป็นเพราะว่าอุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียสยังไม่ต่ำพอที่จะทำให้สวิตซ์ไบเมทัลต่อวงจร คงจะต้องติดลบน่าจะสัก -10 องศาเซลเซียส

จึงทดลองนำทั้งไบเมทัลตัวเก่าและตัวใหม่ไปติดตั้งกับประเปาะเก็บน้ำยาในช่องคอยล์เย็นในช่องฟรีซ โดยใช่ไบเมทัลตัวเก่าต่อวงจร ส่วนไบเมทัลตัวใหม่เดินปลายสายออกมาสำหรับวัดว่าต่อวงจรหรือเปล่า แล้วเดินเครื่องตู้เย็น ไปสักสองชั่วโมงเปิดตู้เย็นดู มีความเย็นพอสมควรน้ำที่แช่ไว้เริ่มเป็นวุ้น และดีฟรอสต์ไทเมอร์(ตัวเก่า)ทำงาน(จับดูสั่น) วัดขา 1 กับ 3 ได้ 220 VAC และวัดความต้านทานที่ไบเมทัลตัวใหม่ปรากฏว่าต่อวงจรแล้ว

ลองใช้ไขควงแบนหมุนตัวปรับหลังดีฟรอสต์ไทเมอร์มาที่จุดละลายน้ำแข็งปรากฏว่าวัดไฟที่ขา 1 กับ ขา 3 ไม่ขึ้นโวลต์เลย และที่ขา 1 มีไฟมา(วัดจากไขควงวัดไฟ) แสดงว่าไฟเดินผ่านไบเมทัลมาที่ขา 1 ส่วนขา 3 มีไฟมาอยู่ตลอดอยู่แล้ว

ลองไปแป๊บเดียวแล้วหมุนไขควงให้ดีฟรอสต์ไทเมอร์พ้นจากจุดละลายน้ำแข็ง ปรากฏว่าไบเมทัลตัวเก่าตัดวงจรแล้ว ส่วนไบเมทัลตัวใหม่ยังต่อวงจรอยู่ แสดงว่าไบเมทัลตัวเก่ามีปัญหา ต่อวงจรช้า(ต่อวงจรที่อุณหภูมิต่ำกว่าปกติ) ทำให้ตัดวงจรเร็ว จึงเป็นสาเหตุให้การละลายน้ำแข็งมีปัญหา ละลายน้ำแข็งได้น้อยมาก ทำให้น้ำแข็งสะสมมากจนมาดันแท่งแก้วของดีฟรอสต์ฮีตเตอร์แตก (ไม่ได้แตกจากความร้อนสูง) แล้วพอถึงเวลาละลายน้ำแข็งรอบหน้าเมื่อไบเมทัลต่อวงจรให้ดีฟรอสต์ฮีตเตอร์ทำงาน ขดลวดของฮีตเตอร์จึงขาด(เพราะแท่งแก้้วแตกแล้วภายในแท่งแก้วฮีตเตอร์ไม่เป็นสุญญากาศ เมื่อครบวงจรไส้ฮีตเตอร์จึงไหม้ขาด)

แต่พอวัดไบเมทัลตัวใหม่ดูยังปรากฏว่ายังต่อวงจรอยู่ สาเหตุของอาการตู้เย็นเสียครั้งนี้จึงเป็นเพราะไบเมทัลผิดปกติ ต่อวงจรที่อุณหภูมิต่ำกว่าปกติ



แต่ก็เย็นค่ำพอดีต้องมาทำต่อวันหยุดหน้า โปรดติดตามตอนต่อไปครับ

บันทึกการเข้า
chayud
ชุมชนคนรักอาชีพช่าง
member
*

คะแนน6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 39


อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2015, 06:17:07 PM »

โนฟรอตไม่ได้ยากและง่ายมันมีขั้นตอนการเช็คครับ  เยี่ยมมาก
บันทึกการเข้า
pisit99
ชุมชนคนรักอาชีพช่าง
member
*

คะแนน6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2015, 09:56:41 AM »

มารายงานความคืบหน้าครับ

เมื่อวันเสาร์ที่ 31 ต.ค.58 ผมได้เปลี่ยนไบเมทัลสวิตซ์แล้ว ลองเดินเครื่องตู้เย็นดู ปรากฏว่าตู้เย็นทำงานนานมากกว่าคอมเพรสเซอร์จะตัด (เพราะความเย็นได้) ลองวัดอุณหภูมิในช่องฟรีซได้ -16 องศาเซลเซียส ช่องแช่เย็นด้านล่าง (ช่องบนได้ 1 องศา ช่องล่างสุดได้ 5 องศา) พอคอมฯตัดแล้ว เว้นระยะเวลาประมาณ 25 นาทีแล้วคอมฯก็เริ่มเดินใหม่ แต่เดินนานมากกว่าจะหยุด ผมลองเครื่องไป 28 ชม. ตู้เย็นตัดละลายน้ำแข็งทุก 8 ชั่วโมง (อันนี้ปกติ มีน้ำไหลจากท่อระบายลงถาดน้ำทิ่งทุก 8 ชั่วโมง แต่ไม่มาก)

