Custom Search
ป่วนระดับโลก!! แฮกเกอร์ใช้“มัลแวร์เรียกค่าไถ่” ล่าสุดโดนกันเกือบ 100 ประเทศ
LSVคลังสมองออนไลน์ "ปีที่14"
ธันวาคม 16, 2017, 12:56:48 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ป่วนระดับโลก!! แฮกเกอร์ใช้“มัลแวร์เรียกค่าไถ่” ล่าสุดโดนกันเกือบ 100 ประเทศ  (อ่าน 1120 ครั้ง)
nongtop
ผู้ช่วย Admin
member
*****

คะแนน211
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1316


อีเมล์
« เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2017, 03:21:39 PM »

หากอ่านบทความไม่พอดีกับจอมือถือ คลิ๊ก!!ดูเนื้อหาเกี่ยวข้อง>www.ubmthai.com เวอร์ชั่นสมาร์ทโฟน >> https://www.pohchae.com          รอยเตอร์ - เครือข่ายคอมพิวเตอร์ในเกือบ 100 ประเทศทั่วโลก รวมถึงโรงพยาบาลในอังกฤษ และบริษัทขนส่งระหว่างประเทศ FedEx ถูกโจมตีโดย “ransomware” หรือไวรัสเรียกค่าไถ่เมื่อวานนี้ (12 พ.ค.) ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าอาวุธทางไซเบอร์ดังกล่าวน่าจะถูกพัฒนาขึ้นโดยสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (NSA) อาชญากรไซเบอร์กลุ่มนี้หลอกให้ผู้ใช้เปิดมัลแวร์ที่ซ่อนมาในอีเมลสแปมซึ่งดูเหมือนใบเสร็จรับเงิน ข้อเสนอจ้างงาน คำเตือนด้านความปลอดภัย หรือไฟล์เอกสารทางการอื่นๆ มัลแวร์เรียกค่าไถ่จะเข้าไปตั้งรหัสล็อกข้อมูลภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ และขู่ให้ผู้ใช้จ่ายเงินระหว่าง 300-600 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อแลกกับการเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ชี้ว่า มีเหยื่อบางรายยอมจ่ายเงินค่าไถ่ผ่านสกุลเงินดิจิทัล “บิตคอยน์” ไปบ้างแล้ว แต่ไม่ทราบว่าแฮกเกอร์กลุ่มนี้จะได้ส่วนแบ่งกี่เปอร์เซ็นต์ นักวิจัยจาก Avast ผู้ผลิตซอฟแวร์ด้านความปลอดภัย ระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งนี้มีหน่วยงานหรือบุคคลตกเป็นเหยื่อมากถึง 57,000 รายใน 99 ประเทศ โดยเฉพาะรัสเซีย ยูเครน และไต้หวัน การปล่อยมัลแวร์ครั้งนี้ยังส่งผลให้โรงพยาบาลและคลินิกหลายแห่งในอังกฤษต้องปฏิเสธคนไข้ เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ขณะที่บริษัทขนส่งระหว่างประเทศ FedEx Corp ระบุว่า คอมพิวเตอร์บางตัวของบริษัทที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดว์สก็ถูกโจมตีเช่นกัน “เรากำลังเร่งแก้ไขความเสียหายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” คำแถลงของ FedEx ระบุ วิกรัม ฐากูร ผู้จัดการฝ่ายวิจัยของบริษัทไซแมนเทค แถลงว่า หน่วยงานในสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย เนื่องจากแฮกเกอร์เริ่มส่งมัลแวร์ไปจู่โจมองค์กรในยุโรปเป็นที่แรก และกว่าพวกเขาจะหันไปเล่นงานสหรัฐฯ ระบบคัดกรองสแปมก็สามารถระบุความเสี่ยงได้ทัน และแจ้งเตือนผู้ใช้ว่าอีเมลเหล่านี้อาจเป็นอันตราย (malicious) กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ แถลงเมื่อค่ำวานนี้ (12) ว่าได้รับรายงานเกี่ยวกับการแพร่มัลแวร์เรียกค่าไถ่แล้ว และได้แบ่งปันข้อมูลไปยังหุ้นส่วนทั้งภายในและต่างประเทศ โดยสหรัฐฯ พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคอย่างเต็มที่ บริษัทโทรคมนาคม Telefonica ของสเปนก็ตกเป็นเป้าหมายของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ด้วย แต่บริษัทยืนยันว่าความเสียหายเกิดขึ้นอย่างจำกัด และไม่กระทบต่อบริการลูกค้า บริษัทความปลอดภัยเอกชนระบุว่า มัลแวร์เรียกค่าไถ่ตัวนี้เป็นชนิดใหม่ในตระกูล “WannaCry” ซึ่งสามารถแพร่กระจายไปยังเครือข่ายคิมพิวเตอร์อื่นๆ โดยอัตโนมัติ ผ่านข้อบกพร่อง (bug) ตัวหนึ่งในระบบปฏิบัติการวินโดว์สของค่ายไมโครซอฟต์ “เมื่อมันเข้าไปได้และแพร่กระจายไปจนทั่วโครงสร้างแล้ว ก็ไม่มีทางที่จะหยุดยั้งได้อีก” อดัม เมเยอร์ส นักวิจัยจาก CrowdStrike ระบุ นักวิจัยจากบริษัทความมั่นคงไซเบอร์เอกชนหลายแห่งบอกตรงกันว่า พวกแฮกเกอร์ซึ่งยังไม่ออกมาอ้างความรับผิดชอบกลุ่มนี้น่าจะสร้าง “หนอนคอมพิวเตอร์” ที่สามารถคัดลอกและส่งตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ได้อย่างอิสระ โดยพัฒนาจากโค้ดลับของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (NSA) ที่เรียกว่า "Eternal Blue" ซึ่งถูกแฮกเกอร์กลุ่ม Shadow Brokers ขโมยออกมาเผยแพร่เมื่อเดือนที่แล้ว “นี่เป็นการโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ครั้งใหญ่ที่สุด เท่าที่ประชาคมไซเบอร์เคยรับรู้มา” ริช บาร์เกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยความเสี่ยงของ Splunk ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่พบความเชื่อมโยงระหว่าง WannaCry กับเอ็นเอสเอ ระบุ ไมโครซอฟต์ออกมาแถลงเมื่อวานนี้ (12) ว่า บริษัทกำลังออกโปรแกรมอัปเดตวินโดว์สอัตโนมัติเพื่อปกป้องลูกค้าจากมัลแวร์ WannaCry โดยก่อนหน้านี้ไมโครซอฟต์ก็เพิ่งจะออกโปรแกรมอัปเดตสำหรับป้องกัน Eternal Blue ไปเมื่อวันที่ 14 มี.ค. “วันนี้ทีมวิศวกรของเราได้เพิ่มมาตรการตรวจจับและการป้องกัน เพื่อต่อต้านซอฟแวร์อันตรายตัวใหม่ที่รู้จักกันในชื่อ Ransom:Win32.WannaCrypt” ไมโครซอฟต์ ระบุ พร้อมยืนยันว่าบริษัทกำลังประสานไปยังลูกค้าเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง   ขอบคุณ http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9600000048320


