"เก๋งเซลล์เชื้อเพลิง" คันแรกของไทย รายที่สองของเอเชีย
LSVคลังสมองออนไลน์ "ปีที่14"
กรกฎาคม 18, 2018, 03:10:51 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: "เก๋งเซลล์เชื้อเพลิง" คันแรกของไทย รายที่สองของเอเชีย  (อ่าน 5746 ครั้ง)
แวมไพร์-LSVteam♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน912
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3722


..เรียนให้รู้เป็นครูเขา.Learning by doing


« เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2008, 06:11:15 AM »



รถเก๋งเซลล์เชื้อเพลิงขนาด 8-10 เมกะวัตต์คันแรกของไทย Sad

หลังจากไดัพัฒนา "มินิบัสไฮบริดไฟฟ้า-โซลาร์เซลล์" เมื่อปลายปี 49 และเปิดตัว "รถเซลล์เชื้อเพลิงต้นแบบ" ขนาด 960 วัตต์คันแรกไปเมื่อปลายปี 50 ที่ผ่านมา ล่าสุด เจ้าของผลงานก็เปิดตัวนวัตกรรมใหม่อีกครั้งกับรถเก๋งเซลล์เชื้อเพลิงขนาด 8-10 เมกะวัตต์
       
       สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้พาคณะสื่อมวลชนรวมถึงผู้จัดการวิทยาศาสตร์ร่วมงานเปิดตัวนวัตกรรม "รถเก๋งเซลล์เชื้อเพลิง" คันแรกของไทยขึ้นเมื่อวันที่ 11 ก.ค.51 ณ บริษัท คลีนฟูเอล เอ็นเนอร์ยี เอ็นเตอร์ไพร้ส์ จำกัด จ.ปทุมธานี หลังจากได้รับงบประมาณสนับสนุนการวิจัย 14 ล้านบาทเป็นเวลาหนึ่งปี
       
       พลอากาศโทมรกตเผยว่า รถเก๋งเซลล์เชื้อเพลิงคันนี้เป็นการต่อยอดรถเซลล์เชื้อเพลิงต้นแบบชนิดเมมเบรนแลกเปลี่ยนโปรตอน (PEMFC) ที่ได้พัฒนามาก่อนหน้า โดยเพิ่มกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าจาก 960 วัตต์เป็น 8-10 กิโลวัตต์เป็นผลสำเร็จ ทำให้รถดังกล่าวแล่นได้ด้วยความเร็วสูงสุด 130 กม.ต่อชั่วโมง ด้วยราคาต้นแบบวิจัย 6 ล้านบาท ทว่าหากมีการผลิตจำนวนมากจะทำให้ภายในหนึ่งปี รถเก๋งเซลล์เชื้อเพลิงจะมีราคาคันละ 2 ล้านบาทเศษ
       
       "ไฟฟ้าที่เซลล์เชื้อเพลิงผลิตได้ราว 5-7 กิโลวัตต์จะถูกนำไปใช้กับมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนรถยนต์ ส่วนที่เหลือเรายังนำไปใช้กับระบบเครื่องเสียง หรือแม้แต่ระบบทำความเย็นได้" พลอากาศโทมรกตกล่าว โดยรถดังกล่าวมีข้อดีคือทำงานได้ในอุณหภูมิ 40-80 องศาเซลเซียส ใกล้เคียงกับเครื่องยนต์สันดาปในปัจจุบัน และปรับสมดุลในระบบได้เร็ว มีอายุการขณะใช้งานรวมกันกว่า 1 หมื่นชั่วโมง
       
       ทั้งนี้ รถเก๋งเซลล์เชื้อเพลิงจะทำงานโดยใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจน เพื่อผลิตกระแสไฟขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า 5.5 แรงม้า ซึ่งทีมวิจัยได้ประกอบตัวถังรถขึ้นเอง และนำเข้าเฉพาะถังเก็บไฮโดรเจนขนาด 900 ลิตรจากประเทศสหรัฐอเมริกาติดตั้งจำนวน 1 ถัง เพียงพอที่จะแล่นได้นาน 20 นาที ได้ระยะทาง 30-40 กม.
       