(ตู้เย็นประตูเดียวที่ใช้แทนอยู่ตอนนี้(มิตซุบิชิ) คอมเพรสเซอร์เดิน 5 นาที พัก 15 นาที)

ผมลองจับด้านข้างตู้เย็นดูปรากฎว่ารู้สึกอุ่น ๆ แต่ไม่อุ่นมากเหมือนเมื่อก่อนที่จะมีปัญหา น่าจะมีปัญหาระบบทำความเย็นเอาความร้อนภายในตู้ออกมาถ่ายเทนอกตู้ได้น้อยกว่าปกติ ทำให้คอมเดินนานมาก

สาเหตุน่าจะเป็นจากอะไรครับ ระหว่างน้ำยาขาด กับคอมเพรสเซอร์แรงอัดตก

ถ้าเป็นน้ำยาขาด ตัวน้ำยาเดิมที่ใช้เป็น R-12 น่าจะไม่มีขายแล้ว จะเปลี่ยนเป็นน้ำยาตัวไหนได้บ้างครับ ที่ไม่ต้องเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ ถ้าเป็น R-134a แรงอัดในระบบจะสูงกว่าเดิมต้องเปลี่ยนคอมใช่ไหมครับ แล้วถ้าเป็น R-600 นี่จะใช้แทน R-12 ได้ไหมครับ จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ (หากคอมเพรสเซอร์แรงอัดยังใช้่ได้)

ถ้าเป็นคอมเพรสเซอร์แรงอัดตก คงต้องเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ ทำระบบน้ำยาใหม่

ทั้งสองกรณีมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไรครับ จะได้ตัดสินใจถูกว่าจะซ่อมดีหรือไม่ 

รบกวนท่านอาจารย์ และช่างซ่อมตู้เย็นในเว็บบอร์ดนี้ช่วยชี้แนะด้วยครับ
บันทึกการเข้า
หลอดไฟ
ผู้ช่วย Admin
member
*****

คะแนน246
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1551


อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2015, 11:21:28 AM »

R600เป็นสารติดไฟ อันตรายสำหรับช่างมือใหม่ ไม่แนะให้ใช้ ทางออกที่ดีที่สุดคือเปลี่ยนคอมพ์ใช้น้ำยาR-134aดีกว่าครับ
บันทึกการเข้า

ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
pisit99
ชุมชนคนรักอาชีพช่าง
member
*

คะแนน6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2015, 11:56:25 AM »

ผมโทรศัพท์ไปสอบถามศูนย์มิตซูบิชิ อิเล็คทริค มา คุยกับแผนกช่าง เล่าอาการให้ฟัง

ผม - ตู้เย็นมีอาการเย็นน้อย จึงเอาของออกไปใส่ตู้เย็นอื่น ถอดปลั๊กทิ้งไว้เป็นวัน มีน้ำไหลลงมาเต็มถาดน้ำทิ้ง แสดงว่าระบบดีฟรอสต์ไม่ทำงาน จึงได้ถอดช่องฟรีซออกมาตรวจเช็ค ปรากฏว่าหลอดฮีตเตอร์แตกกระจาย แต่เทอร์โมฟิวส์ไม่ขาด ได้ไปซื้ออะไหล่ฮีตเตอร์+ไบเมทัล สวิตซ์ มาเปลี่ยน เดินเครื่องไปครบยี่สิบสี่ชั่วโมง มีการละลายน้ำแข็ง 3 รอบ (ละลายทุก 8 ชั่วโมง ละลาย 30 นาที แล้วคอมเดินใหม่) อุณหภูมิในช่องฟรีซ - 16 องศา ช่องเย็นด้านล่าง 1 องศา (ความเย็นนี้ก็เย็นปกติ) แต่ปรากฎว่าคอมเดินนานมากประมาณวันครึ่งถึงจะตัด (ตั้งแต่เริ่่มเดิน) ตัดประมาณ 25 นาที แล้วคอมเดินต่ออีกหลายชั่วโมง ทั้ง ๆ ที่ในตู้ก็ไม่ได้แช่อะไร แช่น้ำ 2 แก้วในช่องฟรีซ ดูว่าจะเป็นน้ำแข็งไหม ทำไมคอมตัดช้ามาก และข้างตู้เย็นตอนคอมเดินก็ร้อนน้อย ปกติร้อนมากกว่านี้

ช่าง - คุณเป็นช่างหรือเปล่า
ผม - ไม่ใช่ช่างครับ แต่พอมีความรู้ทางช่างนิดหน่อย เลยจะลองเช็คดูก่อน

ช่าง - เห็นรอยคราบน้ำมันหยด หรือเกาะที่ท่อทองแดง-ท่อเหล็ก บ้างไหม
ผม - ไม่มีครับ ไม่เห็นเลย ตอนเดินเครื่องท่ออัดก็ร้อน คอมก็ร้อน ท่อดูดที่ลงมาจากตู้เย็นก็ไม่เย็น เย็นน้อยๆ ไม่มีไอน้ำหรือน้ำแข็งจับ

