เหตุเพลิงไหม้โรงงานกิ่งแก้ว 5 ก.ค. 2564
LSVคลังสมองออนไลน์ "ปีที่14"
ตุลาคม 17, 2021, 11:02:30 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เหตุเพลิงไหม้โรงงานกิ่งแก้ว 5 ก.ค. 2564  (อ่าน 883 ครั้ง)
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1858
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12389


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


อีเมล์
« เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2021, 08:14:36 AM »



จากกรณีเพลิงไหม้ภายในบริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด
ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเม็ดโฟมและพลาสติก
ในซอยกิ่งแก้ว 21 ถนนกิ่งแก้ว ตำบลบางพลีใหญ่
อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
เมื่อเวลา 03.09 น. ของวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดทวิตเตอร์ FM91 Trafficpro ระบุ
เหตุเพลิงไหม้โรงงานกิ่งแก้ว 21 เช้านี้เพลิงสงบแล้ว
แต่ยังคงมีกลุ่มควันอยู่ และถนนกิ่งแก้ว ทั้ง 2 ฝั่ง
ยังคงปิดการจราจร

เบื้องต้นพบร่างเจ้าหน้าที่ดับเพลิง
ถูกไฟคลอกเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 4 ราย

ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จังหวัดสมุทรปราการ
ได้ตรวจสอบการทำประกันภัยในเบื้องต้น พบว่า
บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ได้ทำประกันภัยรองรับไว้ 3 กรมธรรม์ คือ


1) กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR)
เลขที่ DQ-11-64/000123 ทุนประกันภัย 379,320,000 บาท


2) กรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก
เลขที่ DQ-40-64/000041 ทุนประกันภัย 20,000,000 บาท


3) กรมธรรม์ประกันภัยหม้อกำเนิดไอน้ำและถังอัดความดัน
เลขที่ DQ-84-64/000005 ทุนประกันภัย 21,584,989 บาท


เริ่มคุ้มครองวันที่ 5 เมษายน 2564 สิ้นสุดวันที่ 5 เมษายน 2565
โดยมีบริษัทร่วมรับประกันภัย ได้แก่
บมจ. คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย 40%
บมจ. ทิพยประกันภัย 20%
บมจ. นวกิจประกันภัย 20%
บมจ. คิงไวประกันภัย 10% และ
บมจ. วิริยะประกันภัย 10%



บันทึกการเข้า

eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1858
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12389


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2021, 08:23:07 AM »

ตามนี้นะ
Cr..Senee Kasemvud

พึ่งรู้ว่าความรู้เรื่องปิโตรเคมี
ที่เรียนมา10กว่าปีที่แล้วจะเอามาใช้ได้ในวันนี้
จากกรณีระเบิดโรงงานโฟมที่กิ่งแก้ว

ผมขอเตือน ทุกคนในระยะรัศมี 10KM ต้องอพยพเท่านั้น
1.สารตั้งต้นที่ทำให้เกิดการระเบิดรวมถึงทำให้ไฟไหม้ไม่หยุด
ตอนนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าคือ Styrene monomer
เรียกง่ายๆว่ามันคือสารตั้งต้นในการผลิตออกมาเป็นโฟม

2.จำนวนStyrene ที่ผู้จัดการโรงงาน
รายงานก่อนการเกิดเหตุคือ 1,600 ตัน
ซึ่งถือว่าเยอะมากๆ หากคิดว่าเป็นสถานะของเหลวจะได้ราวๆ 1,700,000 ลิตร
ที่ติดไฟได้ ได้ทุกสถานะ ไม่ว่าจะเป็น ของแข็ง ของเหลว หรือ Gas
ถ้าเป็นจริงและมันติดไฟทั้งหมด
ผมคิดว่า 1 อาทิตย์มันยังไหม้ ไม่หมดเลยครับ

