การประชุมใหญ่สามัญประจำปี CDC ครั้งที่ 7 ( Oct 2010 พัทยา ) part8
LSVคลังสมองออนไลน์ "ปีที่14"
ตุลาคม 27, 2021, 02:08:46 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การประชุมใหญ่สามัญประจำปี CDC ครั้งที่ 7 ( Oct 2010 พัทยา ) part8  (อ่าน 5106 ครั้ง)
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1858
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12400


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


อีเมล์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 08:17:03 PM »

การประชุมใหญ่สามัญประจำปี CDC ครั้งที่ 7 ( Oct 2010 พัทยา )
UNCLE CHALOKE  Meetting  การอบรมสัมนาเชิงวิเคราะห์

คุยกับลุงโฉลกเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน

http://www.youtube-nocookie.com/v/q2U6gHCQMfM?fs=1&hl=en_US&color1=0xe1600f&color2=0xfebd01&border=1

 หิว


บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
Senior Member
member
*

คะแนน1453
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12011

091-091-9196 ID LINE : tv59


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 09:53:00 PM »

เมกาเป็นหนี้มากแค่ไหนก็ลองดู ตอนนี้ครับ และถ้านึกไม่ออกว่า

เรามามองกันอย่างตรงไปตรงมา อะไรที่มันมากเกินไป มันก็ไร้ค่า
เมื่อเค้าพิมพ์เพิ่มออกมามากๆ ค่าของดอลล่าห์ก็ย่อมจะลดลง
(หลักฐานคือ ดอลล่าห์อินเด็กซ์ (USDX) ที่อ่อนค่าลงทุกปี)
ทีนี้เรามาดูกันว่า มากขนาดไหน Huh?


* 01.jpg (26.52 KB, 618x442 - ดู 99 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
Senior Member
member
*

คะแนน1453
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12011

091-091-9196 ID LINE : tv59


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 09:54:36 PM »

ผมจะค่อยๆอธิบายนะครับ
กราฟนี้เป็นกราฟ ปริมาณเงินดอลล่าห์ (Monetary Base)ที่ถูกพิมพ์ออกสู่ระบบ
ในช่วงร้อยปีที่ผ่านมา กราฟเริ่มจากเรี่ยติดดิน
ในช่วงแรกหลังจากนั้นก็ขยับตัวสูงขึ้นบ้างแต่ใช้เวลาพอสมควร
สังเกตให้ดีคุณจะเห็นว่า

กราฟมาเริ่มยกตัวเอาจริงๆก็ใน ปี1971

ใครอ่านบทความผมมาตั้งแต่ต้น ต้องจำปีนี้ได้ครับ
ปี1971 ปีที่ ริชาร์ด นิกสัน ประกาศยกเลิกระบบ เบรตตัน วู้ด ตัดโซ่ที่พันธนาการเงินดอลล่าห์ไว้กับทองคำ
หลังจากนั้นดอลล่าห์ก็เริ่มจะโบยบินและเป็นอิสระ ไม่ต้องถูกจำกัดปริมาณการพิมพ์ด้วยจำนวนทองคำที่เป็นทุนสำรองอีกต่อไป

ปริมาณเงินดอลล่าห์ พุ่งแตะระดับ 800,000,000,000 $ (800 Billion)เป็นครั้งแรก
ในปี 2005 ด้วยฝีมือของ จอช บุช (George W. Bush)
เป็นการอัดฉีดเข้าแก้ไข วิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐ(Dot-com Bubble)

แต่เค้าก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น

เพียง 3 ปีต่อมาปริมาณเงินเพิ่มขึ้นอีกแตะระดับ900,000,000,000 $ (900 Billion)
จนมาถึงตุลาคมปี2008(Hamburger Crisis , Subprime Crisis , หรือ Housing Bubble แล้วแต่จะเรียก)
ฟองสบู่ อสังหาริมทรัพย์แตกกระจาย

ธนาคารกลางสหรัฐ ทำสิ่งที่ ไม่มีใครคาดคิด ปริมาณเงินดอลล่าห์ถูกอัดฉีดเข้าระบบในปริมาณมหาศาล
อย่างไม่เคยมีใครทำมาก่อน (จากกราฟจะเห็นว่ากราฟหักขึ้นเหมือนติดจรวด)

