เขาพระวิหาร เขียนโดย ลุงโฉลก
LSVคลังสมองออนไลน์ "ปีที่14"
พฤศจิกายน 29, 2021, 07:04:47 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เขาพระวิหาร เขียนโดย ลุงโฉลก  (อ่าน 4295 ครั้ง)
พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
Senior Member
member
*

คะแนน1453
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11874

091-091-9196 ID LINE : tv59


เว็บไซต์
« เมื่อ: มีนาคม 28, 2011, 07:45:00 AM »

ความวุ่นวายเกิดขึ้นทั่วโลก ประชาชนหลายล้านชีวิตต้องเป็นแพะรับบาปจากระบอบทุนนิยมสามานย์ที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน การปกป้องผลประโยชน์ให้แก่บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของโลกทำให้ ฝรั่งเศษ อังกฤษ และอเมริกา ส่งกำลังเข้าเข่นฆ่าประชาชนของประเทศอื่น เพื่อยึดครองทรัพยากรณ์น้ำมัน สงครามเกิดขึ้นใน Afghanistan, Egypt, Iraq, Bahrain, Yemen, Libya และกำลังลามมาถึงน้ำมันในอ่าวไทยของเรา ที่ปัจจุบันมีบ่อน้ำมันกว่า 300 บ่อ มีน้ำมันเป็นสินค้าส่งออกมูลค่าเป็นอันดับหนึ่งแต่ความมั่งคั่งไม่ได้เข้าประเทศเราเลย นักการเมืองขายชาติขายแผ่นดินสมคบคิดกับต่างชาติ พยายามทำอ่าวไทยให้เป็นพื้นที่ทับซ้อนกับเขมร เพื่อให้ต่างชาติเข้ามาบริหารและยึดครองผลประโยชน์จากน้ำมันทั้งหมด
แต่วิบากกรรม (ผลของกรรม) มีจริง ใครทำกรรมใดไว้ย่อมเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น ประเทศของเรากำลังวุ่นวายเพราะกรรมที่ทำต่อสถาบันกษัตริย์เมื่อปี 2475 มหาอำนาจฝรั่งเศษ อังกฤษ และอเมริกา ก็กำลังจะรับกรรมที่รุกรานประเทศต่างๆทั่วโลกมาเป็นเวลานาน การล่มสลายทางเศรษฐกิจของระบอบทุนนิยมสามานย์กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว ในปี 2012 พวกเขาจะได้รับรู้ปัญหาการว่างงาน ปัญหาเงินเฟ้อที่จะมาพร้อมกับเศรษฐกิจถดถอย ดอกเบี้นสูง และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบเงินตราของโลก


* 01.jpg (23.39 KB, 498x281 - ดู 75 ครั้ง.)


บันทึกการเข้า


พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
Senior Member
member
*

คะแนน1453
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11874

091-091-9196 ID LINE : tv59


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 28, 2011, 07:47:48 AM »

S&P 500 แสดงอาการแห่งความหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา slowly but sure สังเกตุ Wave [5] จบที่ระดับสูงกว่า Wave [3] เล็กน้อย
ในขณะที่ RSI ลดค่าลง ระยะเวลาจากจุดสูงสุดในปลายปี 1997 ถึงต่ำสุดในต้นปี 2010 น้อยกว่า 2 ปี เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นการจบ Wave [C] การขึ้นมาจนมี (false) buy signal ครั้งนี้ เป็น typical ของ Wave อีกไม่นานตลาดหุ้นอเมริกาอาจจะล่มสลายครั้งใหญ่


* 01.jpg (73.75 KB, 875x576 - ดู 83 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
Senior Member
member
*

คะแนน1453
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11874

091-091-9196 ID LINE : tv59


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 28, 2011, 07:48:56 AM »

FTSE 100 ของอังกฤษก็ส่งสัญญาณเศรษฐกิจถดถอยระยะยาว และอาจจะพินาศน์ตามอเมริกาก็เป็นไปได้
false buy signal ใน correction wave 2 เป็น typical false signal ของระบบ PnT
 อีกไม่นานกรรมก็จะตามทันการกระทำอันโหดร้ายป่าเถื่อนอำมหิตของประเทศมหาอำนาจเหล่านี้


* 01.jpg (70.64 KB, 867x560 - ดู 77 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
Senior Member
member
*

คะแนน1453
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11874

091-091-9196 ID LINE : tv59


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 28, 2011, 07:51:49 AM »