ช่าง - แล้วเปิดคอยล์เย็นดูมีน้ำแข็งจับเต็มไหม
ผม - มีคราบน้ำแข็งจับเต็มคอยล์เย็น แต่บางๆ ไม่หนา

ช่าง - ประตูตู้เย็นขอบยางปิดสนิทไหม
ผม - ปิดสนิทครับ แถบแม่เหล็กยังดีอยู่(เอาประแจปากตายเบอร์ 10-12 ไปทาบก็ดูดติดอยู่ไม่หลุด ทั้ง 4 ด้าน ทั้งสองประตู)  แถบยางแนบสนิท ไม่มีไอเย็นลอดออกมา

ช่าง - ตู้เย็นอาการปกติแล้วใช้ได้ ปกติเดินเครื่องใหม่เครื่องจะเดินนานกว่าจะตัด อาจเดินเป็นวัน
ผม - เข้าใจครับว่าเดินเครื่องตอนแรกต้องใช้เวลานานกว่าจะได้ความเย็นแล้วคอมจึงตัด แต่พอตัดแล้ว 25 นาทีก็เดินใหม่อีกหลายชั่วโมงกว่าจะตัด มันผิดปกติไหม เมื่อก่อนเดินสัก 5 ถึง 10 นาทีก็ตัดแล้ว (ไม่เปิดตู้เย็นเลย) แถมใส่ของไว้น้อย  เป็นไปได้ไหมที่น้ำยาจะรั่ว หรือน้อย หรือคอมแรงอัดตก
ช่าง - ถ้าน้ำยาน้อยหรือคอมแรงอัดตก อาการจะใกล้เคียงกันคือจะมีไอน้ำแข็งเกาะที่คอยล์เย็นไม่เต็มแผง หรือไม่เกาะเลย ความเย็นในฟรีซก็จะน้อยหรือไม่เย็นเลย

ช่าง - ใช้ได้แล้วอาการนี้ น้ำยาไม่น้อย ไม่ต้องซ่อมอะไร
ผม - Huh???


เทอร์โมสตัทในช่องฟรีซไม่น่าเสีย เพราะมันตัดการทำงานคอมได้ มีปัญหาอย่างเดียวทำไมคอมเดินนานมากกว่าจะตัด (หลายชั่วโมง) ผมลงทุนนั่งเฝ้าคอมเลย และทำไมข้างตู้เย็นร้อนน้อยกว่าปกติ

ท่านใดเคยเจออาการแบบนี้บ้างครับ ช่วยชี้แนะด้วยครับ

บันทึกการเข้า
b.chaiyasith
แก้ปัญหาไม่ตกคุยกันเวลางานline:chiabmillion
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน647
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 2982


ไม้ดีไม่ลอยน้ำมาไกล

hs5kwi@hotmail.com ชื่อเล่น+เฉียบ
อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2015, 07:36:30 PM »

ถ้าคุณมีเครื่องมือพอที่จะเชื่อมแวกซ์ ถอดคอมพ์เพรสเซ่อร์ออกมาวัดแรงดัน ถ้าเกิน400PSIGก็ใช้ได้ เปลี่ยนCapilary tube เติมน้ำยาเข้าไปใหม่ ไม่ต้องสงสัยอีกต่อไป  เยี่ยมมาก โชคดีครับ ได้ความรู้ใหม่ด้วย เอาเลย ลงมือ
บันทึกการเข้า

"CHIAB"
มนุษย์เราแต่ละคน  ต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนเลย  แล้ววันหนึ่งก็มาพบหน้ากัน  สมมุติเป็นพ่อ  เป็นแม่  เป็นเมีย  เป็นสามี  เป็นลูก  อยู่ร่วมกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน และแล้ววันหนึ่ง  ก็แยกย้ายด้วยการ  "ตายจาก"  กันไปสู่  ณ  ที่ซึ่งไม่มีใครได้ตามพบ  คืนสู่ความเป็นผู้ไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไปไหน  และคืนสู่ความเป็น  "คนแปลกหน้า"  ซึ่งกันและกันอนันกาลอีกครั้งหนึ่ง...และอีกครั้งหนึ่ง!?
ขอขอบคุณ คุณเปลว สีเงิน ที่ให้ข้อคิดดีๆ
pisit99
ชุมชนคนรักอาชีพช่าง
member
*

คะแนน6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2015, 04:08:05 PM »

