พิมพ์หน้านี้ - รู้กำไรก่อนไถหว่าน ทางรอดของเกษตรกรไทย

LSVคลังสมองออนไลน์ "ปีที่14"

นานาสาระ => เส้นทางการเงิน-เศรษฐกิจ => ข้อความที่เริ่มโดย: พรเทพ-LSV team♥ ที่ กรกฎาคม 07, 2010, 08:50:49 AM



หัวข้อ: รู้กำไรก่อนไถหว่าน ทางรอดของเกษตรกรไทย
เริ่มหัวข้อโดย: พรเทพ-LSV team♥ ที่ กรกฎาคม 07, 2010, 08:50:49 AM
รู้กำไรก่อนไถหว่าน ทางรอดของเกษตรกรไทย เขียนโดย ลุงโฉลก  

เกษตรกรไทยเล่นการพนันด้วย ชีวิต พวกเขาทุ่มเทชีวิตลงทุนเพาะปลูกโดยไม่รู้เลยว่าจะขายผลผลิตได้กำไรเท่าไหร่ การเล่นการพนันเป็นทางแห่งความหายนะ ไม่แปลกใจเลยที่เกษตรกรเกือบ 10 ล้านครอบครัวโดนธนาคารยึดที่ดิน ไม่เปลกใจเลยที่เกษตรกรทั้งชาติยากจน ทางรอดทางเดียวของเกษตรกรคือการ รู้ กำไรก่อนไถหว่าน เรามีตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือที่เรียกว่า AFET (Agricultural Futures Exchange of Thailand) ที่ตั้งขึ้นเพื่อให้เกษตรกรสามารถกำหนดราคาขายผลผลิตของเขาได้ล่วงหน้า (Hedge selling) เป็นการ รู้กำไรก่อน ไถหว่าน ซึ่งเป็นทางรอดทางเดียวของเกษตรกรไทย แต่รัฐบาลโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ไม่เคยรับฟังเสียงของเกษตรกรเลย ปัญหาใหญ่ของชาติคือความยากจนของเกษตรกรซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ จึงไม่ได้รับการแก้ไข


หัวข้อ: Re: รู้กำไรก่อนไถหว่าน ทางรอดของเกษตรกรไทย
เริ่มหัวข้อโดย: พรเทพ-LSV team♥ ที่ กรกฎาคม 07, 2010, 08:52:17 AM
ราคาข้าวหอมมะลิเมื่อวันที่ 6 กรกฏาคม เวลา 13.15 อยู่ที่กิโลกรัมละ 29.15 บาท แต่ไม่มีการซื้อขายเลย

ราคาข้าวขาว 5% ที่เราผลิตหลายสิบล้านตัน ซื้อขายกันเพียง 12 สัญญา เกษตรกรไม่สามารถทำ Hedge selling

เพื่อ รู้กำไรก่อนไถหว่าน ได้ และผู้บริโภคไม่สามารถทำ Hedge buying เพื่อกำหนดต้นทุนการผลิตได้

รัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตราการที่จะทำให้ตลาดนี้มี Volume ที่มากพอที่จะให้ทั้ง Buyers, Sellers and Speculators เข้ามาใช้ตลาดได้

 


หัวข้อ: Re: รู้กำไรก่อนไถหว่าน ทางรอดของเกษตรกรไทย
เริ่มหัวข้อโดย: พรเทพ-LSV team♥ ที่ กรกฎาคม 07, 2010, 08:54:51 AM
ในฐานะผู้ปลูกมันสำปะหลังรายใหญ่ที่สุดในโลก ท่านนายกฯ ปล่อยให้ตลาดมันสำปะหลังมี Volume เป็นศูนย์

ต่อเนื่องกันมาทุกวันตั้งแต่เริ่มนำเข้าตลาด นี่คือความโหดเหี้ยมของระบอบทุนนิยมสามานย์

เกษตรกรไม่มีทางช่วยตัวเองได้ เลย ต้องอยู่ในสภาพยากจนอย่างนี้ต่อไปอีกนานแสนนาน นานจนกว่าท่านนายกฯ จะรับฟัง และ ได้ยิน


หัวข้อ: Re: รู้กำไรก่อนไถหว่าน ทางรอดของเกษตรกรไทย
เริ่มหัวข้อโดย: พรเทพ-LSV team♥ ที่ กรกฎาคม 07, 2010, 08:56:17 AM
ยางพาราเป็นตลาดเดียวที่พอมี Volume อยู่บ้าง ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนคือความมั่งคั่งของผู้ปลูกสวนยาง

มีผลให้การปลูกยางพาราแพร่หลายมากในหลายภาคของประเทศไทย

ถ้า ท่านนายก ได้ยิน สิ่งเหล่านี้ ท่านคงจะหาวิธีการที่จะทำให้ Volume ของตลาดเพิ่มขึ้นอีก

เพื่อที่เกษตรกรจะได้สามารถใช้กลไกทางการตลาดมาเป็นเครื่องมือในการ ประกันราคาล่วงหน้าได้


หัวข้อ: Re: รู้กำไรก่อนไถหว่าน ทางรอดของเกษตรกรไทย
เริ่มหัวข้อโดย: พรเทพ-LSV team♥ ที่ กรกฎาคม 07, 2010, 08:58:45 AM
เมื่อเทียบกับตลาด Chicago ข้าวโพดมีการซื้อขายกัน 5 delivery month basis แต่ละ basis มี volume เป็นแสนสัญญา

เกษตรกรสามารถใช้ตลาดเป็นกลไกในการประกันราคาได้ และทุกคนสามารถ รู้กำไรก่อนไถหว่าน ได้ล่วงหน้าถึง December 2013

