Flag Counter
Custom Search
เปลี่ยน c capasister ที่ชุด เร็ทติฟาย
LSVคลังสมองออนไลน์ "ปีที่14"
เมษายน 24, 2017, 10:04:37 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เปลี่ยน c capasister ที่ชุด เร็ทติฟาย  (อ่าน 28896 ครั้ง)
saichol
member
*

คะแนน3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 192



อีเมล์
« เมื่อ: มกราคม 29, 2007, 02:48:56 PM »

มันมีผลกับเสียงไหมครับ ผมใช้อยู่ 4700/50v 2ตัว แต่ถ้าผมเปลี่ยนไปเป็น 8000/50 v 2ตัว ผลออกมาจะเป็นอย่างไรครับช่วยวิเคราะห์ให้ทีครับ ไฟ 35-0-35
 


บันทึกการเข้า

ทางทุกย่าน...หย่อมหญ้า...ที่ย่างเหยียบ
ใช่ปูพรม...ราบเรียบ....ให้เหยียบย่ำ
ล้วนหินคม...หนามแข็ง...คอยแทงตำ
ทั้งผงฝุ่น...หมุนคล้ำ...กระหน่ำวน

noi3535-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน564
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1705


noicharoensound@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 29, 2007, 03:00:57 PM »

         เสียงดีขึ้นแน่นอนครับ ไม่ต้องเอาตัวเก่าออกก็ได้ครับ ขนานไปได้เลย ทำให้ไฟเรียบขึ้น วงจรก็จะมีเสถียรภาพมากขึ้นครับ  Tongue
บันทึกการเข้า

884-200-9496      ชื่อบัญชี นายนพดล  รอดภัย
      ไทย พาณิชย์ สาขาย่อยบิ๊กซีเพชรบุรี       ออมทรัพย์
   086-3119516 -ทรูมูฟ  088-2356231-ดีแทค
   083-5565916-ดีแทค
sutit patsing
VT
member
*

คะแนน19
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 369


อยู่อย่างต่ำแต่ทำประโยชย์อย่างสูง

sutitpa@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 29, 2007, 03:51:38 PM »

         เสียงดีขึ้นแน่นอนครับ ไม่ต้องเอาตัวเก่าออกก็ได้ครับ ขนานไปได้เลย ทำให้ไฟเรียบขึ้น วงจรก็จะมีเสถียรภาพมากขึ้นครับ  Tongue

ใช่ครับเวลาเปิดเบสหนักๆก็ช่วยได้เยอะครับแรงดันที่เลี้ยงภาคขยายเสียงก็จะไม่ค่อยกระเพื่อมมากครับ..แต่ก็มีปัจจัยหลายๆตัวครับที่เกี่ยวข้องกับการมีเสถียรภาพของวงจร..เช่น ขนาดของหม้อแปลง(A)ยิ่งโตก็ยิ่งดีครับหมายถึงAmpเพิ่มขึ้นน่ะครับ...ขนาดของแรงดันที่เลี้ยงวงจร(น้อยหรือมากเกินไป)...ถ้าน้อยไปวงจรขยายเสียงก็ทำงานไม่เต็มที่..ถ้ามากไปก็ร้อนเกิน...ดังนั้นจึงต้องดูปัจจัยดังกล่าวนี้ประกอบไปด้วยครับ...
บันทึกการเข้า
BenQ
member
*

คะแนน211
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4790


อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 29, 2007, 07:00:24 PM »

อ้างถึง
เสียงดีขึ้นแน่นอนครับ ไม่ต้องเอาตัวเก่าออกก็ได้ครับ ขนานไปได้เลย ทำให้ไฟเรียบขึ้น วงจรก็จะมีเสถียรภาพมากขึ้นครับ

ขนานเข้าไปเลยครับ 4700uF 50V
บันทึกการเข้า

ถาวร-LSVteam
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน955
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7991



อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 29, 2007, 08:35:51 PM »

ข้อเสียไดโอดเร็กติฟายจะพังไว
บันทึกการเข้า

ยังสร้างความฉิบหายให้ประเทศไทยไมพอกันอีกหรือ 
 ผู้ใดคิดร้ายให้ร้ายพระองค์ มันจงพินาจฉิบหายในเวลาอันใกล้
BenQ
member
*