จากระดับ 900 Billion เพิ่มขึ้นถึงระดับเกือบ 1,800 Billion(เท่าตัว)

คำว่า Billion กลายเป็นอดีต ประชาชนชาวอเมริกันได้รู้จักคำศัพท์ใหม่คือคำว่า
“Trillion” (1,000 Billion = 1 Trillion)

คำว่า Trillion ถูกเขียนถึงตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือใช้พูดกันผ่านทางข่าวเศรษฐกิจใน
CNN, CNBC, Bloomberg อยู่ตลอดในเวลานั้น

................... ................... ................... ...

เรามารู้จักคำว่าTrillionกันครับ   

ที่มา:Pagetutor.com

 นี่คือรูปของเงิน 1 Million (1 ล้าน)
พกใส่กระเป๋าย่าม เดินไปไหนมาไหน ได้ไม่ยาก(เป็นธนบัตรชนิดราคา 100$)
ขนาดนี้คงพอจะเคยเห็นกันนะครับ โออิชิก็เคยแจก 1 ล้าน
ยิ่งหากคุณลงทุนในทองคำแท่ง ปึกเงินไทย1ล้าน
เดี๋ยวนี้ซื้อได้ประมาณ 50 บาททองคำครับ


* 01.jpg (12.32 KB, 420x385 - ดู 106 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
Senior Member
member
*

คะแนน1453
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12011

091-091-9196 ID LINE : tv59


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 09:55:58 PM »

นี่คือ 1 Billion (1 พันล้าน)


* 01.jpg (50.12 KB, 841x465 - ดู 98 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
Senior Member
member
*

คะแนน1453
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12011

091-091-9196 ID LINE : tv59


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 09:57:23 PM »

นี่คือ 1 Trillion (1 ล้านล้าน)


* 01.jpg (70.5 KB, 969x491 - ดู 114 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
Senior Member
member
*

คะแนน1453
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12011

091-091-9196 ID LINE : tv59


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 10:00:23 PM »

*** จะเห็นว่าเงิน  เงิน  Trillion ที่คุณลุงพูดถึงมันมากแค่ไหน ในภาพแค่ เงิน 1 Trillion เองนะ รัฐบาลอเมริกันเป็นหนี้มากกว่า $14 trillion 
อืมม...คนยังยืนอยู่ที่เดิมนะครับ แล้วสังเกตดีๆภาพสุดท้ายนี้จะเห็นว่า
เงินมันซ้อนกันอยู่ 2 ชั้น !
(หากเป็นเงินบาทไทยใช้แบงค์พันเรียงแทนก็ คูณ 3 เข้าไปอีก)

- เงิน 1 Trillion มีศูนย์ต่อข้างหลัง 12 ตัว

- เงิน 1 Trillion หากหยอดกระปุกทุกวินาที วินาทีละ 1$
จะต้องใช้เวลา 32000 ปีถึงจะหยอดครบ

- เงิน 1 Trillion หากเอาไปซื้อ กาแฟสตาบัคแก้วละ 3$ ดื่มทุกวัน
จะสามารถซื้อดื่มได้ 900 ล้านปี

- เงิน 1 Trillion หากเอามาเรียงต่อกันจะสูงทะลุทุกชั้นบรรยากาศเลยไปจนถึง “อวกาศ”

การพิมพ์เงินเพิ่มออกมา 1 Trillion ในปีนั้น มากกว่าการพิมพ์สะสมมาทั้งหมด ตลอด 200 ปี
ของประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา ภายหลังถูกเรียกว่า
นโยบาย Quatitative easing 1 (QE1)

หนำซ้ำทุกวันนี้ก็ยังไม่หยุดพิมพ์

เร็วๆนี้เราก็เพิ่งได้ยินข่าวเรื่อง
QE2ประกาศอัดฉีดเพิ่มในปีนี้ (0.6 Trillion)
ทำให้ปริมาณเงินแตะระดับ 2 Trillion ในปี 2010

