Custom Search
วันแรกที่ซาอุฯ
LSVคลังสมองออนไลน์ "ปีที่12"
พฤศจิกายน 23, 2014, 08:15:22 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 4 5
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วันแรกที่ซาอุฯ  (อ่าน 41831 ครั้ง)
b.chaiyasith
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน573
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2883


ไม้ดีไม่ลอยน้ำมาไกล


« เมื่อ: มกราคม 28, 2013, 12:45:14 PM »

2522(1978) เดือนมีนาคม หลังจากได้ร่ำลาเพื่อนที่ดอนเมืองเสร็จ เวลาประมาฌเที่ยงคืนเชคอิน
ทางผู้โดยสารขาออก เจ้าหน้าที่ตรวจหนังสือเดินทาง ประทับตราออก แล้วเดินไปตามทาง
ขึ้นเครื่องเรียกว่าเกต Gate (ร้ัว)หรือประตูทางออก (หมายเลข)มีที่นั่งรอขึ้นเครื่องบิน
ยังไม่เคยขึ้นเครื่องบินไปไหนไกลๆเลย โชคดีที่มีเพึ่อนเคยเดินทางมาแล้วเป็นผู้นำ
กราว์ดโอสเตทเรียกขึ้นเครี่อง ได้ที่นั่งตรงกลางลำ แถวละ10ที่นั่ง ตรงกลาง6ที่ ข้างละ2ที่

เป็นเครื่องโบอิ่ง747-200บันทุกผู้โดยสารได้ประมาณ400คน มันทั้งใหญ่และยาว ไม่น่าขึ้นจากพื้นดินได้
เดี๋ยวจะได้รู้กัน มันกำลังเคลื่อนที่ไปตามแท็กซี่เวย์ อุ้ยอ้ายเหมือนนั่งหลังช้าง ระหว่างนั้นมีแอร์โอสเตท
แสดงวิธีหนีออกจากเครื่องและใส่แจ็กเก็จหากเครื่องต้องลงน้ำ เครื่องบินจอดที่หัวรันเวย์เตรียมขึ้น

มันเร่งเครื่องเสียงดังกระหึ่มแล้วออกวิ่งไปตามรันเวย์ ประมาณ2500เมตร มันกระดกหัวขึ้นก่อน
ในท่าเอนไปประมาณ300เมตรจึงพ้นพื้น ทุกคนเงียบ เราอยู่บนฟ้าเหนือกรุงเทพฯ เครื่องกำลัง
เอียงเพื่อให้ตรงทิศทางตะวันออกลางที่หมาย ได้ยินเสียงสัญญาณปลดเข็มขัด ใครจะไปห้องน้ำก็เชิญ

สักพักพนักงานเขนรถเสริพน้ำ ชา กาแฟ เสียงถามผู้โดยสารเป็นภาษาอังกฤษ Water,Tea,Coffee
(วอเด้อร์)(ตี้)(คอปปี๊)สำเนียงแขก จากนั้นเสริพอาหาร เป็นกล่องคลุมด้วยฟลอยส์ร้อนๆ
ทุกอย่างกระทัดรัด น้ำหนักเบา กินอาหารเสร็จ พนักงานเก็บถาดเข้าซอง พวกเรานั่งคุยกันยังไม่ง่วง
อาจเป็นเพราะตื่นเต้นออกเดินทางตี๒โดยสายการบินJordanian air line ใช้เวลาเดินทาง๗ชั่วโมง็

ระหว่างทาง มองออกไปทางหน้าต่างเห็นไฟฟ้าเป็นกลุ่มๆหย่อมๆ ส่วนมากจะมึด เหมือนลอยไปเรื่อยงฟ้าเริ่มสว่าง
ไร้ที่หมาย เสียงเครื่องยนต์เจทปลายปีกครางสม่ำเสมอ นานๆจะทีสบัดเล็กน้อย อากาศดีไม่มีฟ้าฝน
มองที่ปลายปีกเห็นไฟกระพริบแว็บๆไปตลอด ผู้โดยสารบางคนนั่งจิบเหล้าเบีย บางคนอ่านหนังสือ
ตอนแรกมีหนังฉายให้ดู หนังจบก็ไม่มีอะไรให้ดูอีกแล้ว มันชั่งเป็นเวลานานจริงๆที่ลอยอยู่อย่างนี้

ท้องฟ้าเริ่มสาง มองเห็นน้ำทะเลสีดำ และเห็นแสงไฟเป็นจุดๆ น่าจะเป็นไฟจากบ่อน้ำมัน
เครื่องบินๆผ่านท้องทะเลสีคราม แสดงว่าเริ่มสว่างมากแล้ว เครื่องลดเพดานบินลง ได้ยินเสียง
กุ๊กกักใต้ท้องเครื่อง แล้วสัญญาณบอกให้รัดเข็มข้ดดัง เครื่องกำลังลง มองเห็นรันเวย์ทอดยาว
ไปทางหน้า เห็นทะเล บ้านชัดขึ้น พื้นทราย เสียงล้อแตะพื้น และเครื่องเร่งดังเพื่อเบรค

เครื่องบิน ถึงประเทศ Bahrain



 ประมาณ๙โมงเช้าประเทศไทย ถอยหลัง๔ชั่วโมง (๖โมงเช้า)
ประเทศบาร์หเรนอยู่ห่างจากซาอุฯเพียง๒๔กม.เป็นเกาะเล็กๆ

ทางตะวันออก(มองแทบไม่เห็นในแผนที่โลก) รอเปลี่ยนเครื่องอีก๗ชม.ระหว่างนั้นไม่มีอะไรดีไปกว่านอนเล่น
บนโซฟาเทอร์มิน่อลสนามบิน มองไปรอบด้านเห็นเมืองบาร์หเรนอยู่ท่ามกลางทะเลทราย ไม่มีต้นไม้ หดหู่ใจ
เริ่มว้าเหว่ตั้งแต่ยังไม่เหยียบซาอุฯ จะรอดไม่หนอเรา เพื่อนที่เดินทางไปด้วยกันมี๖คน คนหนึ่งมีประสบการณ์
แล้ว นอกนั้นไม่เคยจากบ้าน แต่ทุกคนล้วนเป็นระดับหัวหน้างาน เขาส่งไปชิมลาง เวลาบ่ายโมงขึ้นเครื่องจาก
สนามบินบาร์หเรน

ลาก่อนนะบาร์หเรน เป็นเครื่องบินลำเล็กๆประมาณ๒๐ที่นั่ง ก่อนเครื่องบินขึ้นพนักงานเสริพ
แจกน้ำส้มคนละแก้ว แล้วเครื่องก็ทยานขึ้นยังไม่ทันถึงระดับเพดานบิน พนักงานรีบเก็บแก้วน้ำส้ม เครื่องลดเพดาน
ลงอย่างรวดเร็ว มองเห็นพื้นดินซาอุฯเป็นทะเลทราย มีบ้านเรือนเป็นหย่อมๆไม่มีสีสัน เครื่องบินลงที่สนามบิน

ตรงตัวAนั่นและครับ



ดาห์ราน
ถึงแล้วซาอุดิอาราเบีย โอพระเจ้าออกจากเครื่อง อากาศร้อนแทบอยากกลับเข้าไปอยู่ในเครื่องอย่างเดิม
เดินแบกกระเป๋าสะพายไปขาเข้า Immigration เข้าแถวรอตรวจหนังสือเดินทาง ท่าทางเจ้าหน้าที่ไม่เป็น
มิตรเอาเสียเลย เสียงกระแทกตราประทับโป้งๆในหนังสือเดินทาง น่ากลัวจัง เมื่อได้หนังสือคืนแล้วไปรอรับ
กระเป๋าเสื้อผ้าสัมภาระ Luggage ที่่สายพานลำเรียง ได้กระเป๋าแล้วเอาไปเปิดให้ศุลกากรดู Custom clear

อะไรที่ประเทศนี้ไม่ปารถนาจะถูกโยนลงถังขยะทันที ยกเว้นยาเสพติด แขวนคออย่างเดียว ข้าวของต้องเอาออก
มาวางให้หมด ของกินที่ห้าม หมู ปลาร้าห้ามติดตัว น้ำมันหมู อะไรที่เกี่ยวข้องกับหมูห้ามหมด พระเครื่องห้ามนำ
ติดตัว รูปเปลือย เหล้า อะไรที่มีแอลกอร์ฮอร์ห้ามหมด อะไรที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นห้าม ยกเว้นอิสลาม ผมนึกไม่ออก
ว่าโดนทิ้งอะไรไปบ้าง เอาตัวรอดออกไปได้ก็ดีแล้ว
         
 ลากกระเป๋าไปรอคนรับที่รอรับอยู่ด้านผู้โดยสารขาออก ตรงนี้และที่พี่น้องไทยถูกลอยแพเพราะไม่มีใครมารับ
ผมโชคดีที่มีคนคอยรับ แต่โชคร้ายในภายหลัง เมื่อเจอกันแล้วทักทายกันเรียบร้อยแบบงงๆ จากนั้นคนไทยที่มารับ
พาไปพบแขกซาอุฯ เราถูกขายต่อไปโดยไม่รู้ตัว ขึ้นรถเชพโรเลตคันงามไปกลางทะเลทราย ระหว่างทางเรามึนๆงงๆ
เพราะง่วงนอน แต่ก็รู้ว่าเดินทางผ่านทะเลทราย เสียงเพลงอาหรับในรถที่แขกเปิดยังดังกล้องหูจนถึงวันนี้
มันเป็นเพลงเกลี้ยกล่อมด้วยไวโอลีน และกลองแทมะลีน พิน สองข้างทางไม่มีต้นไม้และบ้านคน
จะมีก็แต่รถบันทุกค้นใหญ่ๆ ๑๐ล้อรถพ่วง๑๘ล้อ ทำไมมันทั้งสูงใหญ่ไม่เคยเห็นในบ้านเรา

โดยเฉพาะเบ้นซ์หัวแตงโม ตื่นเต้นกับบ้านเมืองที่กำลังพัฒนาเกินบ้านเราเพราะมีกำลังซื้อสูง
ซื้อทุกอย่างที่ทันสมัยรุ่นล่าสุด ถึงที่พักเป็นเมืองเล็กๆชื่อ แอ้บเคกค์Abqaiq