3.Styrene สามารถเผาไหม้กับ ออกซิเจนในอากาศ
โดยมีอุณหภูมิ แค่  60 องศาC ก็สามารถติดไฟได้แล้ว

4.การฉีดน้ำเพื่อดับเพลิง ไปบน Styreneโดยตรง
แทบไม่มีประโยชน์เนื่องจากความหนาแน่นของมัน (Density 0.9xx) เบากว่าน้ำ
ทำให้มันยังคงติดไฟได้ต่อ เพราะจะลอยอยู่เหนือผิวน้ำ

5.การใช้วิธีฉีดโฟมดับเพลิงปิดคลุมผิวหน้า
เพื่อตัด ไม่ให้เชื้อเพลิงเจอกับออกซิเจน เป็นทางเดียวที่สามารถตัด
วงจรปฏิกิริยาการเผาไหม้ได้
และเป็นเรื่องเดียวที่เราทำได้ในขณะนี้
แต่ถ้าของอยู่ในถังเก็บ ไม่ว่าจะบนดินใต้ดิน
ข้อนี้ก็จะไม่สามารถทำได้
เนื่องจากฉีดโฟมไปก็จะไม่สามารถเข้าไปในถังได้

6.แนวคิดที่ให้ เฮลิคอปเตอร์โปรยโฟมลงมาจากท้องฟ้า
มีข้อจำกัดเยอะเกินไป ทั้งเรื่อง
ไม่สามารถควบคุมโฟมให้ลอยตกในที่ ที่ต้องการได้
เนื่องจากน้ำหนักโฟมเบา หรือ ไม่มีใครการันตีได้ว่า
ของในถังจะระเบิดเมื่อไหร่ และแรงระเบิดอาจรุนแรงทำให้ ฮ.ตกได้
รวมถึง เราไม่เคยฝึกซ้อมการผูกรัด
เพื่อหย่อนของประเภทของเหลวโปรยลงจากท้องฟ้าโดย ฮ.มาก่อน

7.การฉีดน้ำทำได้เพียงการฉีดไปบริเวณโครงสร้างของถัง
เพื่อช่วยแลกเปลี่ยนความร้อน และลดอุณหภูมิ
แต่ไม่สามารถควบคุมความร้อนได้ทั้งหมด
เนื่องจาก Styrene ในถังเกิดปฏิกิริยา Self polymerization 
และคายความร้อนออกมาตลอด (Exothermic reaction) ของในถังอยู่นิ่ง
ไม่มีการ Mixing อย่างทั่วถึง ทำให้ไม่สามารถลดอุณหภูมิของเหลว
ในถังได้โดยง่าย เพราะงั้นก็เลิกคิดเรื่องฉีดน้ำได้แล้ว

8.การเกิดการเผาไหม้นี้ Product ที่ได้ออกมามี
ตัวที่น่าห่วงคือ คือ คาร์บอนมอนนอกไซด์( CO ) พูดง่ายๆ
การสูบดมควันของการเผาไหม้นี้
คุณอาจจะสลบในระยะเวลาอันสั้น หรือ
 มีความเสี่ยงเป็นมะเร็ง หากได้รับเข้าไปในปริมาณมากๆ

9.การควบคุมปฏิกิริยาทั้งหมดนี้ อาจทำได้โดยการเติมสารยับยั้งปฏิกิริยาลงไป
แต่เราเลยจุดนั้นมานานแล้ว
ปัจจุบันหากอุณหภูมิในถังเก็บเกิน 60 c ก็เลิกคิดซะ

10.ในความคิดของผม เรื่องการดับไฟ
ตอนนี้อาจจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แล้ว
เพราะมันขยายวงกว้างมากขึ้นไปเรื่อยๆ เลวร้ายที่สุดเราคงต้องรอให้
สารตั้งต้นทั้งหมด มันเผาไหม้ไปจนหมดไปเอง
โดยที่ ไม่มีการไปเผาไหม้อะไรให้ระเบิดเพิ่มเติม
หรือทำให้การเผาไหม้กินบริเวณกว้างมากไปกว่านี้