บันทึกการเข้า

..กำลังหาเพื่อนร่วมเรียน+ปรึกษา..pre degreeนิติศาสตร์รามปี2ครับ


หาเงินหลักหมื่น/เดือนได้ไม่ยาก หากท่านชอบถ่ายภาพ..สนใจสมัครที่ shutterstockได้เลย..คลิ๊ก!!ครับ. Huh?
 

nongtop
ผู้ช่วย Admin
member
*****

คะแนน211
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1316


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2017, 07:52:28 AM »

หากอ่านบทความไม่พอดีกับจอมือถือ คลิ๊ก!!ดูเนื้อหาเกี่ยวข้อง>www.ubmthai.com เวอร์ชั่นสมาร์ทโฟน >> https://www.pohchae.com         ข่าวสุดร้อนแรงที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ และบริษัทองค์กรต่างๆ กำลังได้รับความเดือดร้อนจากการระบาดของมัลแวร์ ที่เป็น Ransomware หรือมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ชื่อว่า Wannacry น่ากลัวแบบต้องเตือนให้ผู้ที่ใช้คอมรีบทำการตั้งค่าปิดช่อง SMBv1 หรือรีบอัปเดต Windows ผ่านทาง Windows Update เพื่อหยุดยั้งเจ้า Wannacry เลยทีเดียว ก่อนอื่นเรามาย้อนทำความรู้จักกับ ransomware มัลแวร์เรียกค่าไถ่ ก่อนที่จะมารู้จัก Wannacry อีกครั้งซึ่งร้ายแรงมาก “Ransomware” หรือ “โปรแกรมเรียกค่าไถ่” รูปแบบของโปรแกรมเรียกค่าไถ่ Ransomware มี 2 รูปแบบหลัก ๆ ด้วยกัน    Lockscreen Ransomware การเรียกค่าไถ่แบบนี้ โปรแกรม Ransomware จะทำการใช้งานฟังก์ชัน Lock Screen ของระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์ที่ติด Ransomware (ทั้งที่เป็น Computer และ Mobile) ทำให้เราไม่สามารถเข้าสู่ Interface ปกติของอุปกรณ์ เพื่อเรียกใช้ Application หรือเข้าถึงข้อมูลใด ๆ ได้ แต่ข้อมูลและ Application ไม่ได้ถูกแตะต้องแต่อย่างใด    Files-Encrypting Ransomware การเรียกค่าไถ่แบบนี้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานอุปกรณ์ได้ และใช้งาน application ได้ตามปกติ แต่ Ramsomware จะใช้วิธีการเข้ารหัสไฟล์ไว้ (ภาษาชาวบ้านคือ ล็อกไฟล์ไว้) ไม่ให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงไฟล์ของตัวเองได้    การเรียกค่าไถ่แบบที่ 1. นั้นสามารถถูกแก้ไข เพื่อ bypass การ lock screen ได้โดยผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ โดยที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าไถ่แต่อย่างใด    แต่สำหรับแบบที่ 2. นั้น ใน Ramsomware เวอร์ชั่นใหม่ ๆ (ที่โด่งดังก็มี CryptoWall, CryptoLocker, CryptoDefense และ TeslaCrypt)  ถูกพัฒนาให้ยากแก่การแก้ไข ทางที่ง่ายที่สุดที่จะได้วิธีถอดรหัสไฟล์ของเราคือการจ่ายเงินให้อาชญากร (การเรียกค่าไถ่เป็นอาชญากรรม) ที่ทำการเรียกค่าไถ่เรานั่นเอง ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมไปถึง WannaCry ด้วย ระบบปฏิบัติการที่เป็นเป้าหมาย ส่วนใหญ่เป็นระบบปฏิบัติการ Windows เป็นหลัก และ และมีบ้างบน Android สำหรับระบบปฏิบัติการ อื่น ๆ ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย 100% ในอนาคต เมื่อคอมของคุณติด Ransomware มัลแวร์ได้จับไฟล์ข้อมูลในคอมที่สำคัญ และจับคอมพิวเตอร์ของเราเป็นตัวประกัน แล้วส่งจดหมายทางอีเมลเรียกค่าไถ่ ขึ้นข้อความเตือนว่าคุณต้องจ่ายเงินถ้าไม่จ่ายก็จะเปิดไฟล์ไม่ออก ไม่สามารถใช้ไฟล์นั้นได้ เท่านั้นยังไม่พอ หากคุณต่อเน็ต หรือเสียบ Extranal Harddisk หรือ USB Flash Drive เข้ากับคอมที่ติด Ransomware ละก็ ไฟล์ในหน่วยความจำพกพาของคุณก็จะถูกล็อคเข้ารหัสด้วย ซึ่งต้องจ่ายเงินด้วยสกุล BITCOIN โดยส่วนใหญ่จะเรียกเงินไม่ต่ำกว่า 15000 บาท สาเหตุที่ติดมัลแวร์ Ransomware ส่วนใหญ่จะมาทางอีเมล์หลอกลวงที่แนบไฟล์ Ransomware อยู่ มัลแวร์นี้มุ่งโจมตีคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Windows และอาจอยู่บนแพลตฟอร์มยอดฮิตๆ เช่น MAC , Android , iOS  โดยจะทิ้งไฟล์ไฟล์นึงไว้ในโฟลเดอร์ที่ติดมัลแวร์ ransomwear ที่มีการเข้ารหัสไว้ เมลล์ของ Ransomware นี้ มาในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น    มาแบบแจ้งเตือนว่า มีของมาส่งถึงคุณ…. เช่น FedEx , DHL ปลอมหน้าจดหมายเหมือนของจริง จนแยกไม่ออก เมื่อคลิกไฟล์แนบของอีเมลนั้น หรือคลิกที่ลิงค์ มันจะดาวน์โหลดไฟล์ exe ที่มีมัลแวร์ติดตั้งทันที    บัญชีคุณโดนล็อค , Accounts Suspended ! แล้วกรณี WannaCry ที่ระบาดทั่วโลกละ คราวนี้ไม่เหมือน ransomwear ตัวอื่น ๆ  เพราะ WannaCry อาศัยช่องโหว่จาก SMBv1 ในการโหลดตัวเองเข้าเครื่องเป้าหมาย ไม่ใช่การส่งอีเมลเข้ามาแล้วให้ user กดรันบนเครื่องนั้นๆ แบบ ransomware ทั่วๆ ไป เรียกง่ายๆคือ มัลแวร์นี้จะไม่ต้องเคาะประตูห้อง มีกุญแจไขประตูห้องลุยเลย แล้วก็เข้ามาในห้องขนของทั้งห้องออกไปเรียกค่าไถ่เลย น่ากลัวมากเพราะมัลแวร์ WannaCry จะ scan หาเครื่องเหยื่อ เหมือนกับโจรมี master key กุญแจไขประตูบ้าน ไล่เปิดประตูห้องทีละห้อง แล้วก็ไขไปเรื่อยๆ ทุกคอนโด ใครไม่เปลี่ยน ไม่ล็อคหลายชั้นก็เสร็จโจรไป ลองชมตัวอย่างการระบาดของ WannaCry ด้านล่าง วีดีโอตัวอย่างการระบาดของ WannaCry วิธีป้องกันไม่ให้คอมเป็นเหยื่อของมัลแวร์ WannaCry 1.ให้อัปเดตตัว Windows ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด หากระบบปฎิบัติการ Windows ของคุณเป็นเวอร์ชั่นเก่า ควรอัปเดตเป็น Windows 10 ไปเลย หรือไม่ก็ให้ดาวน์โหลดแพช อุดช่องโหว่ไป ซึ่งตอนนี้ทาง Microsoft ได้ปล่อยแพซแล้วสำหรับคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการเก่า Windows XP , Windows Vista , Windows Server 2003 , 2008  ด้วยแม้จะเลิกสนับสนุนก็ตาม เพื่อเป็นการหยุดมัลแวร์ WannaCry สามารถดาวน์โหลด Patch ที่นี่ สำหรับผู้ใช้ Windows 8.1 รวมถึง Windows 10 สามารถอัปเดตผ่านทาง Windows Update 2 ให้เปิด Firewall เพื่อสามารถตรวจสอบและหยุดยั้ง WannaCry ได้ 3.ปิดตัว SMBv1 บนเครื่อง และ block port ของ SMB ที่ต่อกับ public internet เพื่อปิดจุดโหว่ที่ทำให้ WannaCry ไม่สามารถโหลดตัวเองเข้าเครื่องเป้าหมายได้ หากคอมคุณติด WannaCry ให้หยุดการใช้คอม  ปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แล้วรีบติดต่อฝ่ายไอทีบริษัท หรือติดต่อกับ ThaiCERT เพื่อช่วยแก้ปัญหา ข้อมูลจาก HackerNews http://www.posttoday.com/media/content/2017/05/14/3CE6FB05020745D49E8E0212C6C0128C  
บันทึกการเข้า