คะแนน211
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4790


อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 29, 2007, 08:39:08 PM »

อ้างถึง
ข้อเสียไดโอดเร็กติฟายจะพังไว

ต้องเปลี่ยนบริดจ์เร็กติไฟร์ด้วยครับ ให้ทนกระแสและแรงดันได้สูงขึ้นครับ

50A 1,350V ครับ  คร่อม C 0.01uF 630V  ที่ขา AC ทั้ง 2 ของบริดจ์เร็กติไฟร์ด้วยครับ
ก็จะช่วยได้ดีอีกระดับหนึ่งครับ............................ Tongue
บันทึกการเข้า

saichol
member
*

คะแนน3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 192



อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 30, 2007, 09:05:49 AM »

ขอบคุณทุกๆท่านครับ
บันทึกการเข้า

ทางทุกย่าน...หย่อมหญ้า...ที่ย่างเหยียบ
ใช่ปูพรม...ราบเรียบ....ให้เหยียบย่ำ
ล้วนหินคม...หนามแข็ง...คอยแทงตำ
ทั้งผงฝุ่น...หมุนคล้ำ...กระหน่ำวน
WatHF100♥
ซุปเปอร์ วีไอพี
member
*

คะแนน54
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 305


อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 30, 2007, 08:27:42 PM »

ไม่ทราบว่า เป็นแอ็มป์ฟังในบ้านหรือแอ็มป์พีเอครับผม

มีผลต่อเสียงแน่นอนครับ

ค่ามากความจุมาก  กระแสกระชากขณะเริ่มชาร์จสูง(ไดโอดต้องจ่ายกระแสได้มากพอ)

ถ้าเป็นแอ็มป์บ้านแล้วอยากทำให้เสียง"เปลี่ยนไปจากเดิม" (ชอบหรือไม่แล้วแต่บุคคลหละครับ)

๑)หม้อแปลงจ่ายกระแสได้มาก(ลวดขาออกเส้นใหญ่) เสียงดีกว่า
๒)ไดโอดลองใช้แบบอัลตร้าฟาสท์ หรือชอร์ทกี้ เอากระแสสูงๆ ลงไปแทน ...เสียงเปลี่ยนไปแน่นอนครับ แรง รวดเร้ว แน่น แถมได้ความพริ้ว+กระจ่าง
๓)ซีฟิลเตอร์ ค่านั้น สำคัญไฉน.....คุณสมบัติโครงสร้างและวัถุประสงค์การออกแบบมามีผลมากกว่าค่าความจุ
ลองใช้แบบโลว์อิมพีแด้นซ์ดูนะครับ (เปิดดาต้าชีทดูนะครับแต่ละยี่ห้อก็ไม่เหมือนกัน) ถ้าหาลำบากก็ลองพวกที่บอกอุณหภูมิว่าทนอุณหภูมิได้ถึง 105 C
จะได้ความเร็ว แรง โปร่ง กระจ่าง เข้ามาเสริม
ขอให้เป็นซีของแท้ตรงตามยี่ห้อและรุ่น(ไม่ใช่ซีถูกสวมปลอก สวมเปลือก)
ถ้าซีรุ่นเดียวกันยี่ห้อเดียวกัน ความจุไม่ค่อยเกี่ยวกับการจ่ายกระแสริปเปิ้ล แต่อัตรากระแสริปเปิ้ลจะขึ้นอยู่กับไซส์ของภาชนะตัวถังบรรจุ

๔)สามารถใช้ค่าความจุน้อยกว่าเดิมแต่ขนานกันหลายคู่แล้วได้ค่าความจุเท่าเดิมก็ทำได้
หรืออาจใช้ค่ามากตัวใหญ่ที่ต้นทาง  แล้วใช้ค่าน้อยกว่าแยกดีคัปปลิ้งให้ทรานซิสเตอร์ขาออกตัวต่อตัวก็ได้

๕)ถ้าหม้อแปลงใหญ่ๆ เผื่อมากๆ  ลองใช้ไดโอดและซีฟิลเตอร์แยกซ้ายขวาไปเลย จะได้ความชัดเจนของมิติเวทีเสียงอีกหน่อย