ง่วงจังเลยขอเวลาหลับก่อนสักงีบนะครับ
 try!!แล้วค่อยพบกันใหม่ ติชมได้ครับ
บันทึกการเข้า

"CHIAB"
มนุษย์เราแต่ละคน  ต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนเลย  แล้ววันหนึ่งก็มาพบหน้ากัน  สมมุติเป็นพ่อ  เป็นแม่  เป็นเมีย  เป็นสามี  เป็นลูก  อยู่ร่วมกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน และแล้ววันหนึ่ง  ก็แยกย้ายด้วยการ  "ตายจาก"  กันไปสู่  ณ  ที่ซึ่งไม่มีใครได้ตามพบ  คืนสู่ความเป็นผู้ไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไปไหน  และคืนสู่ความเป็น  "คนแปลกหน้า"  ซึ่งกันและกันอนันกาลอีกครั้งหนึ่ง...และอีกครั้งหนึ่ง!?
ขอขอบคุณ คุณเปลว สีเงิน ที่ให้ข้อคิดดีๆ

b.chaiyasith
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน573
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2883


ไม้ดีไม่ลอยน้ำมาไกล


« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 28, 2013, 02:05:10 PM »

Abqaiq เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ใจกลางทะเลทรายห่างจากเมืองหลวงRiyadh ประมาณ๒ร้อยกว่ากม. แขกพาไปกินข้าว
ที่ร้านอาหารในเมือง เป็นอาหารอาหรับมื้อแรก มีแป้งสาลีผิง(โคปบุท)จิ้มด้วยไก่ย่างหมุน(ดีจ้า้ด) บรรยากาศในร้าน
เหมือนโรงเตี้ยม มีอ่างร้างมือเก่าๆเลอะเทอะ ที่แปลกใจคือน้ำไหลแรงกลางทะเลทราย ต้องหาคำตอบ กินเสร็จแล้ว
แขกพาไปที่พัก เป็นบ้านปูน๒ชั่นเก่าข้างในไม่มีอะไรเลย เหมือนทิ้งล้าง น่าจะเป็นบ้านเช่า ใจคอหดหู่เพราะไม่เหมือน
อย่างที่เขาบอกจากเมืองไทย แขกขนที่นอน หมอน ผ้าห่มมาให้ เตียงเหล็กเป็นแบบ๒ชั้น เคยเห็นแต่ในโรงเตี้ยมทหาร
ไม่คิดว่าจะได้นอนเอง จัดแจงช่วยกันประกอบเตียงเสร็จก็เกือบมีด เริ่มง่วงจนลืมตาไม่ขึ้น อาจเป็นเพราะเดินทางทั้งคืน

เลือกเตียงชั้นล่างข้างบนเป็นของเพื่อน วางเตียงเรียงตามมุมห้อง พื้นที่มีจำกัด เอากระเป๋าไว้ใต้เตียง ล้มตัวลงได้หลับทันที
 ตีสี่สดุ้งตื่นเมื่อมีเสียงดังลั่นที่ข้างห้อง ใครมาเปิดลำโพงฮอลข้างห้องเหมือนงานวัด ฟังไม่รู้เพราะเป็นเสียงแขก ถามพักพวกที่มาด้วย เขาบอกว่าเป็นเสียงเรียกสวด(ซาล่า) เราคงต้องนอนฟังไปตลอดแล้วจะอยู่ได้ไหมเนี่ย..?

 มองไปทางหน้าต่างเห็นฟ้าแดงสว่างเหมือนพระอาทิตย์ขึ้น นึกว่าสว่างมากแล้ว มันเป็นแสงไฟจากป่องควันโรงกลั่นน่ำมันนั่นเอง
เราคงนอนไม่หลับอีกแล้ว นั่งสนทนากันถึงอนาคตของพวกเราดีกว่า ยังหาที่จบไม่ได้ คงได้แต่คิดเดาไปต่างๆนาๆ
 เพื่อนคนหนึ่งออกไปซื้ออาหาร ได้ผักสลัด ไข่ แป้งผิง อาหารเช้า ทอดไข่ทำแซนวิช เตรียมตัวไปทำงานวันแรกเดี๋ยวแขกจะมารับ๗โมงเช้า ผมเรื่มคิดว่าไม่น่าอยู่ที่นี่ได้ ทำใจสู้เสือดูก่อนน่า

พรรคพวกปลอบใจให้เข้มแข็งไว้ แขกมารับแล้วไปกันเถอะ ๑๕นาทีถึงที่ทำงาน
อยู่ข้างๆโรงกลั่นน้ำมัน เป็นตู้คอนเทนเน่อร์เรียงกัน มีห้องทำงาน ห้องเก็บเครื่องมือ
พื้นเป็นฝุ่นทราย อากาศตอนเช้ายังคงหนาวอยู่ในเดือนมีนาคม แขกเจ้าของชื่อซาเดกซ์พาไปดูงาน
และสั่งให้แก้ไขเครื่องมือที่มีอยู่กองพะเนิน ดูไปก็ไม่ยากอะไร แต่มันเยอะแค่นั้นเอง ผมเริ่มรื้อเครื่องมือออกมากอง

ส่วนทีมงานได้แยกกันไปทำท่อเหล็ก พันยางทาน้ำยากันสนิม ถึงเวลาอาหารกลางวันผมจึงเอาแซนวิชไข่ที่เพื่อน
เตรียมมาจากที่พักออกมากิน อนิจจามันเหนียวจนเคี้ยวไม่ออก ผมค่อยๆแทะทีละน้อยน้ำตาจะไหลเอ่อ
ไม่คิดว่าจะเจอสภาพแบบนี้ คงเป็นเพราะอยู่บ้านเรายังไงก็ไม่ถึงขนาดนี้
ความที่ยังคุ้นเคยนี่เองบวกกับยังไม่รู้ที่ซื้อกับข้าวทำให้ท้อถอย บอกตัวเองว่าคงอยู่ได้ไม่กี่วัน
 วันนั้นทำงานได้ไม่ดีนักเหมือนไม่มีเรี่ยวแรง ตกเย็นเลิกงานกลับถึงที่พักผมเริ่มคิดหาทางเบี้ยวแขก

ปรึกษาพรรคพวกว่าไม่อยากอยู่ที่นี่เลย ซึ่งดูเหมือนพวกเขาจะเห็นด้วย วันรุ่งขึน
ผมจึงออกอุบายบอกเพื่อนให้คุยกับแขกว่าผมไม่สบายอยากไปหาหมอ แขกซักว่าผมเป็นอะไร ผมบอกไม่มีแรง
ทำงาน เขาว่าผมตรวจโรคมาจากเมืองไทยแล้วจะไม่สบายได้อย่างไร ผมบอกไม่รู้มันไม่มีแรง

แกล้งนั่งเฉยไม่ทำงาน(ใครอย่าเอาอย่างผมนะ)ผมหลอกแขกได้สำเร็จ เขาพาผมไปพบแพทย์
ก่อนเข้าห้องตรวจผมทำท่าหายใจแผ่วๆเบาๆเหมือนหมดแรง หมอถามผมเป็นอะไร
เจ็บตรงไหน ผมแกล้งฟังไม่รู้เรื่องส่ายหน้าแบบไม่เข้าใจ หมอลงความเห็นว่าเป็นโรคหัวใจอ่อน

ให้ยาบำรุงและบอกแขกว่าถ้า๒วันไม่ดีขึ้นให้รีบพาผมกลับไปส่งที่ต้นทาง ต้นทางคือเอเยนซี่ที่
รับผมที่สนามบิน (ล้วผมจะเล่าให้ฟังถึงวิธีการขายคนงานว่าเขาทำกันอย่างไร)แขกพาผมกลับที่ทำงานให้อยู่เฉยๆแถวนั้น ไม่ให้ทำงานหนัก ผมจึงนั่งๆนอนๆ พรรคพวกก็เป็นใจเหมือนผมไม่สบายจริงๆ
(เขาคงอยากรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับผม) รุ่งขึ้นอีกวันผมก็ทำโน่นทำนี่แบบคนไม่มีแรง
(ถึงวันนี้ผมคิดว่าผมไม่น่าทำแบบนั้นเลย ไม่ใช่ความผิดของเขา)
วันที่สามคนไทยที่ไปรับผมที่สนามบินก็โผล่มา เขาถามผมว่าเป็นอะไรทำไมจึงไม่อยากทำงาน

ผมบอกไม่สบาย นายคนนี้มีประสบการณ์สูงเขาดูผมออก เขาพูดว่าถ้าไม่ชอบที่นี่ผมจะส่งคุณไปดูไบ ผมแอบดีใจอยู่ลึกๆยังไงก็คงดีกว่าที่นี่และแล้วเขาก็พาผมกลับไปที่เมืองDammam ใกล้ๆกับสนามบินDhahranนั่นและครับ ผมดีใจจนหายเจ็บป่วย ที่
จริงก็ไม่ได้ป่วยอะไรอยู่แล้ว ผมหลอกแขกได้สำเร็จ แต่จะเจออะไรหนักกว่านี้ยังไม่รู้
  
Abqaiq ยามราตรี

แนวเขตที่อยู่อาศัยและโรงกลั่นน้ำมัน

มีสีเขียวบ้างเล็กน้อย

ท่อน้ำมันดิบส่งไปโรงกลั่นและเชื่อมท่อส่งออกขาย

กำลังตรวจท่อน้ำมันด้วยเครื่องX-Ray

เครื่องสูบน้ำมันขึ้นจากบ่อแบบโบราณยังมีใช้อยู่
บันทึกการเข้า

"CHIAB"
มนุษย์เราแต่ละคน  ต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนเลย  แล้ววันหนึ่งก็มาพบหน้ากัน  สมมุติเป็นพ่อ  เป็นแม่  เป็นเมีย  เป็นสามี  เป็นลูก  อยู่ร่วมกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน และแล้ววันหนึ่ง  ก็แยกย้ายด้วยการ  "ตายจาก"  กันไปสู่  ณ  ที่ซึ่งไม่มีใครได้ตามพบ  คืนสู่ความเป็นผู้ไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไปไหน  และคืนสู่ความเป็น  "คนแปลกหน้า"  ซึ่งกันและกันอนันกาลอีกครั้งหนึ่ง...และอีกครั้งหนึ่ง!?
ขอขอบคุณ คุณเปลว สีเงิน ที่ให้ข้อคิดดีๆ
b.chaiyasith
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน573
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2883