ขอบคุณ คุณ b.chaiyasith ที่แนะนำครับ

ผมไม่มีเครื่องมือช่างแอร์เลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเชื่อมแก๊ส เพรสเชอร์เกจ เครื่องทำสุญญากาศ (เครื่องแวคคั่ม) ถังน้ำยาแอร์ ฯลฯ และราคาเครื่องมือที่ว่ามาก็ค่อนข้างสูง ไม่ได้คิดจะทำเป็นอาชีพ คงจะไม่ซื้อมาเพื่อซ่อมตู้เย็นเครื่องเดียวครับ หากต้องซ่อมจริงก็คงส่งช่างครับ (แต่ก็กังวลว่าจะหาช่างดีดีมีจริยธรรมได้ที่ไหน เพราะเจอช่างแอร์ไร้จริยธรรมมาหลายราย ช่างที่ดีก็หายากแถมงานเยอะ เฉพาะงานแอร์ก็รับไม่หวาดไม่ไหว รอกันหลายเดือน และอยู่ไกลไม่มีเวลามา งานตู้เย็นจึงไม่ต้องพูดถึง)

เมื่อวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา วันเสาร์ผมได้ลองเดินเครื่องให้คอมเดินจนท่ออัดร้อน แล้วก็ปิดสวิตซ์ตัดไฟตู้เย็นแล้วเปิดสวิตซ์ทันที ปรากฎว่าคอมเพรสเซอร์ไม่เดินครับ (คอมฯ ล็อค เพราะแรงอัดด้านไฮสูงมากจนคอมฯไม่สามารถสตาร์ทได้ และรอประมาณ 5 นาทีเปิดสวิตซ์ใหม่คอมฯเดินได้ปกติ) แสดงว่า 1.คอมเพรสเซอร์ยังมีแรงอัดดี และ 2. มีน้ำยาในระบบไม่ได้หายไปไหน (วิธีการเช็คแรงอัดคอมแบบนี้ผมได้มาจากเว็บไซต์แห่งนี้ล่ะครับ ไล่อ่านดูกระทู้เกี่ยวกับตู้เย็นจนเจอ เป็นวิธีการเช็คแรงอัดคอมอย่างง่ายโดยไม่ต้องเปิดระบบ ต้องขอขอบคุณเว็บไซต์นี้เป็นอย่างมาก)

หลังจากนั้นผมได้ถอดขาไทเมอร์ ขา 1 ออก เพื่อไม่ให้ไทเมอร์เดิน (ไม่ให้ระบบดีฟรอสต์ทำงาน) ลองเดินเครื่องตู้เย็น เมื่อวานตอน 16.45 น. โดยไม่เปิดตู้เย็นเลย (แช่น้ำในช่องฟรีซ ครึ่งแก้วแสตนเลส 2 แก้ว) ช่วงแรกๆ ข้างตู้เย็นร้อนปกติเหมือนที่เคยใช้ จนมาสัก 4 ทุ่ม ข้างตู้เย็นร้อนน้อยลงกว่าเดิม (คงเพราะโหลดความร้อนในตู้เย็นเหลือน้อยลง) เดินเครื่องจนประมาณ 23.00 น. เทอร์โมสตัดจึงตัด ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง หลังจากนั้นประมาณ 5 ทุ่มครึ่งเทอร์โมสตัทก็ต่อวงจร คอมฯเดินต่อ ผมก็ไปนอน สังเกตได้ว่าความร้อนที่ข้างตู้เย็นน้อย ไม่มากเหมือนตอนเดินเครื่องแรก ๆ แต่ไม่รู้ว่าเดินเครื่องนานเท่าไรจึงตัด

เช้าวันนี้ 7 โมงเช้า ตื่นลงมาเห็นคอมเดินอยู่ จับดูท่อไฮไม่ร้อน แสดงว่าเพิ่งเริ่มทำงาน แล้ว 7 โมงครึ่งคอมตัดเพราะความเย็นได้ แต่ความร้อนข้างตู้ระหว่างที่คอมเดินก็ร้อนน้อย น่าจะเป็นเพราะโหลดความร้อนในตู้เย็นน้อย (ของในตู้เย็นน้อย) ผมว่าตู้เย็นผมระบบน้ำยาปกติไม่รั่ว และคอมเพรสเซอร์แรงอัดก็ยังใช้ได้ ไม่ต้องซ่อมแล้วน่าจะใช้ได้ แต่จะลองไปเรื่อยๆ ว่าสักกี่วันคอยล์เย็นจะตันจนลมผ่านไม่ได้

แต่ขอหารือเพิ่มเติมครับ เมื่อวันเสาร์ผมลองหมุนไทเมอร์มาที่ตำแหน่งละลายน้ำแข็งแป๊บเดียว ลองเอามือไปแตะที่หลอดแก้วฮีตเตอร์ร้อนมาก และมีน้ำที่ละลายจากคอยล์เย็นลงมาโดนหลอดแก้วฮีตเตอร์เสียงดังฟู่ ๆ เลยเดาว่าที่ฮีตเตอร์เดิมแตกเพราะโดนน้ำเย็นที่ละลายจากน้ำแข็งนี่แหล่มาโดนจนแตก เพราะแก้วร้อนมาก โดนน้ำเย็นก็แตกกระจาย