ที่ว่ามาทั้งหมดล้วนมีผลต่อเสียง  มากบ้าง  น้อยบ้าง ครับผม






บันทึกการเข้า
Hooto cha-am
ซุปเปอร์ วีไอพี
member
*

คะแนน182
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 675


mangruk2010@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2007, 12:50:58 PM »

ต้องดูองค์ประกอบหลายๆอย่าง           แต่ถ้าสาเหตุที่เสียงไม่ดีเพราะ c filter ไม่พอ  คงไม่ใช่นะครับแต่เปลี่ยนก็จะได้เสียงที่เท่าเดิมแต่เปิดได้แรงขึ้นเท่านั้น      แต่ c filter ไม่ได้ทำให้เสียงดีขึ้นนะครับ  c filter ช่วยให้ไฟไม่ตกเพียงพอกับการใช้งานเท่านั้น      ........ทำให้รักษาคุณภาพเสียงเดิมแต่เร่งเสียงได้มากขึ้นครับ

                           เดี๋ยวจะเข้าใจผิด    อยากได้เครื่องเสียง เสียงดีขึ้นให้เปลี่ยน c filter  """"โดยไม่ต้องไปหาสาเหตุเลย      มันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ Tongue Tongue Tongue
บันทึกการเข้า

ศูนย์บริการแต่งตั้ง   EVE  Haier   Toshiba
ใหม่อิเลคทรอนิค 388/46 ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี Fax032-472441  085-8473347   mangruk2010@hotmail.com
บริการรับ-ส่ง-ซ่อมด่วน LCD ทีวี ตู้เย็น ตู้แช่ เครื่องซักผ้า และเครื่องใช้อิเลคทุกชนิด ด้วยเครื่องมือมาตราฐาน
aonelec
member
*

คะแนน2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 59


รักที่จะเรียน_ต้องรักที่จะทำด้วย


อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2007, 08:53:07 PM »

ส่วนใหญ่ผมเล่นจะเป็น C 10000 ไมโครนะครับ ทั้ง PA และ Home Use เสียงดีสุด แต่ต้องเปลี่ยนบริดนะครับ เดี๋ยวเอาเบอร์บริดมาให้ครับ
บันทึกการเข้า
noi3535-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน564
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1705


noicharoensound@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2007, 08:57:04 PM »

ส่วนใหญ่ผมเล่นจะเป็น C 10000 ไมโครนะครับ ทั้ง PA และ Home Use เสียงดีสุด แต่ต้องเปลี่ยนบริดนะครับ เดี๋ยวเอาเบอร์บริดมาให้ครับ
        35 A 400Vก็พอครับ Tongue Tongue
บันทึกการเข้า

884-200-9496      ชื่อบัญชี นายนพดล  รอดภัย
      ไทย พาณิชย์ สาขาย่อยบิ๊กซีเพชรบุรี       ออมทรัพย์
   086-3119516 -ทรูมูฟ  088-2356231-ดีแทค
   083-5565916-ดีแทค
chowarin
วีไอพี
member
***

คะแนน22
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 200



« ตอบ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2007, 11:30:24 AM »

ต้องดูองค์ประกอบหลายๆอย่าง           แต่ถ้าสาเหตุที่เสียงไม่ดีเพราะ c filter ไม่พอ  คงไม่ใช่นะครับแต่เปลี่ยนก็จะได้เสียงที่เท่าเดิมแต่เปิดได้แรงขึ้นเท่านั้น      แต่ c filter ไม่ได้ทำให้เสียงดีขึ้นนะครับ  c filter ช่วยให้ไฟไม่ตกเพียงพอกับการใช้งานเท่านั้น      ........ทำให้รักษาคุณภาพเสียงเดิมแต่เร่งเสียงได้มากขึ้นครับ

                           เดี๋ยวจะเข้าใจผิด    อยากได้เครื่องเสียง เสียงดีขึ้นให้เปลี่ยน c filter  """"โดยไม่ต้องไปหาสาเหตุเลย      มันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ   