ไม้ดีไม่ลอยน้ำมาไกล


« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 29, 2013, 11:20:28 PM »

เมืองDammam ดัมมั่ม

ผมเริ่มเรื่องว่าวันแรกในซาอุฯ เรื่องที่ผมจะเล่าต่อๆไปจะเป็นวันที่ยาวนานไปเป็นปี รวมทั้งเล่ห์เหลี่ยมกล
โกงและสารพัดทั้งไทยและแขกฝรั่งมีทั้งดีเลวตกทุกข์ ถูกลอยแพ ทำงานไม่ได้เงิน เงินเดือนออกเล่นการ
พนันหมด ไม่มีเงินส่งบ้าน เป็นที่มาของคำว่า"ไปเสียนา มาเสียเมีย" ก็แล้วแต่ว่าท่านอยากอ่านกันหรือเปล่า
ผมไม่อยากถูกว่า"คนแก่แล้วชอบคุยแต่ความหลัง"ผมอยากฝากไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้อะไรเป็นอะไรใน
ต่างแดน โดยเฉพาะประเทศซาอุฯ มีอะไรที่คิดไม่ถึงมากมายนัก กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยครับ ขอบคุณ ping!
บันทึกการเข้า

"CHIAB"
มนุษย์เราแต่ละคน  ต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนเลย  แล้ววันหนึ่งก็มาพบหน้ากัน  สมมุติเป็นพ่อ  เป็นแม่  เป็นเมีย  เป็นสามี  เป็นลูก  อยู่ร่วมกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน และแล้ววันหนึ่ง  ก็แยกย้ายด้วยการ  "ตายจาก"  กันไปสู่  ณ  ที่ซึ่งไม่มีใครได้ตามพบ  คืนสู่ความเป็นผู้ไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไปไหน  และคืนสู่ความเป็น  "คนแปลกหน้า"  ซึ่งกันและกันอนันกาลอีกครั้งหนึ่ง...และอีกครั้งหนึ่ง!?
ขอขอบคุณ คุณเปลว สีเงิน ที่ให้ข้อคิดดีๆ
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1511
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9821


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 30, 2013, 06:07:35 AM »

มานั่งชมตอนต่อไปครับ...

 ping!
บันทึกการเข้า
b.chaiyasith
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน573
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2883


ไม้ดีไม่ลอยน้ำมาไกล


« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2013, 02:18:53 PM »

ขอบคุณครับท่าน(ปรีชา) eskimo_bkk-LSV team  ขอบคุณ

         เมื่อเก็บของลาพรรคพวกที่Abqaiqเสร็จ ขึ้นรถคนไทยที่ไปรับกลับถึงเมืองDammamดัมมั่ม ผมได้เจอกับ
พี่น้องคนไทยที่มีปัญหาคล้ายๆกันมาอยู่รวมกันเป็นกระจุก ห้องนี้มีขนาด๔X๔ ตรม.มีคนนอน๑๐คน เตียงซ้อน๕ตัว
แน่นและไม่มีที่ไว้ของ เหมือนติดคุก แต่ทุกคนพูดคุยกันว่าดีกว่าหน้างานที่ไปมา เห็นด้วยอย่างเดียวคืออบอุ่น
ที่นี่มีคนไทยเป็นพ่อครัว ทำอาหารด้านข้างห้องนอน ตอนค่ำก็นอนที่เดียวกัน ผมได้เตียงชั้นล่างมุมหนึ่งของห้อง

คืนแรกนอนไม่หลับ มีเสียงคนกรนดังมาก ผมนอนเอามือสองข้างอุดหูแน่น พริกไปมานอนอย่างไรก็ไม่หลับ โอ้..
มายก๊อดฟาเซ่อ มีคนทนไม่ได้เหมือนผม อือ..ค่อยยังชั่ว พี่อินแกนอนใต้เตียงพี่ส่งที่กรนเสียงดัง แกใช้เท้าถีบใต้
เตียง พี่ส่งเงียบไปพักใหญ่ แล้วก็เหมือนเดิม ผมเปิดไฟหรี่ที่หัวเตียงที่ผมเตรียมไว้แล้ว อ่านหนังสือฆ่าเวลารอให้
สว่าง หลายคนคงนอนไม่หลับเพราะแสงไฟที่ผมเปิด แต่ผมไม่สนใจใครมากนัก ตอนนั้นผมทนงตัวว่าผมเก่งมีความรู้
เหนือพวกเขา พวกเขาต้องสยบให้ผม ผมคิดไปเอง คนอื่นเขาไม่คิดอะไรมากเพราะวันรุ่งขึ้นพวกเขาดีกับผมมาก

โดยเฉพาะพี่อิน พี่ส่งที่นอนกรน พี่อี้ดพ่อครัว ทุกคนออกปากให้ผมยืมตังค์และพาออกไปช้อปที่ตลาด(ซู้ค) ผมเข้า
กับพวกเขาได้ปรับทุกข์กัน อาการคิดถึงบ้านลดลง พวกเรามีประสบการณ์แตกต่างกัน อย่างหนึ่งที่ไม่เหมือนพวก
เขาได้ทำงานกันมาบ้างหลายเดือนแล้ว รู้หนาวรู้ร้อนและพวกเขาต่อสู้มากกว่าผม ทางบ้านเขาลำบากมากบางคน
มีหนี้สินขายทุกอย่างหาเงินไปเสียค่านายหน้า จึงต้องอดทนไม่มีความจำเป็นต้องดิ้นรนกลับบ้าน ผิดกลับผมๆมา
จากเมืองไทยเพราะบริษัทจัดส่งต่องการตัว ผมจึงไม่เสียอะไรทั้งสิ้น นี่ก็เป็นเหตุที่ทำให้ผมเบี้ยวเอาง่ายๆ เมื่อมี
เพื่อนมีคนให้กำลังใจ มีข้อมูลรายละเอียดการทำงานที่ซาอุฯมากขึ้นผมก็คลายกังวล

ผมนอนฟังเสียงพี่ส่งกรนอยู่เกลือบ๑อาทิตย์ คนดูแลชื่อประพฤกพาผมไปพบฝรั่งอังกฤษที่เป็นหุ้นส่วนบริษัทแขกชื่อJim Walleys แกล้วงกระเป๋าออกมาโยนใส่ผมแล้วว่า"You make me broken"คุณทำให้ฉันหมดตัว ผมยืนงงๆไม่เถียง
แกมองหน้าผม แล้วพูดว่า "What shall I do for you"ผมจะทำอย่างไรกับคุณดี ผมบอก It's up to you.
 แล้วแต่คุณในใจผมคิดว่ากลับบ้านหรือไปประเทศอื่น ผมไม่ชอบประเทศนี้ ผมก็ได้แต่คิดเพราะผมวางฟอร์มไม่สบายแล้วนี่

เอาไงก็ได้ แกให้คนไปส่งผมที่บ้านหลังใหม่ เป็นบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ อย่างนี้ก็มีด้วย มีคนอยู่แค่๒คนผมกับอีกคน
หนึ่ง ท่าทางเป็นคนมีความรู้ทำงานด้านบริหารในสำนักงาน ผมรู้ในภายหลังแกเป็นสายเฝ้าดูอาการผมเพื่อรายงาน
ฝรั่งว่าผมเป็นอะไร ไม่สบายจริงหรือ แกบอกผมว่าแกกำลังรอวีซ่าไปประเทศดูไบ จะเอาผมไปด้วยหากผมหายป่วย

อย่างนี้ผมก็โอเคตกหลุมซี่ครับ ตอนกลางคืนพี่แกเอามือล้วงตรงหัวเตียงแล้วบอกเรานอนอยู่กับ Johnny walker
ดึงขวดขึ้นมา ผมสดุ้งเล็กน้อยประเทศนี้ห้ามเด็ดขาด มันเข้ามาได้อย่างไร มีตั้งหลายกล่อง ถ้าถูกค้นเจอเราติดคุก
ขั้นต่ำ๖เดือนและถูกโบยด้วยหวายทุกวันศุกร์ในที่สาธารณะ เป็นการตีโชว์เพื่อไม่ให้คนอื่นเอาเยี่ยงอย่าง พี่แกเปิด
ขวดเทใส่แก้วส่งให้ผม"เอาหน่อย" ผมไม่กล้ากินกลัวเผลอออกไปเดินแขกจับได้ แค่นอนอยู่ในบ้านเดียวกันก็หนัก
แล้ว นอนอยู่ที่บ้านหลังนี้อย่างสบาย๑อาทิตย์ คนที่สำนักงานมาบอกว่าเขาเตรียมเรื่องส่งผมไปประเทศดูไบ

ระหว่างรอวีซ่าขอให้ช่วยไปตั้งเครื่องปรับอากาศให้หมู่บ้านOgem BV ประมาณ๓๐๐ตัว ผมคิดว่าอย่างมากไม่เกิน๑เดือน
ให้เงินเดือน๒๕๐๐รียาล ผมตอบตกลง (แสดงว่าผมไม่ป่วย ผมถูกหลอกมั่งแล้ว) พี่สายลับแกลาผมไปดูไบในวัน
ต่อมา ผมนึกชื่อแกไม่ออกและไม่เคยเจอกันอีกเลย
หมู่บ้านที่ไปติดตั้งแอร์
ขอบคุณเพื่อนชาวฮอลแลนด์ที่ให้รูปTorenkraan
 
Ogem compound

 

บ้านที่ยังไม่เสร็จ1978 ขอบคุณTorenkraan
   

 ผมเริ่มทำงานวันแรกที่บ้านพักพนักงานเป็นพวกฝรั่งHolland ชื่อหมู่บ้านOgem bv มีช่างHolland ชื่อ
Petter ชื่อโหลมากสำหรับคนประเทศฮอลแลนด์ ขับรถมารับไปทำบัตรลงทะเบียนแล้วพาไปเอาเครื่องมือเข้า
หน้างานมีรถโฟลกลีฟสำหรับยกเครื่องแอร์ไปวางบนแท่น  [/img] มีคนขับให้เสร็จ
 มีลูกน้องคนไทยอีกสองคน คุณPetterบอกขอแค่วันละสองตัวพอ หวานหมูซี่ครับ
 เมื่อต่อเครื่องเสร็จแล้วแต่ละตัวต้องHeat ก้นแท้งค์๘ชม.ก่อนจะทดลอง
เดินครื่อง ต้องอุ่นน้ำมันในคอมเพรสเซ่อร์ให้ร้อน ดังนั้นพอเข้าสายและต่อท่อลมเสร็จอุ่นเครื่อง รุ่งขึ้นอีกวันจึงย้อนกลับ
มาเดินเครื่อง ตอนกลางวันคุณปีเตอร์พาไปโรงอาหาร(Mess Hall)มีอาหารฝรั่งให้เลือกมากมายเหมือนในโรงแรม