..กำลังหาเพื่อนร่วมเรียน+ปรึกษา..pre degreeนิติศาสตร์รามปี2ครับ


หาเงินหลักหมื่น/เดือนได้ไม่ยาก หากท่านชอบถ่ายภาพ..สนใจสมัครที่ shutterstockได้เลย..คลิ๊ก!!ครับ. Huh?
 
nongtop
ผู้ช่วย Admin
member
*****

คะแนน211
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1316


อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2017, 08:07:34 AM »

หากอ่านบทความไม่พอดีกับจอมือถือ คลิ๊ก!!ดูเนื้อหาเกี่ยวข้อง>www.ubmthai.com เวอร์ชั่นสมาร์ทโฟน >> https://www.pohchae.com          ที่ห้องประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี หรือ มทส. อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ผศ.ดร.ชาญวิทย์ แก้วกสิ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้สาธิตการทำงานของโปรแกรม “Block Wannacry” ให้ผู้สื่อข่าวได้ดู ภายหลังจากที่เกิดกระแสมัลแวร์ Wannacry ซึ่งเป็นมัลแวร์จับไฟล์ข้อมูลต่างๆ ในเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นตัวประกัน แพร่ระบาดไปทั่วโลก เพียงแค่ 3 วัน ทำให้คอมพิวเตอร์กว่า 300,000 เครื่องในกว่า 100 ประเทศทั่วโลกถูกโจมตีได้รับความเสียหายเป็นมูลค่ามหาศาล สร้างความแตกตื่นให้กับผู้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นอย่างมากในขณะนี้   ล่าสุดอาจารย์ใน มทส. ได้เขียนโปรแกรมตัวนี้ขึ้นมา เพื่อสกัดกั้นมัลแวร์ดังกล่าวชั่วคราว โดยปล่อยให้ประชาชนดาวน์โหลดไปติดตั้งไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อป้องกันการเข้าโจมตีของมัลแวร์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี จนมียอดผู้เข้าไปชมหน้าดาวน์โหลดกว่า 1,000,000 วิว และมีผู้ดาวน์โหลดไปใช้แล้วหลายหมื่นดาวน์โหลด ผศ.ดร.ชาญวิทย์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ตนทราบถึงการแพร่ระบาดของมัลแวร์ Wannacry เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก็รู้สึกวิตกมาก เพราะมัลแวร์ตัวนี้จะโจมตีคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows XP หรือเก่ากว่านั้น ซึ่งใน มทส.มีเครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่องที่ยังใช้ระบบปฏิบัติการนี้อยู่ ดังนั้นตนจึงได้รีบเขียนโปรแกรมสกัดกั้นมัลแวร์ Wannacry ขึ้นมาภายใน 1 วัน พร้อมกับนำลิงก์ตัวโปรแกรมไปปล่อยไว้ในเฟซบุ๊กของมหาวิทยาลัย ชื่อเฟชบุ๊ค SUT Aiyara Cluster เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2560 ปรากฏว่าเพียง 2 วัน มีผู้เข้ามาอ่านข้อมูลโปรแกรมมากกว่า 1,000,000 วิว และมีผู้ดาวน์โหลดโปรแกรมไปใช้แล้วหลายหมื่นดาวน์โหลด   สำหรับโปรแกรมสกัดกั้นมัลแวร์ Wannacry นี้ มีชื่อว่า “Block Wannacry” ซึ่งใช้พื้นที่โปรแกรมเพียง 4 แมกกะไบค์เท่านั้น โดยการทำงานของโปรแกรม Block Wannacry มีอยู่ 3 ขั้นตอน คือ 1.ตัวโปรแกรมจะเข้าไปสร้างตัวแปรปลอมขึ้นมา และตั้งชื่อให้เหมือนกับตัวแปรที่มัลแวร์ Wannacry ใช้ หรือที่ภาษาคอมพิวเตอร์เรียกว่ามิวแท๊กซ์ (MUTX) เพื่อหลอกมัลแวร์เข้าใจว่าเครื่องนี้ถูกมัลแวร์โจมตีอยู่แล้ว มันจะได้ไม่เข้ามาโจมตีซ้ำอีก 2.ตัวโปรแกรมจะเข้าไปขอสิทธิ์แอดมิน เพื่อขอป้อนค่าปิดช่องโหว่การแชร์ไฟล์ SMB V.1 ซึ่งเป็นช่องโหว่ในวินโดว์ที่มัลแวร์ตัวนี้ใช้เข้ามาโจมตีเครื่อง 3.ตัวโปรแกรมจะทำการแสกนช่องโหว่ด้วยการใส่ไอพีแอดเดรสของเครื่อง เพื่อเช็คซ้ำว่าเครื่องปลอดภัยแล้วหรือยัง   ซึ่งทั้ง 3 ขั้นตอนนี้สามารถป้องกันการโจมตีของมัลแวร์ Wannacry ได้เป็นอย่างดีในช่วงนี้ แต่ก็ไม่ตลอดไป เมื่อมัลแวร์มีการอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ ก็ต้องตามไปแก้ไขโปรแกรมอีกเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด เหมือนเกมไล่จับหนู ดังนั้นทางที่ดีที่สุดในขณะนี้คือการดาวน์โหลดโปรแกรมป้องกันของไมโครซอฟมาติดตั้ง หรือเปลี่ยนไปใช้ระบบปฏิบัติการวินโดว์รุ่นใหม่ไปเลย. ขอบคุณ http://www.amarintv.com/news-update/news-484/38725
บันทึกการเข้า

..กำลังหาเพื่อนร่วมเรียน+ปรึกษา..pre degreeนิติศาสตร์รามปี2ครับ


หาเงินหลักหมื่น/เดือนได้ไม่ยาก หากท่านชอบถ่ายภาพ..สนใจสมัครที่ shutterstockได้เลย..คลิ๊ก!!ครับ. Huh?
 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media

lsv2555Leksound&Vision Webboard

Valid CSS!