       ทั้งนี้ รถเก๋งคันดังกล่าวมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงนาทีละ 54 ลิตร โดยสามารถติดตั้งถังไฮโดรเจนเพิ่มเติมอีก 4-5 ถังจะทำให้รถเก๋งเซลล์เชื้อเพลิงแล่นได้ยาวนานขึ้น




พลอากาศโทมรกต ชาญสำรวจ ประธานกรรมการบริษัท คลีนฟูเอล เอ็นเนอร์ยี เอ็นเตอร์ไพร้ส์ จำกัด จ.ปทุมธานี อธิบายการทำงานของเซลล์เชื้อเพลิงขนาด 10 เมกะวัตต์ของเขา

"เราได้ทดลองวิ่งระยะทางไม่ไกลนานประมาณครึ่งเดือนพบว่า รถเก๋งเซลล์เชื้อเพลิงใช้งานได้ดี ไม่ต้องใช้น้ำมัน ไม่มีไอเสียที่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม" นักวิจัยกล่าว
       
       พลอากาศโทมรกตกล่าวอีกว่า รถเก๋งเซลล์เชื้อเพลิงดังกล่าวเรียกได้ว่าเป็นรถเก๋งเซลล์เชื้อเพลิงคันแรกของไทย และเป็นที่ 2 ของเอเชีย นอกเหนือจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อเดือนที่ผ่านมา ค่ายรถยนต์ฮอนด้าของญี่ปุ่น เพิ่งมีการลองตลาดรถเก๋งเซลล์เชื้อเพลิง 100 คันแรก ขณะที่ค่ายรถยนต์จากเยอรมนี อย่างบีเอ็มดับเบิลยูและเดมเลอร์ไครสเลอร์ได้พัฒนารถเก๋งเซลล์เชื้อเพลิงแล้วเช่นกัน
       
       ด้าน ศ.ดร.อานนท์ บุณยะรัตเวช เลขาธิการสภาวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า หลังการเปิดตัวดังกล่าว วช.จะเร่งทำหนังสือถึงนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีถึงความก้าวหน้าทางการวิจัยดังกล่าว เพื่อให้เกิดการขยายผลกับกระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรมต่อไป
       
       สำหรับการวิจัยพัฒนาข้างหน้า ร.ท.ภราดร แสงสุวรรณ ผู้ช่วยนักวิจัย กล่าวว่า จะหาแนวทางความร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) วิจัยพัฒนาถังเก็บไฮโดรเจนที่มีมาตรฐานและความปลอดภัยต่อไป เพื่อให้การผลิตรถเก๋งเซลล์เชื้อเพลิงของคนไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างครบวงจรยิ่งขึ้น.




ถังไฮโดรเจน 900 ลิตรใบน้อยซ่อนตัวที่ท้ายกระโปรงหลัง



แผงเซลล์เชื้อเพลิง แหล่งกำเนิดกระแสไฟฟ้าขนาด 10 เมกะวัตต์ตั้งอยู่ที่กระโปรงหน้า

โดย ผู้จัดการออนไลน์    


บันทึกการเข้า


changphichit
Full Member
member
**

คะแนน79
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 672


ยินดีที่รู้จักกับทุกๆคน


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2008, 08:20:58 PM »

คนนี้เก่งนะ  ทำไมรัฐบาลไม่สนับสนุนนา THANK!!
บันทึกการเข้า
GASOHOL
วีไอพี
member
***

คะแนน22
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 28


« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2008, 11:38:06 PM »

พลังงาน...ไฮโดรเจน ไทยก้าวไกลไปอีกขั้น [12 ก.ค. 51 - 18:47]

ในขณะที่วิกฤติพลังงาน น้ำมันแพง ก๊าซแพงกำลังรุมเล่นงานชาวบ้านอย่างไม่หยุดยั้ง...ภาครัฐ ทั้งราชการและนักการเมือง ยังคงมะงุมมะงาหรา เงื้อง่าราคาแพง

จะเอาแก๊สโซฮอล์ อี 85 ไบโอดีเซล...ก็ยังชักเข้าชักออก หาจุดลงตัวที่มั่นคงไม่ได้ เหมือนไม่มีความคิดเตรียมการที่จะแก้ปัญหานี้มาก่อนแต่อย่างใด

ยิ่งด้วยการเมืองในปัจจุบันด้วยแล้ว เราคงฝากผีฝากไข้ไม่ได้

แต่กระนั้นเมืองไทย คนไทยใช่สิ้นไร้ไม้ตอก พึ่งภาครัฐไม่ได้ ภาคประชาชนด้วยกันเองยังมีความหวัง

พลังงานทดแทนใหม่สด...บริสุทธิ์สุดสะอาด ไร้มลพิษทั้งเสียงและควันพิษ

ที่สำคัญไม่ต้องไปเสียเวลาปลูก ไม่ต้องเสียเวลาหมักกลั่น ไม่ต้องซื้อหา และไม่ต้องง้อพวกอาหรับ...คนไทยสามารถทำเองใช้เองที่บ้านก็ยังได้

