'ปิดคลองจับปลา-กินปู'
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ตุลาคม 01, 2014, 07:12:46 pm

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
396242 กระทู้ ใน 78917 หัวข้อ โดย 171719 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: AdrianDig
* หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
LSVคลังสมองออนไลน์ "ปีที่12"  |  นานาสาระ  |  ส่องกล้อง -ท่องเที่ยว  |  หัวข้อ: 'ปิดคลองจับปลา-กินปู'
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: 'ปิดคลองจับปลา-กินปู'  (อ่าน 1953 ครั้ง)
b.chaiyasith
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน 571
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 2880


ไม้ดีไม่ลอยน้ำมาไกล


« เมื่อ: เมษายน 09, 2011, 09:46:19 am »

ดักปู

ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เมืองตราด

สำหรับผู้ที่นิยมชมชอบบริโภคปู ไม่ว่าจะเป็น ปูม้า ปูแสม หรือปูทะเล ท่านทราบหรือไม่ว่าแหล่งผลิตปูทะเลแหล่งสำคัญที่ส่งปูทะเลที่มีคุณภาพไปยังตลาดผู้บริโภคต่าง ๆ ทั่วประเทศในบ้านเรา แม้แต่ภัตตาคารดัง ๆ ในย่านถนนสีลม รวมทั้งปูเกรดเอ ที่ส่งไปยังต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไต้หวัน จีน หรือฮ่องกง สถานที่แห่งนั้นอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง ขับรถไม่เกิน 3 ชั่วโมง เท่านั้นเอง (ผู้เขียนไม่สั่งปูเป็นกินส่งสารมันเลือกที่ต้มสุกแล้วคงพอทำใจได้)
   
ตำบลหนองโสน อำเภอเมือง จังหวัดตราด เป็นทั้งพื้นที่ราบเชิงเนิน บางส่วนที่เป็นที่ราบลุ่ม ป่าชายเลน บางส่วนติดทะเล จากสภาพพื้นที่หลากหลายเช่นนี้ ทำให้ประชากรในพื้นที่ประกอบอาชีพหลากหลายเช่นกัน มีทั้งทำนา ทำไร่ ทำสวนผลไม้ สวนยางพารา เลี้ยงสัตว์ และทำการประมง แต่อาชีพที่สามารถสร้างรายได้ทำให้ครอบครัวมีความสุขก็คือ อาชีพดักปูขาย หรือที่เรียกว่า การทำประมงปู
   
ชาวประมงหาปู จะใช้ลอบดักปูเป็น กล่องสี่เหลี่ยมทำจากเหล็กดัด มีประตูปิด-เปิดทำทางเข้าออกเพียงทางเดียว ขึงด้วยตาข่ายอวนตาถี่ประมาณ 2 ซม. แล้วใช้ปลาปูตัวเล็ก ๆ มัดเป็นก้อนใส่ไว้ในลอบดัก จากนั้นนำลอบดักปูไปวางไว้ในป่าชายเลนที่ชุกชุมไปด้วยปูในตอนเย็น แล้วกลับมาเก็บตอนเช้า ซึ่งจากสภาพที่ชุกชุมมากของปู ทุกเช้าชาวประมงจะได้ปูกลับมาทุกวันโดยขนาดจะแตกต่างกันไป จากนั้นจะจับปูมามัดด้วยเชือกฟาง หรือเชือกกก แล้วนำมาขายที่ตลาดสดเทศบาล แต่ชาวประมงส่วนใหญ่จะนำปูมาขายที่ ธาราแพปู ซึ่งเป็นแหล่งรับซื้อปูประจำท้องถิ่น เปิดรับซื้อปูจากชาวประมงมาเกือบ 20 ปีแล้ว
   
แพปูแห่งนี้จะแยกขนาดปู แล้วส่งไปขายยังตลาดต่าง ๆ ในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นตลาดปูที่มหาชัย หรือตามภัตตาคาร ร้านอาหารทะเลชื่อดังต่าง ๆ ในขณะที่ปูขนาดใหญ่จะถูกส่งไปขายยังตลาดต่างประเทศ ทั้งไต้หวัน จีน และฮ่องกง ชาวบ้านที่หาปูเป็นอาชีพ บอกว่า ปูมีให้จับได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูฝนจะมีชุกชุมมาก แต่ในหน้าแล้งปูจะหายากหน่อย แต่ราคาก็ดีกว่าเช่นกัน
   
จากความชุกชุมของปู ชาวบ้านที่หนองโสนสามารถยึดเป็นอาชีพได้อย่างสบาย เฉลี่ยมีรายได้ประมาณ 5,000-6,000 บาทต่อครอบครัว โดยปูแต่ละขนาดจะขายได้ราคาแตกต่างกันไป ตั้งแต่กิโลกรัมละ 80-100-120-160-180 บาท แต่ถ้าได้ขนาดตัวละ 7 ขีด จะได้ราคาถึงกิโลกรัมละ 300 บาทเลยทีเดียว
   