คือกว่า 3 ปีล่วงหน้า ในขณะที่ข้าวโพดใช้เวลาเพาะปลูกเพียง 4 เดือนเท่านั้น


หัวข้อ: Re: รู้กำไรก่อนไถหว่าน ทางรอดของเกษตรกรไทย
เริ่มหัวข้อโดย: พรเทพ-LSV team♥ ที่ กรกฎาคม 07, 2010, 09:00:09 AM
ไม่เฉพาะแต่การ รู้ราคาก่อนไถ หว่าน เท่านั้น เกษตรกรยังสามารถใช้กลไกของตลาด Options

ในการประกันราคาขั้นต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย


หัวข้อ: Re: รู้กำไรก่อนไถหว่าน ทางรอดของเกษตรกรไทย
เริ่มหัวข้อโดย: พรเทพ-LSV team♥ ที่ กรกฎาคม 07, 2010, 09:01:44 AM
December 2010 Call option at strike price 390 มีราคา $1,275.00 ต่อสัญญา เกษตรกรสามารถซื้อสัญญา Call options

เพื่อประกันราคาผลผลิตขั้นต่ำได้ โดยรัฐบาลไม่ต้องใช้งบประมาณเข้ามาช่วยเหลือ

 (และไม่เคยสำเร็จ มีแต่การทุจริตคดโกงชาติบ้านเมืองและเอารัดเอาเปรียบเกษตรกรเป็นผลตามมา)


หัวข้อ: Re: รู้กำไรก่อนไถหว่าน ทางรอดของเกษตรกรไทย
เริ่มหัวข้อโดย: พรเทพ-LSV team♥ ที่ กรกฎาคม 07, 2010, 09:03:01 AM
ตลาดข้าวเปลือก (Rough Rice) ที่ Chicago ก็มี volume เพียงพอให้ผู้ซื้อและผู้ขายใช้กำหนดราคาล่วงหน้าได้

น่าสังเกตุว่าตลาดข้าวนั้นควรจะเป็นข้าวเปลือก เพราะเป็นตลาดของเกษตรกร แต่เมืองไทยมีแต่ตลาดข้าวสาร

สินค้าที่ชาวนาไม่มี เป็นตลาดของพ่อค้าคนกลาง นี่คือความอำมะหิตของระบอบราชการไทย ที่ไม่เคยคิดจะช่วยเหลือเกษตรกรเลย


หัวข้อ: Re: รู้กำไรก่อนไถหว่าน ทางรอดของเกษตรกรไทย
เริ่มหัวข้อโดย: พรเทพ-LSV team♥ ที่ กรกฎาคม 07, 2010, 09:04:44 AM
ยังไม่มี Option market สำหรับตลาด Rough Rice ที่ Chicago เพราะไม่มีควานน่าสนใจเพียงพอ

เนื่องจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลกยังไม่เข้าใจกลไกของตลาด

ท่านนายกรัฐมนตรีสัญญาว่าจะรับ ฟังทุกเสียงของประชาชน แต่ท่านไม่เคย ได้ยิน

 

ผลคือความยากจนอย่างต่อ เนื่องของเกษตรกรไทย ผลคือการใช้นโยบายของรัฐเข้ามาแทรกแทรงราคาเพื่อประโยชน์ของพ่อค้าเลว ข้าราชการชั่ว และนักการเมืองหน้าด้าน ปัจจุบันรัฐมี Stock ข้าวอยู่ 5 ล้านตัน ไม่ประกาศนโยบายที่โปร่งใสว่าจะทำอะไรกับ Stock นั้น ทำให้โรงสีไม่กล้าเก็บ Stock ราคาข้าวใหลลงมาเรื่องๆ ท่านนายกฯ จะรับฟังและได้ยินหรือไม่ก็ตาม รัฐบาลของท่านทำให้ราคาข้าวลดลงจาก 16.65 บาทเมื่อปลายปีที่แล้ว เหลือเพียง 9.57 บาทในวันนี้ ราคาลดลง 42.52% ชาวนายากจนข้นแค้นไปทั่วประเทศ วันนี้ท่านจะ ได้ยิน สิ่ง เหล่านี้หรือยังครับ

 

สมาชิกหลายคนอาจจะสงสัย ว่าทำไมลุงโฉลกถึงได้เอาจริงเอาจังกับเรื่องการ รู้กำไรก่อนไถหว่าน มากนัก ทั้งๆที่ทำไปก็ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์ ไม่มีใครสนใจ แต่การทำงานที่สมควรทำ เราไม่ควรไปใส่ใจกับผลลัพท์มากนัก ลุงโฉลกทำเพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ ถ้าไม่สำเร็จก็ดีที่เราได้พยายามทำเพื่อช่วยเหลือเขาแล้ว คงเป็นวิบากกรรมของเขาทำให้เป็นอย่างนั้น เราได้ทำหน้าที่ของเราแล้ว ถ้าสำเร็จก็ดีที่ได้มีโอกาสช่วยเหลือผู้อื่น สรุปคือดีทั้งนั้น ลุงโฉลกไม่ได้ทำเฉพาะการเขียนบทความกระตุ้นจิตสำนึกของนักการเมืองและข้า ราชการ แต่ได้ลงทุนลงแรงทำตัวอย่างให้เกษตรกรทั่วประเทศได้ศึกษาอีกด้วย ชมรมของพวกเราลงทุนในที่ดิน 2000 ไร่ ที่ด่านขุนทด ทดลองปลูกมันสำปะหลัง ข้าวโพด และอ้อย และทดลองการใช้ตลาด Futures เพื่อ รู้กำไรก่อนไถหว่าน ได้ผลแล้วเป็นที่น่าพึงพอใจมาก