คุณๆ เคยลองเปลี่ยนซีกันรึเปล่าครับใช้ค่าเดียวกันหรือต่างกันนิดหน่อย แต่ต่างยี่ห้อ  ต่างชนิด เช่นอิเล็กตรอไล  กับแบบ เปเปอร์ออย รึยังครับ  อุปกรณ์แต่หละตัวแนวเสียงจะต่างกัน  ไม่อย่างงั้นไม่มีซี ยี่ต่างๆ รุ่นต่างๆออกมากันหลอกครับทั้งๆทีค่าความจุเท่ากัน  (เวลาลองเสียงควรลองเสียงแบบเฟรซนะครับ)  ลองดูที่ตัวถังด้วยนะครับซีดีๆเขาจะบอกด้วย ว่าออกแบบมาสำหรับอะไรงานอะไร  เช่น For Audio  , For Supply ,Low ESR  อะไรพวกนี้เป็นต้น  ซีคัปปี้ง อีกครับลองเปลี่ยนดูแล้วจะรู้ว่ามีความต่างกันทั้งที่ๆค่าความจุเท่ากัน  ลองดูนะครับแล้วจะรู้ว่ามีอะไรอีกเยอะที่เรายังไม่ Sad
บันทึกการเข้า

เป็นคนเช่นไรย่อมเห็นคนอื่นเป็นเช่นนั้น
WatHF100♥
ซุปเปอร์ วีไอพี
member
*

คะแนน54
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 305


อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2007, 11:59:53 AM »

ขออนุญาตเสริมพี่เชาวงรินทร์ด้วยอีกนิดนึงครับ

การเปลี่ยนซีนั้นทั้งนี้ วงจรแอ็มป์เดิมต้องมีคุณสมบัติดีพอ ( หมายถึงความเป็นมอนิเตอร์ขี้ฟ้อง)  ด้วยนะครับ
ประเภทแอ็มป์ชุด(ไม่ต้องคิด)คิท  ไม่แน่ใจเช่นกันครับ ซีดีๆจะให้ผลต่างชัดเจนแค่ไหน

(ทดลองง่ายมากๆ ชัดเจนก็คือวงจร ปรีหลอดครับ  ยิ่งขยายสเตจเดียวยิ่งชัดเจน  ทั้งซีจ่ายไฟและซีคัปปลิ้ง)


ซัคัปปลิ้ง
ลองดูระหว่าง
MKT สีขาวๆ  EVOX ฟ้า 
WIMAแดง   SCR ดำๆแบบหางหนูครับ  ว่าผลเป็นอย่างไร
ยิ่งถ้าเทียบกับแบบกระป๋องอลูมินัม  ยิ่งชัดเจนเรื่องความแตกต่างครับ
เทียบกับซีไมโครเวฟ  ซีมอเตอร์ (ออยล์) ดูก็จะทราบผลอีกแบบครับ


ซีแบบLow ESR  มันต้องดูโค้ดรหัสของผู้ผลิตแล้วก็ค้นหาดูจากดาต้าชีท  แล้วจะทราบว่ามันโลว์ขนาดไหน เหมาะสมกับการใช้งานในวงจรอะไร
สำหรับผมลองไปลองมา  For Audio  ไม่ใช้คำตอบสุดท้ายและไม่ใช่ตัวเลือกซะแล้วครับถ้าใช้ในภาคจ่ายไฟของแอ็มป์
ทั้งนี้ก็ต้องพิจารณาเลือกใช้ร่วมกับไดโอดด้วยครับ


แบบสี่เหลี่ยมโตๆ ที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กๆ ก็ดี(ทำงานได้)
แต่ชอบแบบอัลตร้าฟาสท์  ชอร์ทกี้  ตัวถังแบบทรานซิสเตอร์   มากกว่าครับ หากใช้กับซีแบบโลว์อิมพีแด้นซ์  กระแสริปเปิ้ลสูงๆ
เคยได้ยินจากเพื่อนที่อยู่ในวงการผลิตซี ว่าซีอิเล็กโตรไลติกแต่ละชนิด เคมี และองค์ประกอบภายในต่างกันออกไปครับ


หากมีโอกาสขออนุญาตชักชวนทุกท่านได้ลองดูครับผม





บันทึกการเข้า
chowarin
วีไอพี
member
***

คะแนน22
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 200



« ตอบ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2007, 01:27:36 PM »