พลังงานที่ว่า...ก๊าซไฮโดรเจน

ที่ได้จากน้ำ...น้ำประปา น้ำคลอง น้ำทะเล เอาทำเป็นก๊าซไฮโดรเจนใช้กับรถได้

ด้วยการประดิษฐ์คิดค้นของ พล.อ.ท.มรกต ชาญสำรวจ อดีตเจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศ ที่ทำให้เราได้รถเก๋งไม่ง้อน้ำมัน

จากเมื่อปีที่แล้วได้ประดิษฐ์คิดค้นรถไฟฟ้าพลังไฮโดรเจน ขนาดเล็กที่วิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ยแค่ 20 กม.ต่อชั่วโมง ได้เป็นผลสำเร็จ

มาวันนี้ ด้วยทุนอุดหนุนการวิจัยของ สภาวิจัยแห่งชาติ ที่ให้ผลิตคิดค้นสร้างรถไฟฟ้าพลังไฮโดรเจน ในขนาดที่ใหญ่ สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้

วันนี้ประเทศไทยเลยได้รถไฟฟ้า พลังงานไฮโดรเจน ที่วิ่งได้ด้วยความเร็ว 100 กม.ต่อชั่วโมง...สมความภาคภูมิ

โดยให้ชื่อว่า...THAI FULE CELL CAR

ราคานั่นหรือ ถูกกว่าที่ญี่ปุ่นผลิตออกมาขายหลายเท่าตัว...ญี่ปุ่นขายกันคันละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตอนนี้ก็ประมาณ 34 ล้านบาท

แต่ของเรา ราคาตัวรถต้นแบบที่ผลิตออกมา...ไม่ถึง 1 ใน 10 ที่ญี่ปุ่นขาย

“เมื่อปีที่แล้ว เราประสบความสำเร็จในการผลิตเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนขนาด 1 กิโลวัตต์ กำลังไฟฟ้าขนาดนั้น ขับเคลื่อนได้แต่รถคันเล็กๆ อย่างรถกอล์ฟ เท่านั้น

แต่ตอนนี้เราสามารถผลิตเซลล์เชื้อเพลิง ที่ให้กำลังไฟฟ้าขนาด 10 กิโลวัตต์ได้แล้ว เลยมีพลังงานไฟฟ้ามากพอที่จะขับเคลื่อนรถเก๋งบรรทุกผู้โดยสาร 4 คน ได้สบายมาก”

อย่าว่าแต่ขับเคลื่อนรถเก๋ง พล.อ.ท.มรกต บอกว่า กำลังไฟฟ้าขนาดนี้ สามารถขับเคลื่อนรถโดยสารอย่างมินิบัสได้โดยไม่ลำบาก

และที่สำคัญ เซลล์เชื้อเพลิงขนาดนี้ แค่เพียง 4 ก้อน ขณะนี้สหรัฐอเมริกาได้นำไปใช้กับเรือดำน้ำแล้ว

“ตอนนี้สหรัฐอเมริกาได้นำเซลล์เชื้อเพลิงนี้ไปใช้กับเรือดำน้ำหลายลำ เพราะได้ประโยชน์หลายอย่าง 1. ประหยัดค่าเชื้อเพลิง 2. เครื่องเดินเงียบ ศัตรูตรวจไม่พบ 3. สามารถดำอยู่ในทะเลได้นานเป็นเดือนๆ โดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิง เพราะสามารถนำน้ำทะเลมาผลิตแยกเป็นก๊าซไฮโดรเจนได้ 4. ได้อากาศบริสุทธิ์ในเรือดำน้ำ เนื่องจากเอาน้ำทะเลมาแยกเป็นไฮโดรเจน จะทำให้ได้ออกซิเจนตามมาด้วย”

ฉะนั้นการนำก๊าซไฮโดรเจนมาเป็นพลังงานทดแทน ไม่เพียงแต่ทำให้ ประเทศไทยคนไทยไม่ต้องควักเงินซื้อน้ำมัน ก๊าซจากต่างประเทศ ยังจะทำให้มลพิษทางเสียงและควันพิษลดไปด้วย

ที่สำคัญ รถพลังงานไฮโดรเจนไม่มีคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาแม้แต่นิดเดียว... จึงช่วยลดภาวะโลกร้อนได้เป็นอย่างดี

หลายคนอาจจะสงสัย เซลล์เชื้อเพลิงพลังงานก๊าซไฮโดรเจนอัศจรรย์นี้ เป็นอย่างไร?