ผมจึงคิดว่าจะสามารถประยุกต์ให้ช่วงที่ละลายน้ำแข็ง 30 นาทีทุก 8 ชั่วโมงนั้น แทนที่จะใช้ฮีตเตอร์ละลายน้ำแข็ง จะสามารถต่อวงจรละลายน้ำแข็งไปที่พัดลมในช่องฟรีซพัดให้ลมผ่านคอยล์เย็นเพื่อละลายน้ำแข็งแทนการใช้ฮีตเตอร์ได้หรือไม่ ถ้าได้จะประหยัดไฟที่ใช้ไปในการทำน้ำแข็ง และไฟที่ฮีตเตอร์ใช้ละลายน้ำแข็ง

ท่านอาจารย์คิดว่าจะทำได้ไหมครับ และจะต้องต่อวงจรยังไง ผมงงมากเลยครับ ทำไม่ถูก

หรืออีกวิธีหนึ่งใช้ไทเมอร์ภายนอกมาต่อให้ตัดไฟตู้เย็นในช่วงที่เราไม่ได้ใช้งาน เช่นระหว่าง ตี 2 ถึง ตี 4 เป็นเวลาสองชั่วโมง

ท่านอาจารย์และพี่ๆช่างทั้งหลายว่าวิธีไหนจะดีกว่ากันครับ รบกวนแนะนำด้วยครับ

บันทึกการเข้า
b.chaiyasith
แก้ปัญหาไม่ตกคุยกันเวลางานline:chiabmillion
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน647
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 2982


ไม้ดีไม่ลอยน้ำมาไกล

hs5kwi@hotmail.com ชื่อเล่น+เฉียบ
อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2015, 08:19:00 AM »

วิธีเดิมระบบตู้เย็นดีอยู่แล้ว คอมเพรสเซ่อร์ของคุณแรงดันไม่เต็ม รุ่นนี้ตอนนี้พังไปเกือบหมดแล้ว มันยังใช้งานได้เพราะไม่มีใครไปซ่อม วิธีที่คุณทดลองปิดสวิทแล้วเปิดทันทีไมว่าคอมพ์ตัวไหนก็ถูกแรงดันกดสตาร์ทไม่ออก คุณนังโชคดีที่คอมพ์ไม่พังไปเลย บางตัวล็อกซ์ไปเลยหรือไม่ก็โอเว่อร์โหลดขาด ไม่แนะนำให้ทำอย่างนี้ คอมเพรสเซ่อร์ปกติหรือไม่สามารถเชคได้ด้วยแอมโพรบ (แอมป์มิเต่อร์)ถ้าน้ำยาเต็ม เริ่มสตาร์ท ใช้แอมป์มิเต่อร์วัด กระแสจะเพิ่มไปเรื่อยๆจนใกล้ฟูลโหลด ฟูลโหลดหาไ้้ด้จากเนมเพลท ถ้าหากวัดได้น้อยกว่า70%แสดงว่าแรงอัดไม่ได้ ต้องเกือบฟูลโหลดหรืออาจเกินในช่วงแรก แล้วจะกลับลงมาเป็นปกติ อาการนี้อาจเกิดจากแคปปิลารี่ทิ้วส์ตันก็ได้นะ
อ่านดูทั้งหมดเห็นว่าคอมเพรสเซ่อร์ยังใช้ได้แต่แรงดันไม่เต็มร้อย ต้องใช้เวลาทำความเย็นนานกว่าจะได้ตามที่ตั้ง
ระบบ2ประตูจะละลายน้ำแข็งทุกๆ7-8ชั่วโมง จนกว่าไบเมททัลจะเปิดวงจร น้ำที่ละลายจะตกใส่หลอดฮีตเต่อร์แต่โดยทั่วไปจะมีสังขสีบังกันแตก ถ้าไม่มีควรแก้ไข การเปลี่ยนไบเมททัลควรใช้เบอร์เดิม เพราะมันกำหนดอุณหภูมิ-่ในการตัดต่อและบังคับให้ไทม์เมอร์ทำงาน ถ้าระบบทำงานปกติต้องทำใจว่ามีค่าใช้จ่ายสูงกว่าตู้ประตูเดียว
อย่างไรก็ตามตู2ประตูรุ่นใหม่ใช้บอร์ดดิจิตอล จะไม่ละลายน้ำแข็งเหมือนระบบเดิมแล้ว
เซนเซ่อร์ต่างๆจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นแต่ข้อเสียคือเสียง่ายกว่าระบบเดิม
บันทึกการเข้า

"CHIAB"
มนุษย์เราแต่ละคน  ต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนเลย  แล้ววันหนึ่งก็มาพบหน้ากัน  สมมุติเป็นพ่อ  เป็นแม่  เป็นเมีย  เป็นสามี  เป็นลูก  อยู่ร่วมกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน และแล้ววันหนึ่ง  ก็แยกย้ายด้วยการ  "ตายจาก"  กันไปสู่  ณ  ที่ซึ่งไม่มีใครได้ตามพบ  คืนสู่ความเป็นผู้ไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไปไหน  และคืนสู่ความเป็น  "คนแปลกหน้า"  ซึ่งกันและกันอนันกาลอีกครั้งหนึ่ง...และอีกครั้งหนึ่ง!?
ขอขอบคุณ คุณเปลว สีเงิน ที่ให้ข้อคิดดีๆ
pisit99
ชุมชนคนรักอาชีพช่าง
member
*