อย่างไรก็ตาม ทรัพยากรจากทะเลเหล่านี้ หากใช้กันอย่างไม่ทะนุถนอมย่อมหมดไปในเวลาอันรวดเร็ว ทำอย่างไรจึงจะเก็บรักษาสภาพนี้เอาไว้ให้ได้นานที่สุด ชาวบ้านจะต้องร่วมมือกันทุกคน   และเป็นเรื่องที่ผู้นำท้องถิ่นจะต้องคิด และชาวบ้านทุกคนจะต้องช่วยกันปฏิบัติให้ได้อย่างเคร่งครัด กฎกติกามารยาทของชุมชน จึงเกิดขึ้น กล่าวคือ
   
ป่าชายเลนอันเป็นต้นกำเนิดของสัตว์น้ำทั้งหลายโดยเฉพาะปูนั้น ใครจะเข้าไปตัด หรือทำลายต้นโกงกาง หรือใช้พื้นที่ทำกิจกรรมอื่น ๆ โดยเฉพาะบ่อเลี้ยงกุ้งไม่ได้โดยเด็ดขาด เนื่องจากชาวบ้านเคยมีบทเรียนจากการใช้พื้นที่ทำบ่อเลี้ยงกุ้งมาแล้ว คนเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ แต่คนส่วนใหญ่กลับต้องยากจนลงจนแทบจะอดตาย ชาวบ้านจึงรวมตัวกันตั้งกลุ่มอนุรักษ์ ภายใต้การดูแลของ อบต.หนองโสน เช่น
     
การคราดจับหอยลาย อนุญาตให้จับได้เพียง 3 วัน และต้องพัก 4 วัน และทาง อบต.ได้ขอร้องให้งดจับปูขนาดเล็ก ลอบดักปูจะใช้ตาข่ายตาถี่เล็กไม่ได้ ให้จับได้เฉพาะปูตัวที่ได้ขนาดเท่านั้น เพื่อรอให้ปูได้เติบโตจนได้ขนาดเสียก่อน อบต.จะให้ชาวบ้านเข้าไปตัดแต่งกิ่งก้านต้นโกงกางได้ตามที่กำหนด และให้นำกิ่งก้านโกงกางที่ตัดแต่งไปเผาทำถ่านคุณภาพดีได้ รวมทั้ง อบต.ได้ชักนำกลุ่มต่าง ๆ เข้ามาร่วมปลูกป่าชายเลนอย่างต่อเนื่อง ทำให้สภาพพื้นที่กว่า 580 ไร่ของตำบลหนองโสน อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าโกงกางและสิ่งที่ตามมาก็คือ สัตว์น้ำที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะปูและปลา
     
นายศักดา อรรถศิริ นายก อบต.หนองโสน กล่าวว่า เนื่องจากตำบลหนองโสนมีทรัพยากรที่หลากหลายเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของอาหารการกิน ทิวทัศน์ที่มีพื้นที่ติดกับทะเล ติดป่าเขา มีนาข้าว และมีสวนผลไม้ จึงสามารถที่จะนำมาทำเป็นการเที่ยวเชิงนิเวศได้ทุกฤดูกาล โดยในพื้นที่บ้านปากคลอง หมู่ที่ 3 ตำบลหนองโสน มีชาวบ้านกว่า 40 ครอบครัว ที่ประกอบอาชีพทำประมง อบต.หนองโสน สามารถส่งเสริมในเรื่องการตลาด และพัฒนาไปสู่การท่องเที่ยว โดย อบต.ได้ดำเนินงานและเก็บข้อมูลไว้เพื่อพัฒนาให้ประสบความสำเร็จ และนำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในตำบลหนองโสนต่อไป
   
นายศักดา กล่าวว่า ในช่วงเดือนเมษายนนี้ ทางเทศบาลได้จัดกิจกรรม “ปิดคลองจับปลา” เนื่องจากในพื้นที่ป่าโกงกางมีคลองซอยย่อย ๆ มากมาย และในช่วงหน้าแล้งนี้ เวลาน้ำลงน้ำทะเลจะลดระดับลงจนคลองแห้ง เราก็ปิดหัวปิดท้ายคลองไว้ พอน้ำแห้งก็ลงไปไล่จับปลากันอย่างสนุกสนาน ในช่วงนี้เป็นช่วงที่เด็กนักเรียนปิดเทอม พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถพาบุตรหลานมาเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่หนองโสนได้หลายกิจกรรม ทาง อบต.จึงคิดจัดกิจกรรมปิดคลองจับปลาขึ้น ในช่วงที่น้ำทะเลลดลงจนแห้ง เด็ก ๆ จะตื่นเต้นมากกับปลาน้อยใหญ่นานาชนิดที่ตกค้างอยู่ในคลอง บุตรหลานของท่านสามารถลงไปช่วยกันจับปลาได้อย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน ส่วนปลาที่ได้ จะนำมาปรุงเป็นอาหารก็จะเกิดความภาคภูมิใจว่าเป็นปลาที่เขาจับมาได้ หรือหากเห็นว่าตัวเล็กเกินไป จะนำไปปล่อยคืนสู่ทะเลก็จะเป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่นต่อไป
   