อดีตเจ้ากรมฯ อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ...มันไม่ต่างจากโซลาร์เซลล์ หรือเซลล์แสงอาทิตย์ ที่คนไทยรู้จักคุ้นเคยซักเท่าไร

เราได้ไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ก็เพราะมีแผงโซลาร์เซลล์ทำงานแปลงแสงแดดให้เป็นไฟฟ้า

ไฮโดรเจนนี้ก็เหมือนกัน...มีเซลล์เชื้อเพลิงแปลงก๊าซไฮโดรเจนเป็นไฟฟ้า

ทุกอย่างฟังดูเหมือนง่าย แต่ทำนั้นยาก ในโลกนี้มีแค่ 6 ประเทศเท่านั้นที่ทำได้ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, จีน และไทยของเรา

ความยาก พล.อ.ท.มรกต บอกว่า อยู่ตรงการผลิตเยื่อแปลงก๊าซไฮโดรเจนเป็นไฟฟ้าที่เรียกว่า MEA (Membrane Electrode Assembly)

เป็นเยื่อบางๆ ที่มีแผ่นพลาสติกโพลีเทตราฟลูออร์เอททีลีนอยู่ตรงกลาง ฉาบด้วยผ้าคาร์บอนที่มีผงแพลตินั่มเล็กระดับนาโนเคลือบจับในปริมาณที่พอเหมาะ

เมื่อปล่อยให้ก๊าซไฮโดรเจนพุ่งผ่าน เยื่อ MEA จะปลดปล่อยพลังงานไฟฟ้ามาให้เราใช้งานได้โดยตรง...โดยไม่ต้องผ่านแบตเตอรี่

ไม่เหมือนไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม...ต้องพึ่งแบตเตอรี่มาเก็บกักไฟฟ้าไว้ก่อนถึงจะใช้งานได้

และที่ดีกว่าแสงอาทิตย์ และพลังงานลม ก็คือ พลังงาน 2 อย่างนี้ มีแค่บางเวลา แดด ลมไม่ได้มีตลอด 24 ชั่วโมง

ผิดกับพลังงานนี้...เราสามารถหาไฮโดรเจนมาใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“คุณรู้ไหมว่า ทุกวันโรงงานผลิตแก้ว เม็ดพลาสติก โรงแยกแก๊สในประเทศไทยปล่อยไฮโดรเจนทิ้งไปในอากาศวันละเท่าไร เฉพาะ 4 โรงงานใหญ่ๆ เขาปล่อยทิ้งกันไปชั่วโมงละ 24 ล้านลิตรไฮโดรเจน

ก๊าซที่ปล่อยทิ้งไปนี้ สามารถนำมาใช้กับรถไฟฟ้าไฮโดรเจนได้มากถึง 126,000 คันต่อวัน เอามาเติมใช้กับรถได้แบบฟรีๆ โดยชาวบ้านไม่ต้องผลิตซื้อหาเลย”

ส่วนเรื่องชาวบ้านจะมาผลิตเองนั้น อดีตเจ้ากรมฯ บอกว่า ยิ่งไม่ต้องห่วง เพราะแค่มีแผงโซลาร์เซลล์เล็กๆ ราคาประมาณ 10,000 บาท อายุใช้งาน 10 ปี สามารถนำไปแยกก๊าซไฮโดรเจนออกจากน้ำประปาที่บ้านได้ไม่ยาก

แค่ 1 ชั่วโมง...แยกได้ 400 ลิตรไฮโดรเจน...น้ำประปา 1 ลิตร แยกได้ 1,200-1,500 ลิตรไฮโดรเจน

แยกได้แล้วดูดอัดจับไฮโดรเจนใส่ถังดับเพลิง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 ซม. สูง 50 ซม. ได้ประมาณถังละ 1,200 ลิตรไฮโดรเจน

รถ THAI FULE CELL CAR ซดไฮโดรเจนนาทีละ 40 ลิตรไฮโดรเจน...1 ถังดับเพลิง รถวิ่งได้นานครึ่งชั่วโมง

จับใส่ลงไป 10 ถังดับเพลิง รถวิ่งได้นาน 5 ชั่วโมง...วิ่งไปกลับ กทม.-โคราชได้สบายมาก

ไฮโดรเจน 10 ถังดับเพลิง รวมน้ำหนักถังและก๊าซหนัก 55 กก. วิ่งได้ไกลประมาณ 500 กม.