มีกาแฟหอมกรุ่น กินอิ่มแล้วยังมีขนมปังแบบฝรั่งเศษทาเนยไว้เบรกตอนบ่ายอีก ลูกน้องคนไทยบอกชอบมากเลย
"ลูกพีต้องอยู่ที่นี่นานๆจนเสร็จนะครับ"ผมยังไม่รับปากอยากไปดูไบมากกว่า ทำได้สองสามวัน มีรถเทเล่อร์ขนแอร์
มาลงไม่หยุด เรียงรายไปตามถนนในหมู่บ้าน โอ้โฮ..อย่างนี้แล้วเมื่อไรจะเสร็จวะเนี่ย ผมรำพีงอยู่ในใจ ทุกวันทำงาน
ติดตั้งแอร์ไปอย่างไม่รีบเร่ง อากาศเดือนพฤษภาเป็นวันที่ผมจำไม่ลืม มันร้อนจนหาที่หายใจแทบไม่เจอ ประเทศอะไร
วะมันร้อนขนาดนี้ เครื่องมือที่เป็นเหล็กวางไว้ในร่มยังต้องใส่ถุงมือจับ

 มิน่าเล่าแต่ละหลังถึงใช้เครื่องแอร์ขนาด๕ตันแบบคอมเพรสเซ่อร์คู่ (๒State) ก็เพิ่งเคยเห็นที่นี่
และ ตอนกลางวันหลัง๑๐โมงเช้าถึงบ่าย๓โมง ผมมักจะหลบอยู่ในบ้านหลังที่เสร็จแล้วด้านนอก
บ้านบางวันมีพายุทรายพัดเหมือนที่เป่าผมมีทรายปนไงงั้นและครับ
ทำงานอยู่ประมาฌ๒เดือน อยู่มาวันหนึ่งแขกเอาเงินมาให้หลายพันรียาล ผมรับไว้แบบงงๆ
ถามคุณปีเตอร์แกบอกผมทำงานเกิน เทอร์โมสตาร์ทเป็นงานของผู้รับเหมาอื่นผมทำเสร็จทุกบ้านโดยเขาไม่ต้องจ้าง เขาจึงเอาเงินให้ อย่างนี้ก็มี

พายุ




 
 
บันทึกการเข้า

"CHIAB"
มนุษย์เราแต่ละคน  ต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนเลย  แล้ววันหนึ่งก็มาพบหน้ากัน  สมมุติเป็นพ่อ  เป็นแม่  เป็นเมีย  เป็นสามี  เป็นลูก  อยู่ร่วมกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน และแล้ววันหนึ่ง  ก็แยกย้ายด้วยการ  "ตายจาก"  กันไปสู่  ณ  ที่ซึ่งไม่มีใครได้ตามพบ  คืนสู่ความเป็นผู้ไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไปไหน  และคืนสู่ความเป็น  "คนแปลกหน้า"  ซึ่งกันและกันอนันกาลอีกครั้งหนึ่ง...และอีกครั้งหนึ่ง!?
ขอขอบคุณ คุณเปลว สีเงิน ที่ให้ข้อคิดดีๆ
b.chaiyasith
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน573
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2883


ไม้ดีไม่ลอยน้ำมาไกล


« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2013, 05:16:39 PM »

พายุกำลังพัดเข้าหาบ้านพัก


เป็นอีกมุมของพายุทราย
บันทึกการเข้า

"CHIAB"
มนุษย์เราแต่ละคน  ต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนเลย  แล้ววันหนึ่งก็มาพบหน้ากัน  สมมุติเป็นพ่อ  เป็นแม่  เป็นเมีย  เป็นสามี  เป็นลูก  อยู่ร่วมกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน และแล้ววันหนึ่ง  ก็แยกย้ายด้วยการ  "ตายจาก"  กันไปสู่  ณ  ที่ซึ่งไม่มีใครได้ตามพบ  คืนสู่ความเป็นผู้ไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไปไหน  และคืนสู่ความเป็น  "คนแปลกหน้า"  ซึ่งกันและกันอนันกาลอีกครั้งหนึ่ง...และอีกครั้งหนึ่ง!?
ขอขอบคุณ คุณเปลว สีเงิน ที่ให้ข้อคิดดีๆ
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1511
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9821


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2013, 06:35:56 PM »

โอโห อยู่บ้านเรา นี่สุขดีแท้ เจอเมืองนอก แบบนี้

ไม่อาว ด้วย

 Shocked
บันทึกการเข้า
b.chaiyasith
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน573
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2883


ไม้ดีไม่ลอยน้ำมาไกล


« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2013, 10:06:01 AM »

 Smiley บ้านเราเริ่มร้อนเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ตะวันออกกลางเริ่มร้อนพฤษภาคม-ตุลาคม
เป็นฤดูร้อนที่ยาวนานมาก บางวันร้อนถึง ๕๖องศาเซลเซียส เล่นเอาเครื่องแอร์ไ้ร้ความ
หมายไปเลย เครื่องปอส่วนใหญ่จะเบสออน Base on ที่ ๓๖องศาเซลเซียส อากาศ
ร้อนมากขึ้นเท่าไร ประสทธิภาพของเครื่องก็จะลดไปเรื่อยๆ ก๊าสไม่สามารถกลั่นตัวเป็น
ของเหลวได้ คอมเพรสเซ่อรก็จะร้อนตามไปด้วยเพราะไม่มีความเย็นกลับมาระบายความ
ร้อนให้ลวดมอเตอร์ ดังนั้นหากติดตั้งเครื่องแอร์ขนาดเท่าที่บ้าเราคำนวนกัน พอเข้าหน้า
ร้อนได้ไม่กี่วันคอมเพรสเซอร์ไปบ้านเก่า บ้านที่ซาอุฯจะใช้หม้อมิเตอร์ขนาด73A.ไฟฟ้า
ในบ้าน120/220V.60Hz. จะมีสายไฟเข้าบ้าน4เส้น เหมือนเราขอใช้ไฟ3สาย หาก
ใช้สายN-Hot line จะเป็นไฟ120V.และใช้Hot line-hot line จะเป็นไฟ220V.
มอเตอร์3สายจะเป็นไฟ 3-220V. เป็นระบบอเมริกา ข้อดีคือความถี่60Hz. ประสิทธิ
ภาพสูงกว่าบ้านเรา20% มอเตอร์ที่บ้านเรา4Poleหมุน1500รอบ/นาที หากใช้ไฟฟ้า
ที่ซาอุฯจะหมุน1800/นาที เพิ่มขี้น20% เครื่องปรับอากาศขนาด12000บีทียู/ชม.
จะเพิ่มขึ้นอีก2400บีทียูเป็น 14400บีทียู/ชม.
         ข้อเสียก็มีคือความถี่60Hz.เวลาชอร์ตหรือดูดคน จะทำให้หัวใจหยุดเต้นได้
ง่าย พวกแพทย์จะกลัวมาก
         อยู่กับเมืองร้อนจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพมากและออกแบบคน
ละมาตรฐานกับบ้านเรา ทำงานไปสองเดือนกว่า ผมได้ย้ายบ้านไปอยู่รวมกับคนงาน
ทั่วไปเป็นอาคารหลังใหญ่มีหลายห้องมาก มีห้องครัว ห้องน้ำรวม มีดาดฟ้าที่มีก่อ
ผนังปูนท่วมหัวมองจากที่อื่นๆไม่เห็น ทาสีชมภูภายนอก ตอนหลังเรียกว่าตึกนรก
 
บันทึกการเข้า

"CHIAB"
มนุษย์เราแต่ละคน  ต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนเลย  แล้ววันหนึ่งก็มาพบหน้ากัน  สมมุติเป็นพ่อ  เป็นแม่  เป็นเมีย  เป็นสามี  เป็นลูก  อยู่ร่วมกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน และแล้ววันหนึ่ง  ก็แยกย้ายด้วยการ  "ตายจาก"  กันไปสู่  ณ  ที่ซึ่งไม่มีใครได้ตามพบ  คืนสู่ความเป็นผู้ไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไปไหน  และคืนสู่ความเป็น  "คนแปลกหน้า"  ซึ่งกันและกันอนันกาลอีกครั้งหนึ่ง...และอีกครั้งหนึ่ง!?
ขอขอบคุณ คุณเปลว สีเงิน ที่ให้ข้อคิดดีๆ
b.chaiyasith
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน573
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2883


ไม้ดีไม่ลอยน้ำมาไกล


« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2013, 07:44:48 AM »

ไปอ่านเจอความคิดเห็นนี้มาขอลงไว้ก่อน แล้วผมจะเขียนเพิ่มเติมครับ
คำถามของผู้หญิงคนหนึ่ง เยี่ยมมาก

แฟนเป็นคนซาอุดี้คะ...หาห้องคุยไม่เจอเลยแอบเข้ามาบ้านนี้
เรื่องเปลี่ยนศาสนาค่ะ....แฟนบอกว่าแล้วแต่คุณนะว่าจะเปลี่ยนหรือไม้หลังแต่งงาน
แต่เท่าที่หาข้อมูลมา ค่อนข้างยากในการใช้ชีวิตร่วมกันถ้าเราไม่เปลี่ยน....
ยังไงขอความรู้จากผู้มีประสบการณ์มาแชร์ให้ความรู้ในการตัดสินใจครั้งใหญ่หลวงของลูกผู้หญิงในการแต่งงานด้วยนะคะ
( รับหมั้นไปแล้ว แฟนเพิ่งกลับไปได้สองอาทิตย์ และจะกลับมาหลังจากสิ้นสุดการถือศีลอดค่ะ) มาคุยเรื่อบแต่งงาน...ว่างั้น... เง่อออ ....