คะแนน6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2015, 11:09:58 AM »




เมื่อวาน 11 พ.ย.58 ตอนประมาณ 3 ทุ่ม ผมเปิดดูช่องฟรีซพบว่าน้ำแข็งเกาะเต็มแผงคอยล์เย็น (หลังจากเดินเครื่องมาตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 9 พ.ย.58 เวลา 16.45 น.) คอมยังทำงาน ปรับความเย็นเทอร์โมสตัทไว้ที่ระดับปานกลาง อุณหภูมิช่องฟรีซ -18 องศา อุณหภูมิช่องล่างสุด 5 องศา แล้วเปิดประตูช่องฟรีซค้างไว้สักห้านาที พบว่าน้ำแข็งที่จับคอยล์เย็นเร่ิมละลาย จากที่ข้างตู้เย็นร้อนน้อย ก็กลับมาร้อนมากขึ้นเหมือนตอนตู้เย็นยังปกติ แล้วผมก็ปิดแผงในช่องฟรีซ ปิดประตูช่องฟรีซ ข้างตู้เย็นด้านนอกก็ร้อนมากอยู่สักพักแล้วก็กลับมาร้อนน้อยอีก คอมก็เดินไม่หยุด อาการนี้แสดงว่าตู้เย็นตันชื้นที่แคปทิ้วบ์ด้านปลายที่เข้าคอยล์เย็นใช่หรือไม่ครับ พอโดนความร้อนจากภายนอก น้ำที่อุดตันแคปทิ้วบ์อยู่ก็ละลาย ทำให้น้ำยาเดินได้สะดวก จึงพาความร้อนออกไปถ่ายเทภายนอกตู้ได้ ทำให้ข้างตู้เย็นร้อนมาก แต่พอคอมเดินไปสักพัก คอยล์เย็นอุณหภูมิติดลบ ความชื้นในระบบน้ำยาก็กลับมาตันที่แคปทิ้วบ์ใหม่ แต่การตันชื้นนี้ไม่ได้ตันมากจนน้ำยาเดินผ่านคอยล์เย็นไม่ได้เลย เดินผ่านได้เล็กน้อยทำให้ยังคงทำความเย็นในระบบได้ ดูได้จากช่องฟรีซติดลบ 18 องศา ช่องล่างสุด 5 องศา แต่การที่ระบบตันน้ำยาผ่านได้น้อยทำให้คอมเดินนานกว่าจะทำความเย็นได้แล้วคอมตัด

ผมคงต้องส่งช่างซ่อมแล้วล่ะครับ เป็นอาการตันที่แคปทิ้วบ์อย่างที่คุณ b.chaiyasith วิเคราะห์ไว้ ไม่รู้ว่าอาการนี้ต้องซ่อมอย่างไรบ้างครับ เปิดระบบ >ใส่เซอร์วิสวาล์ว> ทำสูญญากาศ ลองดูว่าระบบรั่วไหม ถ้าไม่รั่ว > เปลี่ยนดรายเออร์ใหม่ > เติมน้ำยา R-12 (ศูนย์มิตซูบิชิบอกว่าน้ำยา R-12 ยังมีอยู่) ถ้าซ่อมประมาณนี้ค่าซ่อมน่าจะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ครับ

ปล.ตู้เย็นผมท่อดูด ที่ลงมาจากตู้เย็นมีกระเปาะใหญ่อ้วนประมาณขวดยาคูลท์ มีการหุ้มฉนวนสีดำกันความเย็นออก มีท่อออกมาอีกท่อหนึ่งปลายบีบแล้วเชื่อมปิด น่าจะเป็นดรายเออร์อีกตัวหรือเปล่าครับ ถ้าใช่ต้องเปลี่ยนด้วยใช่ไหม ครับ




ตามรูป ดรายเออร์กระเปาะดำใหญ่อยู่ด้านหลัง แสตนเนอร์กระเปาะทรงกระบอกยาวทองแดงมีแผ่นโฟมบางๆสีขาวหุ้มอยู่ อยู่ด้านนอกบังดรายเออร์อยู่
บันทึกการเข้า
pisit99
ชุมชนคนรักอาชีพช่าง
member
*

คะแนน6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2015, 10:17:29 AM »

