“หายนะ 3 แสนล้าน” บนฝั่งอันดามัน“ควันถ่านหิน”ใครรับผิดชอบ?
LSVคลังสมองออนไลน์ "ปีที่21"
มิถุนายน 21, 2024, 05:43:04 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: “หายนะ 3 แสนล้าน” บนฝั่งอันดามัน“ควันถ่านหิน”ใครรับผิดชอบ?  (อ่าน 1210 ครั้ง)
หลอดไฟ
วีไอพี
member
***

คะแนน246
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1550


อีเมล์
« เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2015, 12:30:34 PM »



โดย...ประสิทธิชัย  หนูนวล  ผู้ประสานงานขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน
       
       คำถามที่สำคัญของอันดามันในขณะนี้คือ รัฐบาลจะแลกไหมระหว่างรายได้การท่องเที่ยวใน 6 จังหวัดอันดามัน มูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาทต่อปี กับการได้มาซึ่งไฟฟ้า 800 เมกะวัตต์ด้วยการใช้ “ถ่านหิน” เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า
       
       มาถึงวันนี้รัฐบาลต้องตอบคำถามตัวเองว่า จะบริหารประเทศภายใต้การยึดถือประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ หรือจะตกเป็นทาส “พ่อค้าถ่านหิน”





การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระทบอย่างไรต่อการท่องเที่ยว และการเกษตร
       
       คงเป็นที่ประจักษ์กันทั้งโลกว่า ถ่านหินเป็นหายนะภัยของมนุษยชาติ โดยรายงานของคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาล (IPCC) ซึ่งเลาขาธิการสหประชาชาติ ออกมาแถลงร่วมว่า ขอให้รัฐบาลทุกประเทศทบทวนการใช้พลังงานฟอสซิล เพราะผลทางวิทยาศาสตร์ออกมาชัดเจนว่า ฟอสซิลเป็นสาเหตุหลักของหายะทางด้านสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
       
       ยังไม่นับรวมรายงานวิจัยของนักวิชาการมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา และมหาวิทยาลัยสตุดการ์ด ประเทศเยอรมนี ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มักอ้างเสมอว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินในเยอรมนี เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด ในขณะที่ประเทศเยอรมนี ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่า เขาจะเป็นประเทศแรกในโลกที่ใช้พลังงานสะอาด 100%
       
       การเกิดขึ้นของโรงไฟฟ้าถ่านหินใน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ หนีไม่พ้นที่จะกระทบต่ออันดามันทั้งหมด ไม่เฉพาะทางทะเล แต่หมายถึงพื้นที่ทางการเกษตรด้วย!!
       
       หากเราพิจารณารายงานวิจัยข้อมูลจากสถาบันวิศวกรรมศาสตร์และอาชีวเวชศาสตร์ ประเทศอเมริกา จะพบว่า ด้านความเป็นพิษ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โรงไฟฟ้าถ่านหินระบายมลพิษทางอากาศสู่ชั้นบรรยากาศโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ได้แก่ ผลกระทบที่ทำให้อวัยวะเสียหาย ยังเป็นสาเหตุที่สำคัญต่อการเป็นมะเร็ง ทำให้เกิดการทำงานบกพร่องของประสาท และมีความสามารถในการส่งผลให้เป็นโรคหอบหืด โรคเกี่ยวกับปอด และโรคหัวใจ (USEPA 1998, USEPA 2011a; USEPA 2011b)
       
       โรงไฟฟ้าถ่านหินมีส่วนสำคัญทำให้ปรอทที่อยู่ในถ่านหินไปสะสมอยู่ในดิน และน้ำ บางรัฐพบว่า การเผาไหม้ของถ่านหินปริมาณ 70% ของปรอทสามารถอยู่ในน้ำฝน (Kealer et al., 2006) ปรอทสามารถสะสมอยู่ที่พื้นดิน อากาศ สู่ทางน้ำ ซึ่งอาจจะอยู่ในสิ่งมีชีวิตเล็กซึ่งๆ เป็นรูปแบบปรอทที่มีความพิษสูง EPA ระบุว่า การกระจายของฝุ่นเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจ รวมถึงโรคหัวใจวาย และเป็นอันตรายต่อชีวิต ทำให้เป็นโรคทางเดินหายใจ และยิ่งไปกว่านั้นยังเกี่ยวข้องต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคภูมิแพ้ และเกี่ยวข้องต่อระบบการหายใจ มีผลต่อการพัฒนาการในการสืบพันธุ์ และมะเร็ง (USEPA 2009, CASAC 2010)
       
       ที่สำคัญรายงานดังกล่าวระบุว่า มลพิษทางอากาศที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเมื่อถูกปล่อยมาสู่บรรยากาศ เมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง มีบรรยากาศรวมถึงความเร็วลมช่วยจะสามารถแพร่กระจายไปได้ในรัศมี 15-30 ไมล์ และยิ่งไปกว่านั้น หากระยะเวลาผ่านไปนานขึ้น มลพิษทางอากาศที่เป็นอันตรายสามารถแพร่กระจายไปในระยะทางจาก 100 ถึง 1,000 ไมล์ ก่อนที่จะสลายไปในบรรยากาศ
         
.. คำถามคือ เมื่อมีทางออกอื่นเรื่องการผลิตพลังงานไฟฟ้า ทำไม่รัฐจึงไม่ทำ กลับใช้เชื้อเพลิงที่ทำลายสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของคน หรือเป็นเพราะนายทุนยังไม่สามารถสัมปทานดวงอาทิตย์ได้ใช่หรือไม่ พลังงานแสดงอาทิตย์จึงไม่ได้รับการสนับสนุนในประเทศไทย ..





http://www.1009seo.com/


บันทึกการเข้า

ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media

lsv2555Please follow the new website at https://www.pohchae.com

Valid CSS!