ฟังนายอภิสิทธิ์ฯ ตอบคำถามในสภาเรื่องการรับรองรายงานการประชุม JBC แล้วก็รู้สึกตกใจ
มนุษย์คนหนึ่งมาจากชาติตระกูลที่ดี มีแม่เคยเป็นอาจารย์หมอของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
เป็นที่รักและเคารพของลูกศิษย์ทั้งแผ่นดิน
ไม่น่าเชื่อว่าจะกลายเป็นคนขายชาติขายแผ่นดินไปได้
ชมรมของเราไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง
แต่ก็ต้องทำหน้าที่รักษาชาติรักษาแผ่นดิน
ขอเวลาสมาชิกอ่านแล้วพิจารณาบทความต่อไปนี้
ประเทศไทยกำลังเสียดินแดนอย่างถาวร

ช่วยกันหยุดบันทึกรายงานการประชุม JBC 3 ฉบับ
ที่ทำให้ประเทศไทยของเราสูญเสียดินแดน

ผมหวังว่า เอกสารฉบับนี้จะทำให้ประชาชนคนไทยตื่นจากความฝันที่ประเทศไทยกำลังจะสูญเสียดินแดนอีกแล้ว
นับตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อกว่าร้อยปีที่แล้ว
ประเทศของเราไม่เคยตกอยู่ในสภาพยำแย่แบบนี้เลย
ในฐานะที่ผมเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการร่วมพิจารณาบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา ๓ ฉบับ หรือที่ต่อแต่นี้ไปจะเรียกอย่างสั้นๆ ว่า JBC ๓ ฉบับ
ผมได้ใช้เวลาในการศึกษารายงานการประชุม JBC ทั้ง ๓ ฉบับแล้วพบว่า
ประเทศชาติอันเป็นที่รักของเรากำลังจะสูญเสียดินแดนครั้งสำคัญ
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
 เป็นการสูญเสียดินแดนที่เกิดจากความบกพร่องและความไม่เข้าใจของนักการเมือง
และรัฐบาลหลายต่อหลายรัฐบาล ความเข้าใจที่สับสนว่า

๑. พรมแดนไทยกัมพูชายังมิได้ปักปันเขตแดนแต่ประการใด
ทั้งๆที่สยามกับฝรั่งเศสได้ปักปันเขตแดน ไทย-กัมพูชา เสร็จสิ้นทั้งหมดมากว่าร้อยปีแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณเขาพระวิหาร สยามกับฝรั่งเศสได้ตกลงกันให้ใช้ขอบหน้าผาเป็นสันปันน้ำ
และเป็นเส้นเขตแดนตามธรรมชาติ ซึ่งสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
จึงไม่ต้องมีการทำหลักเขตแดนใดๆ ทั้งสิ้น และไม่ต้องปักปันใหม่แล้ว 

๒. เป็นความเข้าใจผิดอย่างร้ายกาจที่คิดว่าแผนที่ ๑:๒๐๐๐๐๐
เป็นผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดน สยาม-อินโดจีน
ทั้งๆ ที่แผนที่ชุดดังกล่าวมีความไม่สมบูรณ์และเป็นแผนที่เก๊ทุกระวาง
(คือมิได้นำแผนที่เข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการผสม และประธานของทั้งสองฝ่ายมิได้ลงนามรับรอง)
บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
Senior Member
member
*

คะแนน1453
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11874

091-091-9196 ID LINE : tv59


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 28, 2011, 07:52:39 AM »

หลายคนอาจได้ยินคำว่า MOU ๔๓ ซึ่งก็คือ
“บันทึกความเข้าใจระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก”
ซึ่งเป็น MOU ที่มิได้ผ่านรัฐสภา อันขัดต่อบทบัญญัติมาตรา ๒๒๔
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐
และมิได้ผ่านขั้นตอนของการเสนอเรื่องตามลำดับขั้น
โดยเฉพาะไม่ได้นำเสนอผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
MOU ๔๓ จึงเป็นบันทึกความเข้าใจฯ “เถื่อน”
และใช้แผนที่ ๑:๒๐๐๐๐๐ เก๊ทุกระวาง

แต่ความดื้อดึงและการหวังประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องอย่างหน้ามืดตามัว
ย่อมส่งผลให้ประเทศไทยต้องยอมรับแผนที่มาตราส่วน ๑:๒๐๐๐๐๐
ซึ่งมีข้อผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศมาใช้ประกอบการพิจารณา
ในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกเสียใหม่
ทั้งๆ ที่ได้มีการจัดทำหลักเขตแดนเสร็จสิ้นไปแล้ว
และแน่นอนที่สุดว่า คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา
ก็ยอมรับเงื่อนไขของแผนที่มาตราส่วน ๑:๒๐๐๐๐๐
ที่จะนำมาประกอบการพิจารณาเช่นกัน