11.ฝนหลวงไม่ได้ช่วยอะไรทั้งนั้น

12. เป็นเวลาเกือบ 18 ชั่วโมงแล้ว ที่ ทางรัฐบาลหรือ ทางราชการ
ยังไม่มีAction ให้หน่วยงานไหน ออกมารับมือกับวิกฤตินี้
รวมทั้ง ไม่มีศูนย์บัญชาการ ทิศทางการแก้ไขปัญหา
ทั้งๆที่ปัญหานี้มันเป็นระดับ ภัยพิบัติเลยด้วยซ้ำ

ผมติดตามข่าวมาตั้งแต่เช้า ประชาชนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องทำยังไง
ต้องอพยพตอนไหน หรือต้องระวังอะไรบ้าง
ไม่มี Action-Plan อะไรสักอย่างเลย

นี่ยังไม่นับความไม่พร้อมเรื่อง ชุดป้องกันเพลิง
ชุดป้องกันสารเคมี หน้ากากป้องกันสารพิษ ที่มีมาตรฐาน
ที่ตั้งแต่เช้า ผมยังไม่เห็นความพร้อมเรื่องพวกนี้เลยแม้แต่น้อย

ถามจริงๆเถอะครับ ชีวิตประชาชนมันไม่มีค่า
ขนาดนั้นเลยหรอ ? งบพวกนี้ของเราไปไหนหมด ??
ผมขอเตือนอีกที การอพยพออกมาเป็นทางเลือกเดียวเท่านั้นครับ

อย่าหวังรอให้ใครช่วยเรา ตอนนี้ต้องช่วยตัวเองก่อนครับ
ปล.แต่ถ้ามี เหตุการณ์บานปลาย เป็นWorst Case มากกว่านี้
เกิดขึ้นจริงๆ คือการลามเพลิงครั้งนี้ไปทำให้เกิดการระเบิด
ครั้งใหม่ในที่อื่นๆ โรงงานอื่น หรือหรือสารเคมีอื่นๆ

ผมเกรงว่า รัศมี 10Km อาจจะยังไม่พอสำหรับความปลอดภัย
ของชีวิตและทรัพยสินของท่าน
ทางที่ดีถ้ามันเกิดขึ้น ในระยะ 20 กิโลเมตร
หาทางอพยพออกมาก่อน น่าจะเป็นอะไรที่ปลอดภัยกว่าครับ

อย่าสูดควัน
อย่าคิดว่ามันอยู่ไกลคงไม่ถึงเรา
แนะนำอพยพอย่างเดียวเท่านั้น
ขอให้ทุกคนปลอดภัยครับ
บันทึกการเข้า
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1858
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12389


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2021, 08:42:20 AM »



















บันทึกการเข้า
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1858
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12389


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2021, 08:47:41 AM »

เหตุไฟไหม้ รง.หมิงตี้
เช้านี้เพลิงสงบแล้ว (อังคาร 6 กรกฎาคม 2564)
แต่ยังคงมีกลุ่มควันอยู่
ส่วนถนนกิ่งแก้ว ทั้ง 2 ฝั่ง
ยังคงปิดการจราจร
บันทึกการเข้า
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1858
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12389


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2021, 08:56:10 AM »

มันก็เอามาโยง จนได้ บัดซบมาก

น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2559
โพสต์ทวิตเตอร์ระบุ “อยากเอาสลิ่มมาเผาในกองเพลิงมาก รก”

ด้าน “โบว์-ณัฏฐา” สวนกลับเบาๆ
พฤติกรรมเลียนแบบควรทำในสิ่งที่สร้างสรรค์
ไม่ใช่เติมเชื้อไฟสร้างความเกลียดชัง
ภาวนาขอให้ได้สติ