นายก อบต. กล่าวต่อว่า ในตอนค่ำเรายังสามารถ พายเรือออกไปเที่ยวดูหิ่งห้อยตามคลองเล็กคลองน้อย ได้อย่างเพลิดเพลินอีกกิจกรรมหนึ่ง เนื่องจากในพื้นที่มีต้นลำพูขึ้นปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก ตกค่ำจึงมีหิ่งห้อยบินมาอวดโฉมมากมาย ไม่แพ้ที่คลองอัมพวา บุตรหลานของท่านสามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติได้อย่างดื่มด่ำ ส่วนสถานที่พักเราก็ได้จัดที่พักแบบโฮมสเตย์ที่บ้านของชาวบ้านหนองโสนทุกครัวเรือน พร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยความเต็มใจ ซึ่งเรื่องอาหารการกินคงไม่ต้องพูดถึงว่า เมนูแต่ละอย่างล้วนแล้วแต่เป็นอาหารทะเล โดยเฉพาะผู้ที่นิยมชมชอบปูทะเล รับรองว่าถ้าได้มาเที่ยวที่หนองโสนสักครั้งจะติดใจจนลืมไม่ลง ท่านที่สนใจจะไปเที่ยว สามารถติดต่อมาได้ที่ทำการ อบต.หนองโสน หรือติดต่อที่ นายศักดา อรรถศิริ นายก อบต.หนองโสน โดยตรงได้เลย.

@@@@

รู้ไว้ก่อนไปเที่ยว

การเดินทางไปท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ บ้านปากคลอง ต.หนองโสน อ.เมือง จ.ตราด ใช้เส้นทางสายมอเตอร์เวย์ จากกรุงเทพฯ ไปยัง จ.ตราด ระยะทาง 350 กม. เมื่อถึง จ.ตราด ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทาง สายตราด-แหลมงอบ ระยะทาง 7 กม. จะเห็นป้ายทางซ้ายมือ “ป่าชายเลนบ้านปากคลอง” เลี้ยวซ้ายไปตามทางอีก  2 กม. จะถึงโรงเรียนบ้านปากคลอง จะเห็นป้าย “ธารารับซื้อปู” เลี้ยวไปทางขวามือประมาณ 200 เมตร จะถึงจุดหมายปลายทาง
   
ที่นี่สามารถติดต่อหาเรือเพื่อออกไปเที่ยวชมธรรมชาติป่าชายเลน หากจะพักค้างคืนก็มีโฮมสเตย์ 5-6 หลังให้ใช้บริการในราคาไม่แพง ที่นี่สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 2 คันรถตู้ แต่หากมากันเป็นจำนวนมาก คงต้องพักที่โซนด้านบน เป็นสวนผลไม้ สามารถพักได้มากกว่า แต่เพื่อประกันความผิดหวัง กรุณาติดต่อล่วงหน้าที่ อบต.หนองโสน โทร.0-3952-3056 หรือที่ นายก อบต.หนองโสน โดยตรงที่ โทร. 08-1653-8126
[/color]

ที่มา
http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=486&contentId=131687
บันทึกการเข้า

"CHIAB"
มนุษย์เราแต่ละคน  ต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนเลย  แล้ววันหนึ่งก็มาพบหน้ากัน  สมมุติเป็นพ่อ  เป็นแม่  เป็นเมีย  เป็นสามี  เป็นลูก  อยู่ร่วมกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน และแล้ววันหนึ่ง  ก็แยกย้ายด้วยการ  "ตายจาก"  กันไปสู่  ณ  ที่ซึ่งไม่มีใครได้ตามพบ  คืนสู่ความเป็นผู้ไม่รู้ว่ามาจากไหน  ไปไหน  และคืนสู่ความเป็น  "คนแปลกหน้า"  ซึ่งกันและกันอนันกาลอีกครั้งหนึ่ง...และอีกครั้งหนึ่ง!?
ขอขอบคุณ คุณเปลว สีเงิน ที่ให้ข้อคิดดีๆ

หน้า: [1] พิมพ์ 
LSVคลังสมองออนไลน์ "ปีที่12"  |  นานาสาระ  |  ส่องกล้อง -ท่องเที่ยว  |  หัวข้อ: 'ปิดคลองจับปลา-กินปู'
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media Valid XHTML 1.0! Valid CSS!