ตัว MOU ๔๓ แม้มิได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการสำรวจ
และจัดทำหลักเขตแดนทางบก หากแต่ MOU ๔๓
 เป็นที่มาของข้อกำหนดตามแผนแม่บทอำนาจหน้าที่
ซึ่งเราเรียกว่า TOR ๔๖ แผนที่มาตราส่วน ๑:๒๐๐๐๐๐
จึงถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณาในระดับปฏิบัติการภาคสนาม
ซึ่งส่งผลให้เขตแดนของทั้งสองประเทศเกิดการอ้างสิทธิ์ของแต่ละฝ่าย
โดยเฉพาะฝ่ายไทยต้องสูญเสียดินแดนทางพฤตินัยจากฝ่ายกัมพูชาเป็นจำนวนมาก
และแน่นอนว่า ย่อมเกี่ยวข้องกับบันทึกรายงานการประชุมทั้ง ๓ ฉบับ
ของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา อย่างไม่ต้องสงสัย

ในรายงานเอกสาร เรื่องผลการประชุมคณะกรรมธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา
(Joint Boundary Commission - JBC)
ที่จะนำเข้าสู่การประชุมของรัฐสภา เพื่อให้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบบันทึกการประชุม ๓ ฉบับอันได้แก่

๑. บันทึกการประชุม JBC สมัยวิสามัญที่เมืองเสียมราฐ เมื่อวันที่ ๑๐-๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
๒. บันทึกการประชุม JBC ครั้งที่ ๔ ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๓-๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
๓. บันทึกการประชุม JBC สมัยวิสามัญที่กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ ๖-๗ เมษายน ๒๕๕๒

ข้อวิเคราะห์
๑. ที่มาของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา
เกิดจากบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ลงนาม ณ กรุงพนมเปญ
 เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๓ (ค.ศ.๒๐๐๐ หรือ MOU ๔๓/๒๐๐๐)
 ซึ่งมีความเห็นว่า ตัวบันทึกความเข้าใจฯดังกล่าวยังไม่ผ่านขั้นตอนของรัฐสภา
และบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ปีพุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๒๒๔ ที่มาที่ไปของคณะกรรมาธิการฯ
ชุดนี้จึงมิชอบ ดังนั้น เมื่อนำบันทึกรายงานการประชุมเข้ามาพิจารณา
จึงไม่ชอบด้วยกฏหมาย
บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
Senior Member
member
*

คะแนน1453
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11874

091-091-9196 ID LINE : tv59


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 28, 2011, 07:53:26 AM »

๒. เมื่อได้ศึกษารายงานเอกสารดังกล่าวนี้โดยละเอียดแล้วพบว่า
บันทึกการประชุมทั้ง ๓ ฉบับมีเนื้อหาสาระสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดน
โดยเฉพาะเขตพื้นที่ประกาศกฤษฎีกาอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
 ซึ่งครอบคลุมเนื้อที่บริเวณ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร 
และอาจทำให้ข้อสงวนสิทธิ์ที่เคยมีมา
กรณีปราสาทพระวิหารภายหลังการตัดสินของศาลโลก
 (ซึ่งไทยได้ไปตั้งข้อสงวนสิทธิ์ที่จะเรียกคืนตัวปราสาท หากมีการค้นพบหลักฐานหรือข้อมูลทางวิชาการใหม่)
และอาจเป็นไปได้ว่า เราจะไม่สามารถเรียกคืนตัวปราสาทกลับมาเป็นของไทยได้อีกเลย
 หากปล่อยให้กัมพูชาเข้ายึดครองพื้นที่
และนำไปเป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารการจัดการมรดกโลกปราสาทพระวิหาร

๓. เฉพาะบันทึกฉบับที่ ๒ และฉบับที่ ๓  ซึ่งมีการแนบ ร่างข้อตกลงชั่วคราว
 ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชากับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยเรื่องปัญหาชายแดนในพื้นที่
(ไทย - ปราสาทพระวิหาร, กัมพูชา - ปราสาทเปรียะวีเฮียร์)
ซึ่งในเบื้องต้นสามารถมองเห็นได้ว่า มีการหารือเรื่องร่างข้อตกลง
ซึ่งได้รับการบรรจุอยู่ในระเบียบวาระ “เรื่องพิจารณา” (ในภาคผนวก ๕ หน้า ๑๐๒)
เท่ากับว่าฝ่ายไทยเห็นด้วยว่าในพื้นที่อาณาบริเวณดังกล่าวไม่ใช่เป็นของฝ่ายไทยหรือแผ่นดินไทยแต่ฝ่ายเดียว
หากแต่เป็นดินแดนที่พิพาท