ในขณะที่ก๊าซเอ็นจีวี 1 ถัง รวมน้ำหนักทั้งถังและก๊าซ หนัก 78 กก. วิ่งได้ไกลแค่ 140 กม.

อย่างไหนน่าจะดีกว่ากัน...ในเมื่อไฮโดรเจนหาได้ง่ายจากน้ำ ไม่ต้องมาเกรงว่าจะมีการปรับขึ้นราคาเหมือนเอ็นจีวี ที่จะเกิดขึ้นแน่ในอนาคตอันใกล้

ที่สำคัญในอนาคตถ้ามีการผลักดันให้มีรถไฟฟ้าไฮโดรเจนมากขึ้น จะมีปั๊มก๊าซไฮโดรเจนเกิดขึ้นเหมือนปั�มน้ำมัน วิ่งไปไกลแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัว ไม่มีก๊าซเติม...ปั๊มเปิดก๊อกน้ำประปาแยกไฮโดรเจนขายได้เอง

พล.อ.ท.มรกต บอกอีกว่า นับตั้งแต่ทำรถไฮโดรเจนขึ้นมาได้ ขณะนี้ทางสมาคมผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันสนใจเรื่องนี้มาก ต้องการให้รถนี้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย

“แต่ถ้าหวังพึ่งพาภาครัฐ นักการเมือง ความเป็นจริงคงเกิดขึ้นได้ยาก ผมขอวิงวอนนายทุนผู้รักชาติ ช่วยสานงานนี้ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม เพื่อคนไทยจะได้ใช้ของที่มีเทคโนโลยีสูงในราคาที่ไม่แพงลิบลิ่ว ไม่ต้องง้อน้ำมัน ไม่ต้องกลัวการปั่นราคาก๊าซ ราคาน้ำมัน และยังจะทำให้เมืองไทยสะอาดไร้มลพิษ ลดภาวะโลกร้อน”

จึงอยากเรียกร้องฝ่ายเอกชนให้ร่วมมือร่วมใจช่วยกันทำให้เป็นจริง

เพราะถ้าประเทศไทย คนไทย มัวแต่หวังพึ่งภาครัฐ...ที่ผ่านมา ก็เห็นๆกันอยู่ว่าเป็นอย่างไร.
บันทึกการเข้า
anuchat007
Full Member
member
**

คะแนน95
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1313



« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2008, 12:11:07 AM »

ถ้าคิดได้ทำได้ทดสอบแล้วผ่าน รีบทำเถอะครับใช้ในประเทศของเรา ออกกฎหมายไปเลยครับคนไทยกำลังแย่เกี่ยวกับน้ำมันอะไรก็แพงไปหมด
ไอ้รถที่ใช้น้ำเนี่ยน่าสนใจมากๆรีบทำครับผมอยากใช้แล้วครับ ถ้ามีกฎหมายมารองรับผมอยากซื้อใช้สักคัน เอาฝีมือคนไทยทำเนี่ยแหละไม่อยากง้อต่าง
ชาติ ชอบกดดันคนไทย ผมว่าน้ำมันมันนะไม่แผงหลอกแต่พวกเขานั้นแหละเก็งกำไรมากจนเกินควร  wav!!
บันทึกการเข้า
jhandee
member
*

คะแนน1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44


« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 22, 2009, 11:06:56 PM »

คงได้ใช้เฉพาะคนรวยมั้งครับคันล่ะสองล้าน
บันทึกการเข้า
mr.uglyman
member
*

คะแนน0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31


« ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 30, 2009, 10:37:09 AM »

นับถือจริงๆทีกล้าพกถังเก็บไฮโดรเจนไปไหนมาไหนด้วย ถังเอ็นจีวีก็แย่อยู่แล้ว เห็นแต่เค้าผลิตออกมาแล้วใช้เลย
บันทึกการเข้า
sompongc♥
ซุปเปอร์ วีไอพี
member
*

คะแนน54
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 220


อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2009, 03:48:25 PM »

ผมไปดูมาแล้วครับ ใช้ไฮโดรเจน 50 ลิตร  วิ่งได้ประมาณ 1 นาที 80 กม/ ชม.  ฉะนั้น 1 นาทีวิ่งได้ประมาณ 1 กม.กว่าๆ กินไฮโดรเจนไป 50 ลิตร  เป็นเงินเท่าไรครับ  คิดไม่ถูกเลยครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media

lsv2555Please follow the new website at https://www.pohchae.com

Valid CSS!