ใช้ครับไม่ใช้เปลี่ยน ตะพึดตะพือ อย่างเดียวใครซื้อชุดคิด 300-400บาท คงไม่เปลี่ยนซีราคาตัวละ ห้าร้อยหกร้อยเล่นหลอกครับ ลำโพงเองก็สำคัญนะครับ แอมป์ดีๆ กับลำโพงขี้ฟ้อง บางที่เพลงที่เคยฟังว่าเพราะอาจจะทำให้เราไม่ชอบเพลงนั้นเลยก็ได้ (จับผิดได้เยอะขึ้น Grin Grin)  ขอบคุณพี่WatHF100ที่ช้วยให้ความรู้เรื่องซี ครับ ผมอยากจะขอความรู้กับพี่เรื่องการพันซีไม่ทราบว่าพี่มีข้อมูลรึเปล่าวครับ Cheesy
บันทึกการเข้า

เป็นคนเช่นไรย่อมเห็นคนอื่นเป็นเช่นนั้น
WatHF100♥
ซุปเปอร์ วีไอพี
member
*

คะแนน54
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 305


อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2007, 03:36:44 PM »

ข้อมูลพันซีผมไม่มีครับพี่   ไม่เคยลงมือทำด้วย (คงไม่คิดทำด้วยครับ)
เคยทราบแต่เพียงว่าพี่ที่อยู่เชียงรายเขาพันซีคัปปลิ้งเล่นอยู่ครับ

เรื่องซีคัปปลิ้ง  นอกจากเทคนิคการพัน แล้วน่าจะเป็นเรื่องวัสดุศาสตร์+ศิลปะการผสมผสาน
ถ้าออกแบบมาดีๆ การพันด้วยเครื่องจักรน่าจะแน่นอน+โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยน่าจะได้มาตรฐานกว่า
 ...แต่ก็นั่นแหละยังมีซีพันด้วยมือขายในเว็ปต่างประเทศเยอะแยะออก

เรื่องซีกระป๋องภาคจ่ายไฟ  ถ้าเรารู้ว่าเราต้องการเอามาใช้งานอะไร  ใช้อย่างไร  ก็จะสามารถหาของที่เหมาะสมกับการใช้งานได้
พอศึกษาลึกลงไปถึงเบื้องหลัง(ข้อมูลของผู้ผลิต)  ก็จะทราบถึง "ความต่างทางโครงสร้างและวัสดุ" 
เป็นตรรกะ  เป็นวิทยาศาสตร์แน่นอน   ไม่ใช่ไสยศาสตร์

แต่ก็นั่นแหละครับ  ถ้าเป็นสวิทชิ่งความถี่สูงๆ ต่างประเทศเขาก็มีแบบนอนไลติค(ดูเหมือนเป็นโพลีโพรไพรีน) ค่าไมโครไม่สูง แต่กระแสริปเปิ้ลที่ความถี่สูง ว่ากันเป็นหลักแอ็มป์แปร์ หรือเป็นสิบๆแอ็มป์เลยก็มีให้เลือกใช้
เพียงแต่ของที่สเป็คสูงที่ต้องการ  มันไม่ได้หาง่ายๆแบบวางตามร้านอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป  (หรือแม้แต่สรรพสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อย่างอมรฯ หรือเอ็นพีอี)

แต่สำหรับเครื่องพีเอ  หรือการใช้งานทั่วไปที่เน้นประหยัด
ขอให้เป็นของคุณภาพดี  ใช้งานได้ทนทานเป็นพอแล้วกระมังครับ
.... ไม่ลีก(ไม่รั่ว)   
....ไม่มีรอยบุบยุบจนน่าเกลียด (ถ้าโชคร้ายอาจทำให้ตัวนำภายในทะลุถึงกัน)

พูดถึงเครื่องเสียงที่ใช้ในการฟังดนตรีในบ้าน  แม้เป็นการฟังเพื่ออรรถรส เพื่อรีแล็กซ์ "ไม่ใช่การจับผิด" ก็จริง
แต่คนเรามักจะมีความอยากได้ใคร่มีของที่ดีกว่าเดิมเสมอ (กิเลสกระมัง)  มันจึงเริ่มค้นหาความแตกต่างของแผ่นและเลือกแผ่นไปด้วย