ขณะที่เฟซบุ๊ก Arnond Sakworawich
ของ ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์
สถาบัน​บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)
โพสต์ข้อความระบุว่า
“น้องน้ำตาลคนสวยที่แสนน่ารักครับ

ผมไม่เคยมีความคิดว่าจะกวาดล้าง
สามกีบที่ทำผิดกฎหมายเข้าคุกนะครับ
ไม่ว่าจะมาตรา 112 หรือ มาตรา 116
เอาเข้าจริงผมไปเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญตามหน้าที่
และพิจารณาองค์ประกอบความผิด
ตามเนื้อผ้าและตามความรู้ที่ผมมี
ไม่ได้ผูกใจเจ็บ ไม่ได้คิดจะกลั่นแกล้งใคร
ผมทำเพื่อรักษาหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรม

ที่สำคัญ ผมไม่เคยคิดที่จะเผาสามกีบ
ให้ตายทั้งเป็นหรือจะไปฆ่าสามกีบเลยนะครับ
เพราะมันบาปกรรม และเป็นการฆ่ามนุษย์
ตบยุงผมยังกลัวบาปเลยครับ
ผมพยายามรักษาศีลห้าให้ได้

วันนี้เกิดเหตุไฟไหม้ที่โรงงานโฟมแถวกิ่งแก้ว
มีน้องกู้ภัยอายุเพียง 19 ปี ชื่อน้องพอส
ซึ่งเป็นจิตอาสากู้ภัยและมีจิตใจ
ที่กล้าหาญเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่
เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนได้

แต่ผมได้อ่านข้อความของนางงาม
ที่ไปไม่ถึงจักรวาลบางคนที่ชื่อหวานมากมาย
กล่าวคำว่า
อยากเอาสลิ่มมาเผาในกองเพลิงมาก รก

ผมตกใจมาก ไม่คิดเลยว่าใบหน้าที่งดงาม
จะมีจิตใจที่ต่ำทรามเช่นนี้
มันน่าละอายเหลือเกิน เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ
ทำไมถึงลืมคำว่า ฆ่ามนุษย์ไปได้

พออ่านข้อความนางงามสามกีบ
แล้วก็ได้แต่ปลงอนิจจัง
นึกรำพึงรำพันในใจว่า

เอาน่ะ จะกวาดล้างสามกีบ
ที่ทำผิดเข้าคุกก็ทำไปเถิดครับ
ผมยอมรับได้และสนับสนุน
แต่ผมคงไม่อาจจะสนับสนุนความคิดที่ว่า
อยากเอาสามกีบมาเผาในกองเพลิงมาก
เพราะสามกีบนั้นทั้งรกและเลว
ความคิดเช่นนี้ผิดศีล ขาดเมตตา
และอำมหิตมากเกินไปจริงๆ ครับ

ไม่ไหวจริงๆ ครับ ไม่อาจจะยอมรับได้จริงๆ”

 ไม่เอา
บันทึกการเข้า
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1858
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12389


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2021, 04:32:39 PM »

ในหลวง ทรงรับเจ้าหน้าที่กู้ภัยเสียชีวิตจาก
การระงับเหตุเพลิงไหม้โรงงานกิ่งแก้ว
ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์โดยตลอด-พระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์
ไปในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ
และเชิญพวงมาลาหลวง พวงมาลา ไปวางหน้าหีบศพ
นายกรสิทธิ์ ลาวพันธุ์  (น้องพอส) เจ้าหน้าที่อาสาสมัครฯหน่วยสมเด็จเจ้าพระยา
ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ระงับเหตุเพลิงไหม้
โรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติก ซอยกิ่งแก้ว
พร้อมทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์โดยตลอด
และพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ

พระราชทาน เกียรติยศ ให้เทียบเท่าผู้เสียชีวิต

ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ราชการ

ผู้บาดเจ็บ รับเป็นคนไข้ ในพระราชานุเคราะห์ โดยตลอด


บันทึกการเข้า
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1858
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12389


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2021, 04:36:09 PM »


หมู่บ้านทำไม ไปอยู่ในเขตโรงงาน?