คำตอบ
จริงๆ แล้วรัฐบาลซาอุไม่อนุญาตให้คนของเค้ามาเมืองไทยนะคะ คือถ้าทางการรู้ เค้าจะไม่สามารถออกนอกประเทศได้อีกเลย 2 ปี แต่ถ้าแอบเข้ามาจากมาเลว่าได้อยู่  ส่วนเรื่องการที่จะมาแต่งงานกับคนไทยเป็นเรื่องค่อนข้างยากมาก เพราะเค้าต้องได้รับอนุญาตจากรัฐก่อน เพราะ ผญ บ้านเค้ายังมีอยู่เยอะมาก อยากให้ดูดีๆก่อนนะคะ ส่วนเรื่องจะแต่งงาน เคยทราบมาว่าถ้าเป็นคนซาอุดี้ ต้องมีใบอนุญาติหรือรับรองจากทางประเทศเค้าก่อน ถึงจะทำการแต่งงานได้ถูกต้อง คุณต้องเปลี่ยนศาสนาด้วยนะคะ ถ้าไม่อย่างนั้นคุณจะไม่สามารถไปอยู่ในประเทศเค้าได้ แต่ถ้าเค้าบอกคุณว่าอะไรยังงัยก้ได้ คุณโดนหลอกแน่ค่ะ ยังงัยถ้าจะแต่งงานลองโทรไป สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เรื่องเอกสารต่างๆนะคะ คุณต้องมาแต่งที่นี่ที่เดียวค่ะ ส่วนถ้าคุณแต่งแล้วจะมาอยู่ที่นี่ ขอบอกว่าเหงามาก คนที่นี่ไม่พูดอังกฤษกันมากเท่าไหร่ ความอิสระคุณจะมีน้อยลง วัฒนธรรมหลายอย่างแตกต่างกันมาก ไม่มีโรงหนัง ผับ บาร์ มีแต่ห้าง คุณไม่สามารถจะเดินออกจากบ้านไปคนเดียวได้เหมือนอยู่เมืองไทย แต่งตัวต้องมิดชิด ถ้าครอบครัวเค้าเคร่งครัด คุณจะต้องปิดทั้งหน้าเลย คุณจะทนได้มั้ย อันนี้แค่เบาะๆ ยังมีอีกมากมายที่คุณต้องรู้ค่ะ

ดิชั้นไม่ใช่สะใภ้ซาอุ แต่เป็นสะใภ้อียิปต์ที่ต้องมาอยู่ซาอุ สามีก้เคร่งครัดระดับนึง บางอย่างเราทำไปเราไม่คิดอะไร แต่สามีบอกว่า ไม่ได้ ก้มีเยอะ รักชอบกันไม่ผิดหรอกค่ะ แต่ศึกษากันดีๆ เพราะถ้าแต่งงานไปจะต้องอยู่กันอีกยาว และต้องมีความอดทนมาก เพราะต่างคนต่างมาจากคนละที่ ถูกเลี้ยงดูต่างกันค่ะ ยังงัยก้ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ขอให้โชคดี
http://www.ladyinter.com/forum_posts.asp?TID=41643
 เยี่ยมมาก
บันทึกการเข้า

"CHIAB"
มนุษย์เราแต่ละคน  ต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนเลย  แล้ววันหนึ่งก็มาพบหน้ากัน  สมมุติเป็นพ่อ  เป็นแม่  เป็นเมีย  เป็นสามี  เป็นลูก  อยู่ร่วมกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน และแล้ววันหนึ่ง  ก็แยกย้ายด้วยการ  "ตายจาก"  กันไปสู่  ณ  ที่ซึ่งไม่มีใครได้ตามพบ  คืนสู่ความเป็นผู้ไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไปไหน  และคืนสู่ความเป็น  "คนแปลกหน้า"  ซึ่งกันและกันอนันกาลอีกครั้งหนึ่ง...และอีกครั้งหนึ่ง!?
ขอขอบคุณ คุณเปลว สีเงิน ที่ให้ข้อคิดดีๆ
b.chaiyasith
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน573
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2883


ไม้ดีไม่ลอยน้ำมาไกล


« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2013, 08:23:22 PM »

ตึกสีชมพู ตั้งอยู่ไม่ห่างจากสนามกิฬาDammam stadium ประจำเมือง Al Dammam Al มีความหมายว่าเมือง
 
กำลังแข่งบอล

ปูด้วยหญ้าเทียม1978

เวลามีกิฬาที่ดาดฟ้าตึกจะสว่างไปด้วย ตึกนี้มีคนงานทุกอาชีพอยู่กันแน่นทุกห้อง แต่ละห้อง
มีเตียง๒ชั้นเรียงกันมีที่นั่งแค่ห้อยขาเท่านั้น บางวันผมไปนั่งที่ห้องกินข้าวดีกว่า ตอนกลางคืน
จะมีวงไฮ-โลบนดาดฟ้าทุกคืน บ้านนี้มีพ่อบ้านชื่อพี่สงบ ผมเรียกแกว่าผู้ใหญ่หงบ แกเองก็ชอบ
เป็นเจ้ามือในบางคืน ตอนกลางวันผู้ใหญ่แกมีหน้าที่ดูคนงานที่เบี้ยวแอบนอนตามห้อง แกจะเอา
ไปส่งที่หน้างาน แกไม่ยอมให้ใครเบี้ยวง่ายๆ ผมก็เึคยขี้เกียจไปทำงาน โดยบอกแกว่าปวดหัว

แกจะไม่ยอม แกจะพาไปหาหมอ ให้ยากิน แกต้องป้องกันตัวเองไว้ก่อน ผมสนิทกับแกมาก
คนอื่นจะเกรงใจ ตึกนี้มันเต็มไปด้วยเสือสิงห์ เขี้ยวลากดิน บางคนมันไม่ได้คิดจะมาทำงาน
มันมาเพื่อเล่นการพนัน พวกนี้นิ้วมันฝังแม่เหล็ก เวลาจับถ้วยไฮ-โลเทลูกดิ้นเปลี่ยนหน้าทันที
ไอ้จิตเป็นลูกน้องผม เจ้ามือตัวยง มันเคยเปิดถ้วยให้ผมดู ผมยังแทงไม่ถูกเลยครับ ผมจะเล่น
นานๆสักครั้ง เสียนิดหน่อยผมก็ไปนอนแล้ว ผมรู้ว่าไอ้พวกนี้มันมีทั้งหน้าม้ารวมหัวกันกินหมู
ใหม่ๆอย่างเอร็ดอร่อย น่าสงสารบางคนที่เป็นเหยื่อ ในวงการพนันไม่ปราณี ไม่มีการสงสาร

ก็ขนาดลูหน้องผมมันยังแกล้งเปิดถ้วยให้ผมแทง แล้วมันก็ยักไปกินซะเอง ไม่มีพี่ไม่มีน้อง
ไม่มีลูกน้อง-นาย กินเรียบ ลูกน้องผมบางคนมันทำงานทั้งปีไม่ส่งเงินกลับบ้านเลย ตึกนี้
มันเป็นตึกนรกสีชมพูในสายตาของคนเป็นเหยื่อ แต่มันเป็นแหล่งหารายได้ของนักพนันอาชีพ
ผมยังคงทำงานอยู่ที่เดิม บางวันเจอพายุฝุ่นทั้งวัน ตกเย็นกลับถึงตึกไม่มีน้ำอาบ แล้ว
จะนอนได้อย่างไร ตัวเหนียวเหมือนกระดาษทราย ผมหาทางเอาน้ำด้วยการถอดท่อน้ำในบ่อ
พักออกแล้วหาถังรองเอาพอเชดตัว น้ำในซาอุฯกลั่นจากน้ำเค็ม น้ำที่ใช้อาบจะผ่านขั้นตอน
หยาบๆเป็นน้ำกร่อย อาบเสร็จตัวก็ยังเหนีบวอยู่ น้ำที่ใช้อาบต้องดึกๆจึงจะหายร้อน โดยปกติ
ผมจะอาบน้ำประมาณสี่ทุ่มไปแล้ว แต่วันไหนต้องถอดท่อน้ำออกก็ต้องเที่ยงคืนจึงจะได้น้ำ
อาบ
 และจะมีอีกหลายคนเข้าคิวรอ น้ำที่ซาอุฯและแชมพู เฮดแอนด์โชลเด่อร์ ทำให้ผมเป็นสีขาวเร็ว
ผมใช้ได้ไม่นานหัวขาวไปเยอะเลย อาหารเช้าและเย็นต้องกินที่ตีกนี้ เนื้อสัตว์ที่เจอทุกวันคือ
ไก่ เนื้อวัว นานๆจะมีปลา ผักประจำคือสัปรดกะป๋อง ไข่น้ำมีประจำ ผัดมะเขือ ปลากะป๋อง

ต้มยำ คนอีสานไม่ค่อยบ่น กินง่าย นอนง่าย ผมโชคดีที่มีอาหารกลางวันที่แค้มป์ฮอลแลนด์
เมื่ออยู่ไปนานเข้า ก็จะรู้ที่ซื้อผลไม้แอปเปิ้ล กล้วยหอม วันศุกร์เป็นวันหยุดหนึ่งวัน ใครมีเงิน
ก็ไปเดินหาซื้อเครื่องเสียง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เมือง Al Khobar อยู่ห่างไปประมาณ๒๐กม.
นั่งแท็กซี่ไปกันหลายๆคน (แชร์) แบ่งกันออกคนละ๕-๑๐รียาลส์ นั่งได้สี่ห้าคน รถแท็กซี่
ที่นั่น จะเป็นเชฟโรเลตคันโต นั่งสบายแอร์เย็น

แท็กซี่สนามบิน

บันทึกการเข้า

"CHIAB"
มนุษย์เราแต่ละคน  ต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนเลย  แล้ววันหนึ่งก็มาพบหน้ากัน  สมมุติเป็นพ่อ  เป็นแม่  เป็นเมีย  เป็นสามี  เป็นลูก  อยู่ร่วมกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน และแล้ววันหนึ่ง  ก็แยกย้ายด้วยการ  "ตายจาก"  กันไปสู่  ณ  ที่ซึ่งไม่มีใครได้ตามพบ  คืนสู่ความเป็นผู้ไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไปไหน  และคืนสู่ความเป็น  "คนแปลกหน้า"  ซึ่งกันและกันอนันกาลอีกครั้งหนึ่ง...และอีกครั้งหนึ่ง!?
ขอขอบคุณ คุณเปลว สีเงิน ที่ให้ข้อคิดดีๆ
b.chaiyasith
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน573
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2883