ตัวอย่างเช่น
ผมมีแผ่นซีดีของวง " ไม้เมือง "  สามอัลบั้ม
.......ชุดที่ ๑ และ ๒ ที่สังกัดแกรมมี่ เพลงเพราะดีใช้ได้เลยครับ
.......แต่พอได้ฟัง ชุดที่ก่อนเข้าสังกัดแกรมมี่ (ปกที่ผู้ชายใส่เสื้อสีแดง แต่ตัวธรรมดา บันทึกเสียงที่เชียงใหม่) แล้ว
ผมแทบไม่หยิบแผ่นแกรมมี่มาฟัง

ทั้งๆที่การเล่นการร้อง ของแกรมมี่ร้อยเรียงได้ดี ดนตรีแยะ
แต่ความน่าฟัง(เป็นเสียงอานาล็อกเปิดโปร่ง คล้ายฟังของจริงมากกว่า)  ชุดเก่ากินขาด


ทำไมเครื่องเสียงราคาหลักแสนหลักล้านถึงขายได้   ..........ถ้าต้นทุนและราคาขายไม่จำกัด  ของดีๆนั้นวิศวกรและทีมทดสอบ+เถ้าแก่ ก็จะยัดมาเต็มที่
ทำไมเครื่องหลักหมื่นบางเครื่องเสียงขึ้นไปทาบรัศมีเครื่องราคาแพงแบบหายใจรดต้นคอได้.....เพราะทีมงานเขาป็นงาน และรู้จักเลือกของ รู้จักออกแบบ
ทำไมชุดคิทในประเทศแถวนี้ ถึง(เกือบ)เป็นอมตะ (หมายถึง ตอนเริ่มต้นออกมาอย่างไร ก็ยังหากินกับของเก่าอย่างนั้น เปลี่ยนแปลงเพียงลายปริ้นท์ หรืออุปกรณ์ หรือเน้นใช้อาร์ ๑เปอร์เซ็นต์ ยี่ห้อนั้น ยี่ห้อนี้)........เพราะ.................Huh?Huh?Huh?Huh?Huh?Huh?Huh???

การลอกเลียนแบบ เป็นเรื่องปกติ (ถ้าลอกมาทั้งดุ้น หรือได้รับอนุญาต หรือเสียหังคิวลิขสิทธิ์ ก็มีการให้เครดิตของแหล่งที่มาถือเป็นมารยาทสากล)
แต่การลอกแนวคิด+ทดลองปรับปรุง  ฝรั่งเขาเรียกว่า เบ้นช์มาร์คกิ้ง"วัดรอยเท้าช้าง" จากผู้ที่ทำสำเร็จแล้ว  แม้เป็นเรื่องยาก แต่คนต่างชาติเขาชอบครับ จึงเกิดแบร็นด์โน่นแบร็นด์นี่เต็มไปหมด(ตลาดระดับสูง ส่งขายเอาเงินต่างชาติได้)


บ้านเราขาดโอกาสเครื่องการใช้อุปกรณ์ดีๆครับ  เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับว่า หาไม่ง่าย
แต่ของดีๆเหล่านี้ จะถูกใช้เป็นส่วนประกอบของสินค้าไฮเท็คฯทั้งหลาย (ต้องเป็นรุ่นสูงๆราคาแพงๆด้วย)


ยังยืนยันครับว่า "ซี"  ก็เป็นหนึ่งในวัตถุปรุงรสชาดแห่งเสียง  อยู่กับเราอีกนานครับ



บันทึกการเข้า
aonelec
member
*

คะแนน2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 59


รักที่จะเรียน_ต้องรักที่จะทำด้วย


อีเมล์
« ตอบ #15 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2007, 09:38:01 PM »

ซี นะครับ เป็นอุปกรณ์กรองกระแสต่อจากบริดทำให้ไฟเรียบ คือที่คุณว่าซีไม่เกี่ยวนะครับ ผมให้ลองเลยว่า ถ้าคุณใช้ซี 4700 ไมโคร   กับ 10000ไมโคร     เสียงที่ได้ออกมาจะต่างกันมาก โดยที่ถ้าใช้ในระบบ PA ต้องให้ซี ขนาด 10000 ไมโครขึ้นเท่านั้น เพราะว่าเสียงที่ออกจากลำโพงจะมีเสียงที่ไม่เสียฮัมออกมาด้วย ถ้าไม่เชื่อลองดูได้ครับ
ผมทดสอบมาหมดแล้ว ลำโพงเดียวกัน ซีต่างกับ แอมป์ตัวเดียวกัน เหมือนกันทุกอย่างยกเว้น ซี
บันทึกการเข้า
noi3535-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม.
member
*