นิพน บุญญามณี  รมต.ช่วยมหาดไทย บอกว่า

พื้นที่สมุทรปราการ แถวบางนากิ่งแก้ว ลาดกระบัง

มันเป็นพื้นที่ๆส่งเสริม ให้ตั้งโรงงาน

เพราะมันอยู่ไกล้ท่าเรือ คลองเตย สมัยก่อน

โรงงานอุตสาหกรรมส่วนหนึ่งจะอยู่ในเขตนี้"เป็นเขตอุตสาหกรรม"

ปี 2547 มีการแก้ พรบ.ผังเมือง

ใช้อิทธิพลทางการเมือง ไปปรับผังเมืองบางอย่าง

แล้วทำให้พื้นที่เขตตรงนี้สามารถสร้าง จัดสรรทำหมู่บ้านจัดสรร ได้

พื้นที่บริเวณ กิ่งแก้ว จริงๆแล้ว สมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 9

ต้องการให้พื้นที่แนวนี้เป็น Floodway 
(คือร่องน้ำที่ทำการออกแบบไว้เป็นพิเศษเพื่อให้น้ำที่หลากมาจะท่วมเมือง
เป็นร่องน้ำ..ฟลัดเวย์ตะวันออก เบี่ยงเส้นทางน้ำลงทะเล ลดเสี่ยงท่วมใหญ่ซ้ำรอยปี 54)

มองอยู่แล้วว่า น้ำจะท่วมกรุงเทพ  เพราะฉะนั้นมันต้องมี

พิ้นที่ ฟลัดเวย์ เหมือนแก้มลิง แล้วสูบน้ำ ให้น้ำไหลออกทะเลไป

โครงการ ฟลัดเวย์ เดิม เค้ากันไว้ประมาณ 4-5 หมื่นไร่

ปี พศ. 2547 ไปเปลี่ยนแปลง ผังเมือง ส่งเสริมสร้าง สุวรรณภูมิ

เมื่อมี สนามบิน เข้าไป ความเจริญ มันเริ่มเกิดขึ้น

หมู่บ้านจัดสรร จึงเกิดขึ้น ถามว่าจะกลับไปไล่เบี้ยได้ไหม ยาก

เพราะ  landlords.

(เจ้าของบ้าน หรือ เจ้าของที่ดิน หรือ เจ้าของอสังหาริมทรัพย์)

แต่ละคนในสมัยนั้น ใหญ่ๆทั้งนั้นใน วันนี้

ที่เป็นเจ้าของที่ ตรงบริเวณนี้

เดิมเป็น ฟลัดเวย์ ราคาไม่แพงมาก

(เค้ากันไว้ไม่ให้มีการซื้อขาย ทำเป็น ฟลัดเวย์ )

ถ้าไปทำหมู่บ้านจัดสรร น้ำท่วมแน่  จึงไม่มีใครอยากเล่นที่ตรงนี่

พอมีการวื่งเต้นเพื่อเปลี่ยนแปลงผังเมือง

ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ รีบจับจองกัน แบบ "มือใครยาว สาวได้สาวเอา"

พื้นที่ ฟลัดเวย์ จาก 4-5 หมื่นไร่  เหลือ 3 พันไร่

นี่คือ ความจริง ประเทศไทย ที่เราควรรับรู้ไว้


Cr: นิพนธ์ บุญญามณี  รมต.ช่วยมหาดไทย

-----------------------------------------------------

รมต.มหาดไทย  2547   ยุค ทักษิณ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา  3 ตุลาคม พ.ศ. 2545 - 10 มีนาคม พ.ศ. 2547

นายโภคิน พลกุล  10 มีนาคม พ.ศ. 2547 - 11 มีนาคม พ.ศ. 2548
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media

lsv2555Please follow the new website at https://www.pohchae.com

Valid CSS!