เพิ่มเติมครับ เย็นเมื่อวานนี้ผมได้ให้ช่างซ่อมตู้เย็น (ร้านรับซ่อมเครื่องไฟฟ้าทั่วไป รวมทั้งแอร์และตู้เย็น) มาดู เล่าอาการให้ฟัง ช่างให้ลองเดินเครื่องตู้เย็น ช่างดูแล้วบอกว่าคอมเพรสเซอร์น่าจะแรงอัดตก เพราะว่าคอมปกติเปิดแป๊บเดียวท่อร้อนจะร้อนแล้ว แต่คอมตู้เย็นตัวนี้เดินไปสักพัก (2 นาที) ยังไม่ร้อน แล้วผมถามว่าจะซ่อมได้ยังไง ช่างบอกว่าถ้ายังทำความเย็นได้อย่างที่บอกน่าจะใช้ได้ ก็ใช้ไปคอมเดินมากก็ไม่เท่าไรเพราะคอมโรตารี่กินไฟน้อย แต่ถ้าจะซ่อมไม่แนะนำเพราะค่าคอมเพรสเซอร์ใหม่ก็สองพัน รวมค่าล้างระบบ ค่าแรงแล้ว ประมาณสามพัน อีกอย่างแคปทิวบ์ของระบบ R-12 จะเล็ก ส่วนระบบ R-134a แคปทิวบ์จะใหญ่กว่า แล้วแคปทิวบ์ตู้โนฟรอสต์ใส่ไว้ด้านในตู้ จะเปลี่ยนยาก คอมโรตารี่ตู้เย็นแบบนอนก็ไม่มีขายแล้ว ถ้าจะเปลี่ยนเป็นคอมแบบลูกสูบจะต้องแปลง แล้วคอมจะยื่นออกมา ปิดฝาหลังตู้เย็นไม่ได้

รบกวนท่านอาจารย์ทั้งหลายช่วยชี้แนะด้วยครับว่าจะซ่อมดีหรือไม่  สภาพภายนอกและภายในตู้เย็นยังดีมาก เสียดายถ้าจะต้องทิ้งไปครับ และการซ่อมจะต้องทำอย่างไร ถ้าต้องเปลี่ยนคอมเป็นแบบลูกสูบจะใช้ขนาดกี่แรงม้า เพราะ nameplate ที่ตัวคอมเพรสเซอร์ไม่มีเลยครับ (น่าจะไม่มีมาตั้งแต่แรกแล้ว เพราะไม่เคยซ่อม และไม่มีรอยติดเนมเพลทที่คอมเพรสเซอร์เลยครับ มีแต่ตัวหนังสือที่พ่นสีทองตามที่เห็นในรูปเท่านั้น) มีแต่สติ๊กเกอร์ที่ประตูบอกว่ากินไฟ 80 วัตต์ และจะต้องเปลี่ยนแคปทิวบ์ให้เส้นใหญ่่ขึ้นหรือไม่ ต้องล้างระบบหรือไม่ ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไรครับ และคุ้มที่จะทำหรือไม่ครับ ขออภัยที่ถามหลายคำถามนะครับ ผมก็เป็นคนที่รายได้น้อย หากจะต้องซื้อใหม่ก็เรื่องใหญ่ ตอนนี้ใช้ตู้เย็นประตูเดียวแทนอยู่ครับ

ขอความกรุณาท่านอาจารย์ในเว็บบอร์ดแห่งนี้ช่วยชี้แนะผมด้วยครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ
บันทึกการเข้า
b.chaiyasith
แก้ปัญหาไม่ตกคุยกันเวลางานline:chiabmillion
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน647
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 2982


ไม้ดีไม่ลอยน้ำมาไกล

hs5kwi@hotmail.com ชื่อเล่น+เฉียบ
อีเมล์
« ตอบ #15 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2015, 11:10:22 AM »

 Smileyที่มาตอบก็ไม่ใช่อาจารย์หรอกครับ เพียงแต่เห็นว่าคำถามมีประโยชน์ ตอบคำถามเรื่องการร้อนเย็นข้างตู้ก่อน ระบบทำความเย็นที่ใช้แคปทิ้วส์จะเป็นเย็นจัดเย็นช้า ประหยัด แคปทิ้วส์จะขยายตัวปล่อยให้มีการไหลของน้ำยามากขึ้นเมื่อได้รับความร้อน ไหลมากโหลดก็เพิ่มขึ้น ไปมาก กลับมาก ไปน้อยก็กลับน้อย เมื่อตู้เย็นแคปทิ้วส์บีบตัวให้น้ำยาออกน้อย ความร้อนข้างตู้ก็ลดลง ไม่เกี่ยวกับความชื้นในระบบแต่อย่างใด
คงต้องว่ากันยาว เอาอีกนิดแล้วกัน แคปทิ้วส์ตันหรือดรายเอ่อร์ตัน มันจะชลอการไหลของน้ำยาทั้งๆที่ตู้ยังไม่เย็น อ่านให้ละเอียดนะครับ อาการต่างกัน ดรายเอ่อร์สกปรกน้ำยาก็ยังไหลผ่านได้แต่ช้า ทำให้เย็นช้าเข้าไปอีก วิธีเชคอย่างง่ายคือเดินเครื่องใหม่ๆเอามือจับดูที่ตัวมัน หากอุ่นแสดงว่าน้ำยาไหลผ่านได้ดี แต่ถ้าจึดชืดเหมือนอุณหภูมิปกติก็ไหลออกน้อย ในระบบตู้เย็นที่ไม่เคยซ่อมมักไม่ค่อยตัน จะตันได้ตอนขนส่ง ย้ายบ้าน นอนตู้ จะมีบ้างบางตู้ที่พบตันเกิดจากใส้กรองเสื่อม ตะกอนจากการสึกหรอของคอมพ์
ตู้รุ่นนี้มีตัวพักน้ำยาขากลับ ดีไฮเรเต่อร์ ป้องกันของเหลวเข้าคอมพ์ ไม่ต้องเปลี่ยน
ถ้าจะซ่อมเปลี่ยนแค่ดรายเอ่อร์ ทำน้ำยาใหม่ การวิเคราะห์ของช่างข้างบ้านใกล้เคียงมาก และเห็นด้วย แต่เปลี่ยนไปเป็นคอมพ์ตั้งลูกสูบ ก็ต้องเกินออกหลังตู้ ผมก็ทำอย่างนั้น ตู้นี้ใช้คอมพ์อย่างน้อย1/5หรือ1/4 ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแคปทิ้วส์ ใช้น้ำยาa134ได้เลย
บันทึกการเข้า