ไม้ดีไม่ลอยน้ำมาไกล


« ตอบ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2013, 09:26:22 AM »

รุ้นที่เคยนั่งเดี๋ยวนี้หายากแล้ว

ร้านแมกโด

การถ่ายรูปที่สาธารณะไม่ใช่เรื่องถูกกฏหมาย ได้เฉพาะบางท้องที่เท่านั้น ห้ามถ่ายรูปผู้หญิง ผู้หญิงออก
นอกบ้านไม่มีผ้าคลุมศรีษะจะไม่ได้รับสิทธิตามหลักศาสนา ไม่อนุญาติให้ผู้หญิงขับรถยนต์หรือมอไซด์
ประเทศนี้ใช้หลักศาสนาเป็นกฏหมาย อย่าคิดตามหลักสากลเป็นอันขาด ห้ามวิจารณหรือพูดคุยว่ากล่าว
ดูถูกข้อบังคับทางศาสนา เป็นการเสี่ยงมากที่กล่าวถึงสิ่งเหล่านี้ ห้ามพูดคุยกับผู้หญิงที่ไม่ใช่ญาติหรือ
ภรรยาในที่สารณะ คนซาอุฯที่อยู่รอบกายเราอาจเป็นตำรวจขึ้นมาเมื่อไรก็ได้ ไม่สามารถวางใจได้ คนซาอุฯ
มีน้ำใจเรื่องเวลา พวกเขาไม่รีบร้อน คุยได้นานๆ หากหลงทางเขาจะไปส่งถึงที่ ถ้าเรารับพวกเขาขึ้รถเราก็
ต้องส่งถึงที่เหมือนกัน ธรรมเนีบมของเขาเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้เป็นอย่างมาก คนไทยอดทนสูงโดยเฉพาะ
คนอีสาน ทำงานดี ข้อเสียของคนงานไทยคือไม่เข้าใจเรื่องภาษาและการสื่อสาร ต้องมีผู้นำ หากได้ผู้นำ
ที่ไม่สนใจประเภณีของเขา ก็จะมีแต่เรื่องลำบากทุกเรือง หากมีการส่งคนงานไปทำงานที่ซาอุฯอีกผม
ขอแนะนำให้เปิดอบรม ขนบธรรมเนียมประเภณีที่เขาห้ามเป็นข้อแรก และหลักศาสนาพอสังเขปเป็นข้อ
ต่อไป และข้อต่อไปคือสิ่งผิดกฏหมายที่ประเทศนี้เข้มงวดมาก เช่นห้ามดื่มของมึนเมา (โทษขัง เฆี่ยน
เนรเทศ ห้ามดูมีหนังเอกซ์ไว้ในครอบครอง (โทษ ถอดเล็บ เฆี่ยน) ห้ามลักขโมยของ (โทษ ตัดนิ้ว
ข้อมือ) ห้ามข่มขืนหรือมีเพศสัมพันธ์กับหญิงที่ไม่ใช่ภรรยา(โดยเฉพาะหญิงซาอุฯ)โทษประหาร
ห้ามปล้นเป็นโจร (โทษแขวนคอ) โทษหนักๆทั้งนั้น และไม่มีสถานทูตไหนช่วยได้ หากเราเข้าใจ
ประเภณีและข้อห้ามก็อยู่ได้โดยไม่ถูกรังแกและโกง เจ้าเมืองที่นี่มีอำนาจมาก สามารถชี้เป็นตายได้
เจ้าเมืองส่วนมากมาจากเจ้าชาย พระเจ้าซาอุฯองค์แรกมีพระชายาที่ถูกต้องตามกฏถึง๔๐๐พระองค์ จึง
มีพริ้นซ์มากมาย ถ่ายทอดพระราชอำนาจไปทุกหัวเมือง กฏหมายมีไว้ใส่ลิ้นชัก ศาสนาออกหน้ามากกว่า
ผู้นำศาสนาเคร่งครัดมาก พริ้นซ์ทั้งหลายอยู่เหนือกฏหมาย เรียกว่ากฏหมายไม่มีความหมายสำหรับราชวงค์
(ตามที่ผู้เขียนได้ประสบมา) คนทั่วไปมีชั้นวรรณะไม่ต่างจากอิยเดีย จนส่วนจน รวยส่วนรวย มีระดับชั้น
คนจนไม่มีโอกาสแต่งงาน ไม่มีเงินขอลูกสาว เคยเห็นแขกมีเด็กเกิดใหม่ที่โรงพยาบาล คนเป็นแม่นอน
เอาผ้าคลุมหัว ไม่ให้ใครเห็น เสียใจ อายเพราะได้ลูกชาย(มีลูกสาวแล้วรวย) คนซาอุฯมีหลายเผ่า
มาก บ้างไม่สนใจเมือง เลี้ยงสัตว์เร่ร่อนไปตามชายเขา แพะ แกะ ใช้เต้นท์เป็นกระโจม

พวกเขาไม่ลำบาก มีรถบันทุกน้ำ มีรถจี้บโฟว์วิล มีกำลังซื้อมากกว่าคนจนในเมือง

แหล่งน้ำที่หายาก

แขกจะไม่อนุญาติผู้หญืิงพบคนที่ไม่ใช่ญาติ ดังนั้นเราำไม่สามารถพบได้ นอกจากนัดพบเท่านั้น
แขกผู้ชายจะนัดเวลาและจะให้เราพบหรือเขาจะมาพบเราสดวกกว่า บางทีก็ไม่สามารถพบได้
นึกอยากมาก็มา ไม่คุ้นเคยกับการนัดหมาย หาตัวยากมาก ไม่มีที่อยู่แน่นอน บ้านไม่มีเลขที่
ทุกคนต้องเปิดไปรษณีย์บ็อกซ์ (ตู้ป.ณ)และต้องไปไขเอง นี่เป็นอีกสาเห็ตุที่คนงานไม่ค่อย
ได้รับจดหมายจากทางบ้าน นานๆแขกจะไปไขเอามาให้ สมัยนั้นใช้โทรเลข(เทลเล็กซ์)
ดีที่สุด แต่ค่าใช้จ่ายแพงมาก ประมาณ๕๐๐บาทต่อครั้ง โทรศัพท์ไม่ต้องพูดถึงเวลาต่าง
กัน๔ชั่วโมง คิวต่อสายยาวมากและต้องไปที่ชุมสายเท่านั้น เครื่องหยอดเหรียนมีแต่ไม่
มีใครให้แลกเหรียน ต้องใช้เหรียนเยอะมาก 



 
บันทึกการเข้า

"CHIAB"
มนุษย์เราแต่ละคน  ต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนเลย  แล้ววันหนึ่งก็มาพบหน้ากัน  สมมุติเป็นพ่อ  เป็นแม่  เป็นเมีย  เป็นสามี  เป็นลูก  อยู่ร่วมกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน และแล้ววันหนึ่ง  ก็แยกย้ายด้วยการ  "ตายจาก"  กันไปสู่  ณ  ที่ซึ่งไม่มีใครได้ตามพบ  คืนสู่ความเป็นผู้ไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไปไหน  และคืนสู่ความเป็น  "คนแปลกหน้า"  ซึ่งกันและกันอนันกาลอีกครั้งหนึ่ง...และอีกครั้งหนึ่ง!?
ขอขอบคุณ คุณเปลว สีเงิน ที่ให้ข้อคิดดีๆ
b.chaiyasith
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน573
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2883


ไม้ดีไม่ลอยน้ำมาไกล


« ตอบ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2013, 08:55:09 AM »

กฏจราจร
         จราจรซาอุฯจะไม่ยอมรับใบขับขี่สากล (จราจรอ่านไม่ออก) ดังนั้นจำเป็นต้องเอาใบขับขี่
ของเราไปรับรองเอกสารที่สถานทูตไทย แล้วเอาไปเปลี่ยนเป็นของซาอุฯ ขอยืมมาจากgeniusbot.com
 
ออกเสียง (รกซ่า)
หากไม่มีใบอนุณาติ ต้องติดคุกก่อน๓-๗วัน ต้องรอให้Sponsor มารับตัวออก บางคน
ติดหลายวันเพราะsponsorหาตัวไม่เจอ ไฟเหลือง ห้ามฝ่าเด็ดขาด หากมีจราจรเห็น
จะถูกตามตัวทันที(ขัง๓วัน) ประเทศนี้ไม่เอาค่าปรับ มีเงินเยอะ ตำรวจส่วนใหญ่จะตัว
เล็กๆ แต่อำนาจล้นฟ้า ตำรวจเล็กจับจะไม่ยอมให้นายปล่อยง่ายๆ ขึ้นอยู่กับความพอใจ
ซะเป็นส่วนใหญ่ เคยเห็นตำรวจเล็กไม่ยอมลุกให้นายตำรวจนั่งเก้าอี้ นายตำรวจที่มาที
หลังต้องนั่งพื้นหรือยืน โรงพักจะไม่สนใจพูดคุยกับคนต่างชาติ ต้องเป็นคนของเขาเท่านั้น
หากขับรถชนคนตาย ต้องติดคุกจนเจ้าทุกข์พอใจ บริษัทต่างชาติใช้วิธีส่งคนงานออกนอก
ประเทศทันทีก่อนถูกจับ รถยนต์ที่มีอุบัติเหตุ ต้องได้รับอนุญาติให้ซ่อม จึงจะเคาะพ่นสีได้
 หากฝ่าฝืนปิดอู่ ถ้าโดนตำรวจยึดรถไปจอดโรงพัก ส่วนมากไม่ได้รถคืน (ตำรวจทำหาย)
หรือเอาไปจอดที่เก็บของเก่า การขโมยรถยนต์มีน้อยมากหรือไม่มี การโอนทะเบียนทำได้
ในพริบตา
Typical Istimara/Vehicle Registration Card for private cars ทะเบียน (ติมารา)เต้นท์ขาย จะมีเจ้าหน้าที่รับโอนทันที
ทั้งนี้ต้องมีใบขับขี่แสดงเท่านั้น การขับรถประเทศนี้เหมือนอเมริกา ขับด้านขวา พวงมาลัยอยู่ด้านซ้าย เวลากลับ
บ้านเราจะงง