(ทั้งที่ภายหลังคำตัดสินของศาลโลก ฝ่ายไทยยังยืนยันความเป็นเจ้าของมีอำนาจอธิปไตย
เหนือดินแดนในอาณาบริเวณนี้
ยกเว้นตัวปราสาทที่ต้องปฏิบัติตามคำตัดสินศาลโลก
ส่วนพื้นที่พิพาทฝ่ายไทยยืนยันว่าเป็นพื้นดินที่รองรับตัวปราสาท
และยังมีหลักฐานจากบทสัมภาษณ์ของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
และการเสด็จพระราชดำเนินของกษัตริย์ นโรดม สีหนุ ที่นำคณะรัฐบาล
 บุคคลสำคัญชาวกัมพูชา ประชาชน
และสื่อมวลชนขึ้นมาชักธงกัมพูชาขึ้นสู่เสาในตัวปราสาทพระวิหาร)

 อีกประการหนึ่งคณะกรรมการ มรดกโลกและยูเนสโกต่างเห็นถึงความจำเป็น
ที่จะต้องมีกลไกของ JBC และร่างข้อตกลงชั่วคราวฯ ดังกล่าว
เพื่อให้การขึ้นทะเบียนมรดกโลกปราสาทพระวิหารของกัมพูชามีความสมบูรณ์
จึงออกเป็นมติไว้ในการประชุมครั้งที่ ๓๓
ทั้งๆที่ คณะกรรมการมรดกโลกและยูเนสโกไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการปักปันเขตแดนของทั้งสองประเทศ 
รวมไปถึงการชักชวนให้ไทย ซึ่งรู้ว่ากำลังมีปัญหาเรื่องเขตแดนนี้
 เข้าร่วมเป็นหุ้นส่วน ๑ ใน ๗ ชาติเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร
การเกริ่นนำของกองเขตแดน กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ
จึงปรากฏถ้อยคำที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นอันตรายคือ
การแนบร่างข้อตกลงชั่วคราวฯ ล่าสุดไว้ในบันทึกการประชุม JBC สมัยวิสามัญที่กรุงพนมเปญ
เมื่อวันที่ ๖-๗ เมษายน ๒๕๕๒ (หน้า ๑)
ซึ่งเป็นร่างข้อตกลงที่เป็นอันตรายและสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดน
และอาจนำไปสู่ปัญหาที่ยุ่งยากต่อการสำรวจและตรวจสอบหลักเขตแดนที่ได้กระทำไปเรียบร้อยจบสิ้นแล้ว
โดยเฉพาะบริเวณปราสาทพระวิหารและแนวเขตแดนจากช่องบกมาจนถึงช่องสะงำ
ซึ่งได้ดำเนินการปักปันไปแล้วกว่า ๑๐๐ ปีที่ผ่านมาภายใต้พื้นฐานสนธิสัญญาฉบับ ค.ศ. ๑๙๐๔
โดยคณะกรรมการปักปันเขตแดนสยาม-อินโดจีนชุดที่ ๑