"CHIAB"
มนุษย์เราแต่ละคน  ต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนเลย  แล้ววันหนึ่งก็มาพบหน้ากัน  สมมุติเป็นพ่อ  เป็นแม่  เป็นเมีย  เป็นสามี  เป็นลูก  อยู่ร่วมกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน และแล้ววันหนึ่ง  ก็แยกย้ายด้วยการ  "ตายจาก"  กันไปสู่  ณ  ที่ซึ่งไม่มีใครได้ตามพบ  คืนสู่ความเป็นผู้ไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไปไหน  และคืนสู่ความเป็น  "คนแปลกหน้า"  ซึ่งกันและกันอนันกาลอีกครั้งหนึ่ง...และอีกครั้งหนึ่ง!?
ขอขอบคุณ คุณเปลว สีเงิน ที่ให้ข้อคิดดีๆ
pisit99
ชุมชนคนรักอาชีพช่าง
member
*

คะแนน6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #16 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2015, 09:38:08 AM »

ขอบคุณ คุณ b.chaiyasith มากครับที่มาให้ความรู้และคำแนะนำ  ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ  lv! lv! lv!

ผมเห็นว่าท่านทั้งหลายที่มาให้ความรู้ในเว็บบอร์ดแห่งนี้เป็นอาจารย์ทุกท่านครับ เพราะได้ให้ความรู้เป็นวิทยาทานทั้งกับผู้ที่เป็นช่างด้วยกันเอง เพื่อจะได้แนะนำแนวทางการซ่อม ชี้แนะในกรณีที่เกิดปัญหา และกับผู้ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไปที่ไม่ได้เป็นช่างด้วยเพื่อแนะนำให้ตรวจเช็คอาการเบื้องต้น ถ้าอาการไม่หนักลองเปลี่ยนอุปกรณ์และซ่อมเองได้ หากอาการหนักหนาก็ส่งช่างได้ และก็จะรู้ว่าอาการเสียนั้นคืออะไร ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไร ป้องกันช่างที่ไม่มีจริยธรรมหลอกฟันเรียกค่าซ่อมเกินสมควรได้ในระดับหนึ่ง

ขอบคุณที่มีเว็บไซต์และเว็บบอร์ดนี้ มีประโยชน์มากครับ แค่ผมเข้ามาดูเฉพาะเรื่องตู้เย็นก็ได้ความรู้มากมาย ขอให้เว็บไซต์นี้คงอยู่ไปนานๆ เป็นที่พึ่งของช่างและประชาชนทั่วไปครับ

ปล.จะลองตามช่างมาดูอีกรอบครับ ไม่อยากทิ้งเขาไปเลย เขารับใช้ครอบครัวผมมา 20 ปี เหมือนกับสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว ทำหน้าที่เป็นอย่างดี ไม่เคยบ่น ไม่เคยงอแง จนมาวันหนึ่งที่เขาป่วย เราก็ต้องรักษาเขาให้กลับมาทำงานได้อีกครั้งหนึ่ง

 
บันทึกการเข้า
chayud
ชุมชนคนรักอาชีพช่าง
member
*

คะแนน6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 39


อีเมล์
« ตอบ #17 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2015, 05:51:51 AM »

http://www.ubmthai.com/leksoundsmf3/index.php?topic=17885.5
บันทึกการเข้า
pisit99
ชุมชนคนรักอาชีพช่าง
member
*

คะแนน6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #18 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2015, 11:29:44 AM »

ขอบคุณครับ คุณ chayud  lv! lv! lv! ผมก็ดูกระทู้ที่ว่าเป็นแนวทางเหมือนกัน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media

lsv2555Please follow the new website at https://www.pohchae.com

Valid CSS!