หายากมากใบขับขี่ผู้หญิง ประเทศนี้ยังไม่อนุญาติให้ผู้หญิงขับรถยนต์ ในปี1980
นี่เป็นเจ้าหน้าที่อเมริกัน อเมริกันมีดเพาเว่อรมาก บีบบังคับ

ปี2011 ก็ยังไม่อนุญาติให้ผู้หญิงขับรถยนต์

  Four women are reported to have been arrested for driving in Jeddah, Saudi Arabia on Tuesday. It is not a crime for women to drive, but religious police enforce a tradition of women not being allowed to get behind the wheel. Women must wait to be escorted in cars by male relatives. Normally arrests are for a brief period of time, although campaigner Manal al-Sharif was detained for several days at the end of May. Dozens of women took to the road in Saudi Arabia in mid-June in protest at the tradition, and are now moving their focus to campaign for driving licenses.
นี่เป็นอีกภาพที่หาดูได้ยากมาก
บันทึกการเข้า

"CHIAB"
มนุษย์เราแต่ละคน  ต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนเลย  แล้ววันหนึ่งก็มาพบหน้ากัน  สมมุติเป็นพ่อ  เป็นแม่  เป็นเมีย  เป็นสามี  เป็นลูก  อยู่ร่วมกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน และแล้ววันหนึ่ง  ก็แยกย้ายด้วยการ  "ตายจาก"  กันไปสู่  ณ  ที่ซึ่งไม่มีใครได้ตามพบ  คืนสู่ความเป็นผู้ไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไปไหน  และคืนสู่ความเป็น  "คนแปลกหน้า"  ซึ่งกันและกันอนันกาลอีกครั้งหนึ่ง...และอีกครั้งหนึ่ง!?
ขอขอบคุณ คุณเปลว สีเงิน ที่ให้ข้อคิดดีๆ
b.chaiyasith
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน573
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2883


ไม้ดีไม่ลอยน้ำมาไกล


« ตอบ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2013, 08:00:15 AM »

เสียงเรียกสวดจะได้ยินทั่วไปไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน วันละ๕เวลา ใช้เวลาครั้งละประมาณ๑๕-๓๐นาที ก่อนเข้าสุเหร่า(Mosque)คนไทยออก
เสียงเป็น มัสยิด อาหรับออกเสียง "มอสจ์" กำลังซื้อของร้านจะปิด บางทีต้องออกจากร้านไปก่อน บางทีจ่ายเงินไปแล้วยังไม่ได้ของ
เขาจะพูดว่า "After Sara" ซาร่าคือไปทำละหมาด การเข้าสุเหร่าวันละห้าเวลาตั้งแต่เวลารุ่งอรุณ เที่ยง บ่าย พระอาทิตย์ตกดิน และกลางคืน
ชาวมุสลิมอาจจะทำการละหมาดได้เกือบทุกสถานที่ เช่น ในกลางทุ่ง สำนักงาน โรงงาน หรือในมหาวิทยาลัย ทำให้
ชาวมุสลิมเคร่งศาสนาไปโดยปริยาย ก่อนเข้าสุเหร่าทุกคนต้องชำระล้างมือ เท้า หน้า รูหู และส่วนล่างให้สอาด หากไม่มีน้ำให้ใช้อะไร
ที่เชดได้ทำความสอาด ร้านค้าในเมืองที่ผมเห็นทั่วไปจะไม่มีห้องน้ำ ทุกคนต้องไปใช้ที่สุเหร่า เป็นวิธีที่ทำให้คนต้องไปสุเหร่าเป็นประ
จำ(ไปพบพระเจ้า)Allarh(อัลล์เลาะฮ์) ดังนั้นทุกคนจึงกลายเป็นคนเคร่งศาสนา ผู้นำศาสนา(อิหม่าม)Mustawa มุสตาฟา จะเดินตรวจ
และตะโกนเสียงดังให้คนไป"ซาร่า" เสียงลำโพงฮอลล์จะดังลั่นว่า"อัลลล่าร์วาโหคะบัต"ๆๆๆๆ จนกว่าทุกคนจะเข้าสุเหร่าหมด สุเหร่า
มีติดๆกันมากยิ่งกว่าวัดไทยในเมือง ผมก็แค่ได้ไปยืนอยู่แถวหน้าสุเหร่า ทำละหมาดไม่เป็น

สุเหร่าฮารามที่นครเมกกะห์

ผู้แสวงบุญกำลังละหมาดอยู่ในสุเหร่า ฮาราม ในนครเมกกะห์ ภายในสุเหร่าแห่งนี้จะมีกาบา (สิ่งก่อสร้างสีดำในรูปภาพ) ซึ่งชาวมุสลิมจะหันหน้าเข้าหาขณะทำการละหมาด กาบาเป็นสถานที่สักการะซึ่งพระผู้เป็นเจ้าทรงบัญชาให้พระศาสดาอับบราฮัมและพระราชโอรสอิสมาเอล สร้างขึ้น

มัสยิด

ทำได้ทุกที่หันหน้าไปทางเมกกะห์

ทุกคนจะพร้อมเพียงกัน


ผู้เขียนมิได้เป็นมุสลิม เขียนตามความเข้าใจ ไม่มีเจตตนาดูหมิ่น หรือเหยียดหยาม ยินดีที่จะแก้ไขหรือลบออก ผิดถูกอย่างไรขออภัยไว้ณ.ที่นี้

อ้างจาก
http://www.islam-guide.com/th/ch3-16.htm
การละหมาด

ชาวมุสลิมจะทำพิธีละหมาดวันละห้าครั้ง ในการละหมาดแต่ละครั้งจะใช้เวลาไม่เกินครั้งละสองสามนาที การละหมาดในศาสนาอิสลามจะเป็นการติดต่อกันโดยตรงระหว่างผู้ละหมาดกับพระผู้เป็นเจ้า ไม่มีสื่อกลางระหว่างพระผู้เป็นเจ้ากับผู้ละหมาดแต่อย่างใด.

ในการทำละหมาด บุคคลผู้นั้นจะรู้สึกเกษมศาน สันติและสบายใจอยู่ภายใน และนั่นก็หมายความว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงยินดีกับเขาหรือเธอผู้นั้น พระศาสดามูหะหมัด  ทรงตรัสว่า {บิลาอัล เรียก (ผู้คน) มาทำละหมาด ให้พวกเรารู้สึกสบายจากการละหมาดนั้น.}2  บิลาอัล (Bilal) คือหนึ่งในพระสหายของพระมูหะหมัดซึ่งมีหน้าที่เรียกผู้คนมาทำละหมาด.

การทำละหมาดจะกระทำในเวลารุ่งอรุณ เที่ยง บ่าย พระอาทิตย์ตกดิน และกลางคืน ชาวมุสลิมอาจจะทำการละหมาดได้เกือบทุกสถานที่ เช่น ในกลางทุ่ง สำนักงาน โรงงาน หรือในมหาวิทยาลัย
บันทึกการเข้า

"CHIAB"
มนุษย์เราแต่ละคน  ต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนเลย  แล้ววันหนึ่งก็มาพบหน้ากัน  สมมุติเป็นพ่อ  เป็นแม่  เป็นเมีย  เป็นสามี  เป็นลูก  อยู่ร่วมกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน และแล้ววันหนึ่ง  ก็แยกย้ายด้วยการ  "ตายจาก"  กันไปสู่  ณ  ที่ซึ่งไม่มีใครได้ตามพบ  คืนสู่ความเป็นผู้ไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไปไหน  และคืนสู่ความเป็น  "คนแปลกหน้า"  ซึ่งกันและกันอนันกาลอีกครั้งหนึ่ง...และอีกครั้งหนึ่ง!?
ขอขอบคุณ คุณเปลว สีเงิน ที่ให้ข้อคิดดีๆ
b.chaiyasith
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน573
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2883


ไม้ดีไม่ลอยน้ำมาไกล


« ตอบ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2013, 08:17:08 PM »

ยังคงทำงานที่Dammamต่อไป

อีกมุมเมือง

ค่ำคืน


เดือนที๘ได้ย้ายมาทำงานที่ตึนี้ Hirab Project


มองจากHirabไปดัมมั่ม


ออฟฟิสฝ่ายก่อสร้างเรียงรายอยู่ด้านหน้า
สำเร็จ

กลับจากหมู่บ้านOgem BV ก็มาทำงานต่อที่ตึกนี้และครับ
อาคารนี้มี8ชุด ชุดละ4ตึก รวมเป็น32ตึก สูง17ชั้น ใช้เวลาก่อสร้างประมาฌ3ปี งานก่อสร้างเป็นแบบพรีแฟบ ขุดหลุมเทคานคอดินเสร็จ ยกแผ่นสำเร็จที่ขนใส่เรือประมาณ
มาจากเยอร์ม้น เป็นการขนส่งตึกจากประเทศเยอร์มันมาไว้ที่ซาอุฯ ตอนนั้นน้ำมันแพงซาอุฯกำลังรวยมาก

มองจากตัวตึกลงล่าง


มีคนงานรวมกันประมาณ400คน เกาหลีประมาฌ300คน นอกนั้นฮอลแลนด์ คนไทยมีแค่2คนคือผมกับเพื่อนชื่อประสิทธิ(รท.ประสิทธิ์)
บันทึกการเข้า

"CHIAB"
มนุษย์เราแต่ละคน  ต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนเลย  แล้ววันหนึ่งก็มาพบหน้ากัน  สมมุติเป็นพ่อ  เป็นแม่  เป็นเมีย  เป็นสามี  เป็นลูก  อยู่ร่วมกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน และแล้ววันหนึ่ง  ก็แยกย้ายด้วยการ  "ตายจาก"  กันไปสู่  ณ  ที่ซึ่งไม่มีใครได้ตามพบ  คืนสู่ความเป็นผู้ไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไปไหน  และคืนสู่ความเป็น  "คนแปลกหน้า"  ซึ่งกันและกันอนันกาลอีกครั้งหนึ่ง...และอีกครั้งหนึ่ง!?
ขอขอบคุณ คุณเปลว สีเงิน ที่ให้ข้อคิดดีๆ
b.chaiyasith
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน573
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2883


ไม้ดีไม่ลอยน้ำมาไกล


« ตอบ #14 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2013, 09:03:15 PM »

