Custom Search
พบ"เห็ดซากศพ" มีที่จ.อุตรดิตถ์ ชี้เป็นเห็ดหายากติดอันดับโลก
LSVคลังสมองออนไลน์
 
*
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน กันยายน 25, 2017, 08:12:33 PM


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พบ"เห็ดซากศพ" มีที่จ.อุตรดิตถ์ ชี้เป็นเห็ดหายากติดอันดับโลก  (อ่าน 67 ครั้ง)
nongtop
ผู้ช่วย Admin
member
*****

คะแนน209
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1238


อีเมล์
« เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2017, 09:45:55 AM »

หากอ่านบทความไม่พอดีกับจอมือถือ คลิ๊ก!!ดูเนื้อหาเกี่ยวข้อง> www.ubmthai.com เวอร์ชั่นสมาร์ทโฟน >> https://www.pohchae.com        . . .       เจ้าของบ้านสงสัยกลิ่นเหม็นเน่ามาจากไหน เดินสำรวจทั่วบ้าน ตะลึง เจอเห็ดประหลาดคล้ายหนวดปลาหมึกขึ้นกองแกลบสวนข้างบ้าน ค้นข้อมูล พบเห็ดชนิดนี้หายากติดอันดับโลก เผยไม่มีพิษรับประทานได้ แต่ไม่นิยม  วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 มีรายงานว่า พบเห็ดประหลาดลักษณะคล้ายหนวดปลาหมึก ขึ้นในสวนบ้านเลขที่ 130/2 หมู่ 2 ต.น้ำริด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เมื่อไปถึงบริเวณบ้านหลังดังกล่าว กลับได้กลิ่นเหม็นเน่าคล้ายซากสัตว์คละคลุ้งไปทั่ว ..   ..โดยเจ้าของบ้านชื่อ ครูฝน เผยว่า กลิ่นเหม็นดังกล่าวมาจากเห็ดประหลาดที่ผุดขึ้นบนกองแกลบภายในสวนข้างบ้าน มีทั้งหมด 8 ดอก เป็นตูมกำลังผุดจำนวน 5 ดอก และดอกที่น่าจะโตเต็มที่มีลักษณะคล้ายหนวดปลาหมึก 3 ดอก สีขาวขอบดำ ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร เนื่องจากฝนตกจึงเริ่มเน่าและมีแมลงวันตอมอยู่ ทั้งนี้ ในตอนแรกคิดว่ากลิ่นเหม็นนี้มาจากปลาที่เลี้ยงไว้ในสระตาย จึงเดินมาสำรวจดูทั่วทั้งบ้าน จนกระทั่งพบแมลงวันกำลังตอมอะไรบางอย่างที่กองแกลบซึ่งตนนำมาจากโรงสีข้าวในหมู่บ้าน เพื่อเตรียมใช้ทำปุ๋ยหมักปลูกต้นไม้ จึงใช้ไม้เขี่ยดูด้วยกลิ่นเหม็น จึงคิดว่าใครนำหนวดปลาหมึกยักษ์มาทิ้งไว้ แต่พอสังเกตดี ๆ กลับพบว่าเป็นเห็ด เนื่องจากพบดอกตูมที่กำลังผุดขึ้นมาอีกจำนวนหลายดอก ตนเลยรู้สึกตกใจและแปลกใจ เพราะไม่เคยเจอเห็ดลักษณะนี้มาก่อน   ด้วยเหตุนี้ ตนเลยหาข้อมูลเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต จึงทำให้ทราบว่า เห็ดดังกล่าวชื่อว่า เห็ดปลาหมึก หรือเห็ดหนวดหมึก ส่วนใหญ่ขึ้นในแถบยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชียบางพื้นที่
               นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกเพราะถือว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ยากในเมืองไทย เรียกว่า 1 ในล้านเลยก็ว่าได้ โดยเห็ดชนิดนี้จะมีกลิ่นเหม็น ไม่มีพิษ สามารถทานได้แต่ไม่เป็นที่นิยม ซึ่งหลังพบก็ปล่อยทิ้งไว้ให้เน่าไปตามธรรมชาติ หากนักวิชาการหรือทางเจ้าหน้าที่การเกษตรสนใจจะนำไปศึกษา ตนก็ยินดีให้ไป.. ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก
http://lottery.kapook.com/view175822.html
 


บันทึกการเข้า

..กำลังหาเพื่อนร่วมเรียน+ปรึกษา..pre degreeนิติศาสตร์รามปี2ครับ


หาเงินหลักหมื่น/เดือนได้ไม่ยาก หากท่านชอบถ่ายภาพ..สนใจสมัครที่ shutterstockได้เลย..คลิ๊ก!!ครับ. Huh?
 

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media Free Web Counter
Valid XHTML 1.0! Valid CSS! Dilber MC Theme by HarzeM