คงพอเห็นภาพแล้วใช่มั๊ยครับว่า มากกก ขนาดไหน

อย่าคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะไม่มีผลตามมา อย่าคิดว่าจะสามารถทำแบบนี้ได้ตลอดไป
ในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นใคร ยิ่งใหญ่มาจากไหน หากทำแบบนี้ จบแบบไม่สวยทุกครั้ง
(อาณาจักรโรมัน, เยอรมันนี, ยูโกสลาเวีย, ซิมบับเว ฯลฯ)

ยาสีฟันหากคุณบีบออกมาแล้วมันยากกมากที่จะใส่กลับคืน
เช่นกัน เงินนั้นลองได้พิมพ์ออกมาสู่ระบบแล้ว ยากกกที่จะดูดออก เมื่อมันไหลเวียนเข้าสู่ระบบ
เมื่อนั้น ประชาชน ชาวอเมริกัน จะได้เผชิญกับ อภิมหาเงินเฟ้อ (Hyperinflation)
ไม่ต่างจากซิมบับเว
บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
Senior Member
member
*

คะแนน1453
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12011

091-091-9196 ID LINE : tv59


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 10:02:18 PM »

แล้วเพื่อนๆ จะทำอย่างไร ในเมื่อเงินมันกำลังมีปัญหา คิดหาทางออกแล้วยัง  ping!
บันทึกการเข้า

พรเทพ-LSV team♥
รับติดตั้งจานดาวเทียม ลาดพร้าว บางกะปิ
Senior Member
member
*

คะแนน1453
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12011

091-091-9196 ID LINE : tv59


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 07:18:21 AM »

เหตุการที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีกระต่ายปีนี้ เป็นความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ระหว่างการลงทุนที่กำลังจะทำให้นักลงทุนหมดตัว และการลงทุนที่จะสร้างความร่ำรวยให้แก่นักลงทุนอย่างมหาศาล สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ จะเปลี่ยนแปลงตลาดทุนของโลกอย่างสิ้นเชิง ตลาดเหล่านี้กำลังจะล่มสลาย
 
อเมริกากำลังจะล้มละลาย รัฐบาลอเมริกันเป็นหนี้มากกว่า $14 trillion หรือ $187,000 ต่อ 1 ครอบครัวทั้งประเทศ และปีนี้รัฐบาลจะใช้จ่ายงบประมาณขาดดุลอีก $1.5 trillion
Obama และคณะทำงาน กำลังเร่งก่อหนี้สินเพิ่มขึ้นอีก ทุกๆ $10 จะมีเงินยืม $4 และจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ
หนี้สินของแต่ละรัฐเพิ่มสูงขึ้น รัฐไม่มีปัญญาใช้หนี้ แม้แต่ค่าดอกเบี้ยแต่ละปีก็ต้องขายทรัพย์สินของรัฐเพื่อเอาเงินมาจ่ายดอกเบี้ย มีการลดรายจ่ายอย่างน่าเป็นห่วง ลดรายจ่ายเรื่องการกักขังนักโทษ เรื่องการดับเพลิง ตำรวจ ครู และจำนวนเงินบำนาญทั้งประเทศ
เมืองใหญ่อีกอย่างน้อย 100 เมือง และกว่า 1000 เมืองเล็กๆ จะเข้าสู่สภาวะล้มละลายในปีนี้ ปัจจุบันนี้ พันธบัตรรัฐ 257 พันธบัตร ไม่มีเงินคืนประชาชน นักลงทุนเริ่มขายพันธบัตรแล้ว

ปริมาณเงินที่ใหลออกจากตลาดพันธบัตรและอัตราแลกเปลี่ยน US Dollar ใหลเข้าไปอยู่ในตลาดอื่นๆ ตลาดที่จะสร้างความมั่งคั่งให้กับนักลงทุนในปีนี้คือ
 
ราคาอาหารจะเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงทั่วโลก (ยกเว้นข้าวที่เมืองไทย ที่นักการเมืองสามานย์ร่วมมือกับพ่อค้าชาติชั่วและข้าราชการฉ้อฉล กดราคาชาวนา)

เขียนโดย ลุงโฉลก
 
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media

lsv2555Please follow the new website at https://www.pohchae.com

Valid CSS!