๔. การเกริ่นนำของกองเขตแดนในข้อที่ ๕ ซึ่งเป็นการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติม
ในหลายประเด็นซึ่งมีทั้งหมด ๗ ข้อ ข้อที่น่าจะเป็นอันตรายในระดับต้นๆ คือ
ข้อที่ ๕.๓, ๕.๔ และ ๕.๕  (หน้า ๒) กล่าวคือ
ในข้อที่ ๕.๓ และ๕.๔ เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับเรื่องพื้นที่ที่กัมพูชาจะนำไปขึ้นทะเบียนโดยสมบูรณ์
(คือบริเวณบางส่วนระหว่างหลักเขตที่ ๑ ถึง เขาสัตตโสม)
ซึ่งโดยหลักการแล้วควรมีหลักเขตแดนให้แน่ชัดเสียก่อน
โดยการไปสำรวจแนวของสันปันน้ำที่เคยปักปันไปแล้วตามสนธิสัญญา ค.ศ.๑๙๐๔
 และรายงานการประชุมของคณะกรรมการปักปันเขตแดน สยาม-ฝรั่งเศส ชุดที่ ๑
ซึ่งถ้าฝ่ายไทยยืนยันตามหลักฐานเอกสารที่ถูกต้อง
ทำไมจึงต้องไปเริ่มต้นกันใหม่ในข้อที่ ๕.๖ เรื่องความเห็นชอบให้มีการประชุม JBC
สมัยวิสามัญเพื่อหารือประเด็นกฎหมายเกี่ยวกับพื้นที่สำรวจตอนที่ ๖ (หน้า ๒)
 ซึ่งในแง่ของนักวิชาการ ภาคประชาชน
และเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศและตัวประธาน JBC ของไทย
ยังมีความเห็นแย้งกันอยู่มากและหลายประเด็น
โดยเฉพาะการตีความคำพิพากษาที่เห็นตรงกันข้าม 
การอ่านบันทึกวาจา  หรือแม้แต่ทัศนคติที่เลือกข้าง 
ดังจะเห็นได้จากการที่ประธาน JBC ฝ่ายไทยไปให้คำชี้แจงในวาระต่างๆ
ทั้งๆ ที่คณะกรรมาธิการทั้งสภาผู้แทนราฎรและวุฒิสภา
มีทัศนคติที่เห็นด้วยกับฝ่ายกัมพูชาและการตีความคำตัดสินของศาลโลกเข้าข้างฝ่ายกัมพูชา
โดยขาดรากฐานความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาต่อกรณีปราสาทพระวิหาร
 ด้วยเหตุนี้ จึงควรนำประเด็นดังกล่าวมาร่วมปรึกษาหารืออย่างกว้างขวาง
 ก่อนจะดำเนินการเจรจา
บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
Senior Member
member
*

คะแนน1453
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11874

091-091-9196 ID LINE : tv59


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 28, 2011, 07:54:30 AM »

๕. การศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ ยังไม่สามารถสรุป
หรือลงมติใดๆ ได้ เพราะเอกสารที่ใช้ในการประกอบการศึกษาและการตัดสินใจยังไม่เพียงพอ
เอกสารสำคัญๆ เมื่อร้องขอไปแล้วยังไม่ได้รับการตอบสนองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เช่นกระทรวงการต่างประเทศ กรมแผนที่ทหาร ทั้งๆ
ที่มีตัวแทนเข้ามานั่งประชุมอยู่ด้วยทุกครั้ง
ถือเป็นการบังคับให้ต้องลงมติโดยปราศจากข้อมูล

๖. เนื้อหาในบันทึกการประชุมมีเนื้อหาที่บ่งชี้ว่า
ฝ่ายไทยเสียเปรียบฝ่ายกัมพูชาหลายเรื่อง
ไม่ว่าจะเป็นการย้ายพื้นที่มาดำเนินการในพื้นที่ตอนที่ ๖ ก่อน
หรือแม้กระทั่งคำปราศรัยของนายวาร์ คิม ฮอง
ประธานกรรมาธิการเขตแดนฯฝ่ายกัมพูชา
ที่กล่าวว่าไทยได้ส่งกองกำลังทหารรุกล้ำเข้าไปยังดินแดนของกัมพูชา
บริเวณปราสาทพระวิหาร ปราสาทตาควาย และปราสาทตาเมือนธม
ดังนั้น การพิจารณาของรัฐสภาไทยเพื่อผ่านรายงานบันทึกการประชุม JBC ทั้ง ๓ ฉบับนี้
ย่อมทำให้ประเทศไทยสูญเสียดินแดนบริเวณปราสาทพระวิหาร
ปราสาทตาควาย และปราสาทตาเมือนธม
และถือเป็นการเริ่มต้นของการสูญเสียดินแดนครั้งใหม่
ตลอดแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา
 
เทพมนตรี  ลิมปพยอม, มัฆวานรังสรรค์
๒๒ มีนาคม ๒๕๕๔
บันทึกการเข้า

worathep-LSV team
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน711
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5072


รุ่งเรืองอิเล็กทรอนิกส์

worathep_n@hotmail.com worathep_nak@yahoo.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 28, 2011, 09:06:42 AM »

แม่ง เ ี้ย จริงๆ มันคนไทยหรือเปล่าว่ะ
เห็นเงินมีค่ามากกว่าแผ่นดินเกิด
บันทึกการเข้า

รับซ่อม TV-computer                    มี TV มือสองขาย  
รับสอนซ่อม-ประกอบคอมพิวเตอร์      มีจอมอนิเตอร์มือสองขาย
ซ่อม อัพเกรด ประกอบคอมฯ             มีคอมพิวเตอร์มือสองขาย
รับติดตั้ง วางระบบแลน อินเตอร์เน็ต
ราคาคุยกันได้ โทร 02-6934724
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media

lsv2555Please follow the new website at https://www.pohchae.com

Valid CSS!