มองจากดาดฟ้าเห็นประเทศบาร์หเรนอยู่เป็นทิวในทะเล


งานที่นี่ไม่ยากครับ เข้าสายไฟที่โผล่สายจากท่อสำเร็จกับสวิทและเต้าเสียบ งานเหมือนกันทุกห้อง บางวันก็
ตรวจไฟตามบันไดให้คนทำงานกลางคืน ประสิทธิ์ ชอบขอทำOT วันละ2ชม. ทำให้ผมต้องเลิกงาน 2ทุ่มม
ตอนแรกๆผมไม่ชอบเลย มันดึกเกินไป กว่าจะได้อาบน้ำเสร็จปาเข้าไป4-5ทุ่มทุกวัน แต่พอได้รับเงินเดือน
ก็หายโกรธ ฝรั่งฮอลแลนด์ชื่อ Gorge ใจดีให้รถใช้กลับบ้านตอนกลางคืน
รถจีเอ็ม ซูเบอร์แบนค้นงาม

ยกขึ้นทีละแผ่นครับ

 เครดิตภาพpetervandegroep
หน้าตาเหมือนGorge
 
บ้านพักคนงานอยู่ด้านหน้า

ผมได้ย้ายที่นอนไปอยู่อาคารใหม่ เรียกว่าวิกสังกาสี อาคารหลังนี้เป็นรั้วส้งกระสี อยู่ห่างจากตึกนรกสีชมพู
ไม่ไกลนัก แต่ลดความแออัดลง คนที่นอนอยู่ชั้นบนเตึยงผมเป็นนักข่าวจาก นสพ.ฉบับหนึ่ง ก่อนนอนพี่เขา
จะชวนกินขนมปังใส่ชีสแข็งทุกวัน แกทำเสร็จก็ส่งลงมาใต้เตียง ผมคงเริ่มอ้วนตั้งแต่ตอนนั้นและครับ คนงาน
ที่วิกสังกระสีจะเดินไปกินข้าวและเล่นไฮ-โลว์ที่ตึกสีชมพู อยู่นานเข้าเริมมีเงินซื้อเครื่องเสียงไว้ฟัง บางคนซื้อ
เครื่องเสียงขนาดใหญ่เตรียมกลับบ้าน แล้วผมก็ได้พบกับทีมงานที่มาพร้อมกัน

 เมื่อพวกเขาทนไม่ไหว ทุกคนบอกผมเป็นนกรู้ นายจ้างไม่จ่ายเงินทิ้งให้อยู่แบบอดอยาก
 พวกเขาจึงแจ้งให้บริษัทไปรับกลับ บริษัทฯนี้อันที่จริงไม่มีProjectอะไรเป็นของตัวเอง
ทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาคนงานให้บริษัทแขกทั้วไป เป็นตัวแทนที่ซาอุฯ

เมื่อคนงานหรือนายจ้างแขกมีปัญหา ทางบริษัทฯจะไปเจรจาและรับคนกลับ แล้วนำคนงานไปเที่ยว
รับจ้างต่อ ฝรั่งเรียกว่าModern Slave การค้าทาสสมัยใหม่ งานแบบนีคนอังกฤษถนัดนัก Jim Walley
เป็นอีกคนที่ถนัด บริษัทฯพวกนี้มีสัญญากับทางผู้จัดหางานไทย ให้คัดคนไทยไว้รอ ใครมีเงินค่าหัวก็ได้
ไปก่อน มีฝีมือหรือไม่ตัวแทนไทยไม่ถือเป็นเรื่องสำคัญ นี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่คนงานไทยถูกลดเงินเดือน

จนต้องหนีไปพึ่งทูตแรงงานจนเต็มสถานทูต ไม่มีที่จะนอน คนงานส่วนใหญ่ที่หนีจะไม่มีหนังสือเดิน
ทางติดตัว นายจ้างซาอุฯต้องเก็บหนังสือเดินทางของลูกจ้างไว้ตามกฏหมาย และทางแรงงานจะออก
หนังสือให้เรียกว่า "อิกาม่า"ใบอนุญาติทำงาน ทุกคนต้องมีใบนี้ติดตัว หากไม่มีห้ามรับจ้างทำงาน
ใครที่จ้างจะถูกจับปรับ เหมือนบ้านเราที่รับคนงานต่างชาติโดยไม่ได้ขออนุญาติ ไม่มีใบเวอร์ค
เพอร์มิท(Work Permit)

 
บันทึกการเข้า

"CHIAB"
มนุษย์เราแต่ละคน  ต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนเลย  แล้ววันหนึ่งก็มาพบหน้ากัน  สมมุติเป็นพ่อ  เป็นแม่  เป็นเมีย  เป็นสามี  เป็นลูก  อยู่ร่วมกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน และแล้ววันหนึ่ง  ก็แยกย้ายด้วยการ  "ตายจาก"  กันไปสู่  ณ  ที่ซึ่งไม่มีใครได้ตามพบ  คืนสู่ความเป็นผู้ไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไปไหน  และคืนสู่ความเป็น  "คนแปลกหน้า"  ซึ่งกันและกันอนันกาลอีกครั้งหนึ่ง...และอีกครั้งหนึ่ง!?
ขอขอบคุณ คุณเปลว สีเงิน ที่ให้ข้อคิดดีๆ
b.chaiyasith
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน573
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2883


ไม้ดีไม่ลอยน้ำมาไกล


« ตอบ #15 เมื่อ: มีนาคม 16, 2013, 09:48:19 AM »

 HAPPY2!!เครื่องคอมพ์ผมขลุกขลัก ขออภัยที่หายไป ยังไม่จบง่ายๆ ติดตามต่อไปจะเข้าใจเรื่องความเป็นอยู่
ของคนตะวันออกกลาง แล้วผมจะเล่าต่อนะครับ ping!
บันทึกการเข้า

"CHIAB"
มนุษย์เราแต่ละคน  ต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนเลย  แล้ววันหนึ่งก็มาพบหน้ากัน  สมมุติเป็นพ่อ  เป็นแม่  เป็นเมีย  เป็นสามี  เป็นลูก  อยู่ร่วมกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน และแล้ววันหนึ่ง  ก็แยกย้ายด้วยการ  "ตายจาก"  กันไปสู่  ณ  ที่ซึ่งไม่มีใครได้ตามพบ  คืนสู่ความเป็นผู้ไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไปไหน  และคืนสู่ความเป็น  "คนแปลกหน้า"  ซึ่งกันและกันอนันกาลอีกครั้งหนึ่ง...และอีกครั้งหนึ่ง!?
ขอขอบคุณ คุณเปลว สีเงิน ที่ให้ข้อคิดดีๆ
หลอดไฟ
สนับสนุนLSV+
member
***

คะแนน147
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1099


« ตอบ #16 เมื่อ: มีนาคม 16, 2013, 10:09:22 AM »

อ่านสนุก แถมได้ความรู้ มาปูเสื่อนอนรอครับ   THANK!!
บันทึกการเข้า

ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1511
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9821


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


« ตอบ #17 เมื่อ: มีนาคม 16, 2013, 01:50:58 PM »

รอรับความรู้อีกคนครับ

 wav!!
บันทึกการเข้า
b.chaiyasith
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน573
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2883


ไม้ดีไม่ลอยน้ำมาไกล


« ตอบ #18 เมื่อ: มีนาคม 17, 2013, 10:36:08 AM »

วันนี้ขอต่อเรื่องWork Permit หรือ อิกาม่า (ใบอนุญาติทำงาน) ประเทศนี้ไม่มีสำมะโนประชากร
จึงไม่มีจำนวนประชากรที่แน่นอน ใครเกิดใหม่ก็ไปแจ้งชื่อพ่อแม่ ได้รับใบแจ้ง เมื่อตั้งชื่อแล้ว
ก็นำไปแจ้งเพื่อรับเอกสารใบเกิด อายุถึงเกณก็เข้าโรงเรียน ไม่อยากเรียนก็ไม่ต้องเรียน จะออก
ไปนอกประเทศก็ทำหนังสือเดินทาง จำนวนผู้คนที่เข้าออกประเทศต้องได้รับอนุญาติเสียก่อน อยู่ๆ
จะเข้าหรือออกไม่ได้ ต้องทำเรื่องที่กองตรวจคนเข้าเมือง ขอออกหรือขอเข้า หากเป็นคนของ

เขาต้องแจ้งว่าไปประเทศไหน ไปทำอะไร อาจไม่อนุญาติ หากเป็นคนต่างชาติจะเข้า ต้องให้
คนของเขาเป็นผู้ขอและเมื่อเข้าได้แล้ว เวลาจะออกคนของเขาก็ต้องเป็นคนทำเรื่องขอออก จึงเป็น
ที่มาของใบอนุญาติทำงาน(Work Permit)คือขอคนเข้า ประเทศนี้ไม่ออกวีซ่าเพื่อมาเที่ยว ดังนั้น
วีซ่าออกเพื่อทำงาน ธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญ ฯลฯ จำแนกอาชีพ ระบุในคำขอ ในขณะนั้นผู้เขียน
ไปประเทศนี้ มีคนต่างชาติเข้าไปทำงานประมาณ32ชาติ คนไทยประมาณ7แสนคน คนเอเซียที่
มากที่สุดคือฟิลลิปินส์ เกินล้าน ฟิลลิปินส์สามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้   
บันทึกการเข้า

"CHIAB"
มนุษย์เราแต่ละคน  ต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนเลย  แล้ววันหนึ่งก็มาพบหน้ากัน  สมมุติเป็นพ่อ  เป็นแม่  เป็นเมีย  เป็นสามี  เป็นลูก  อยู่ร่วมกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน และแล้ววันหนึ่ง  ก็แยกย้ายด้วยการ  "ตายจาก"  กันไปสู่  ณ  ที่ซึ่งไม่มีใครได้ตามพบ  คืนสู่ความเป็นผู้ไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไปไหน  และคืนสู่ความเป็น  "คนแปลกหน้า"  ซึ่งกันและกันอนันกาลอีกครั้งหนึ่ง...และอีกครั้งหนึ่ง!?
ขอขอบคุณ คุณเปลว สีเงิน ที่ให้ข้อคิดดีๆ
หน้า: [1] 2 3 4 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media

lsv2555Leksound&Vision Webboard

Valid CSS!