คะแนน564
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1705


noicharoensound@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #16 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2007, 09:50:00 PM »

         ผมยังยืนยันครับ สำหรับคำถามที่เจ้าของกระทู้ถามว่าเปลี่ยนCค่ามากขึ้นมีผลต่อเสียงหรือไม่  ผมยืนยันว่าดีขึ้นครับ  ไม่ได้หมายความว่าถ้าต้องการให้เครื่องเสียง เสียงดีขึ้นแล้วมาเปลี่ยนCครับ
         สมมุติว่าวงจรใช้C 4700 MFใช้มาแล้ว 2-3ปี แล้วCแบบไม่ใช่ยี่ห้อที่มาตรฐานนะครับ คิดดูว่าอย่างน้อยค่ามันต้องลดไปบ้างไม่มากก็น้อย แล้วเรามาเปลี่ยนเป็น8000 MF ผมว่ามีผลแน่นอนครับ อย่างน้อยความสะอาดของเสียงต้องดีกว่าเดิม เพียงแต่ว่ามันดีขึ้นแบบไม่ชัดเจน หรือบางคนฟังไม่รู้ ไม่ได้หมายความว่ามันต้องดีขึ้น 100% ถ้าดีขึ้น100%ทุกคนต้องฟังรู้ เมื่อชุดจ่ายไฟดีขึ้น เสียงก็ต้องดีขึ้นตามลำดับ ถ้าเปลี่ยนCแล้วก็เปลี่ยนไดโอดที่กระแสสูงขึ้นก็แค่นั้นครับ ไม่ต้องไปพิจารณาอย่างอื่นเลยครับ เพราะจุดประสงค์เพียงว่าเปลี่ยนแล้วมีผลต่อเสียงครับ  Tongue Tongue
บันทึกการเข้า

884-200-9496      ชื่อบัญชี นายนพดล  รอดภัย
      ไทย พาณิชย์ สาขาย่อยบิ๊กซีเพชรบุรี       ออมทรัพย์
   086-3119516 -ทรูมูฟ  088-2356231-ดีแทค
   083-5565916-ดีแทค
chowarin
วีไอพี
member
***

คะแนน22
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 200



« ตอบ #17 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2007, 09:20:37 AM »

ซี นะครับ เป็นอุปกรณ์กรองกระแสต่อจากบริดทำให้ไฟเรียบ คือที่คุณว่าซีไม่เกี่ยวนะครับ ผมให้ลองเลยว่า ถ้าคุณใช้ซี 4700 ไมโคร   กับ 10000ไมโคร     เสียงที่ได้ออกมาจะต่างกันมาก โดยที่ถ้า
อันนี้ผมเห็นด้วย1,000,000 % แต่ อยากให้ลองใช้ซี Nichicon กับ ELNA  กับ Rubycon ดูว่าเสียงต่างกันหรือไม่  (ใช้ค่าเท่ากันนะครับ)
ใช้ในระบบ PA ต้องให้ซี ขนาด 10000 ไมโครขึ้นเท่านั้น เพราะว่าเสียงที่ออกจากลำโพงจะมีเสียงที่ไม่เสียฮัมออกมาด้วย ถ้าไม่เชื่อลองดูได้ครับ
ไม่เสมอไปครับ  วงจรที่ใช้ในแอมป์หลอด PA ก็ใช้ไม่ถึงครับ มากสุดก็แค่ 3-4ร้อย ไมโครเองครับ แต่ไฟของแอมป์หลอด 500-7-800 โวลท์ ครับ  Grin
บันทึกการเข้า

เป็นคนเช่นไรย่อมเห็นคนอื่นเป็นเช่นนั้น
WatHF100♥
ซุปเปอร์ วีไอพี
member
*

คะแนน54
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 305


อีเมล์
« ตอบ #18 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2007, 11:19:16 AM »

จากประสบการณ์และผลที่ได้รับท่านต่างเข้าใจได้ถูกต้องแล้วครับ
 
จากคำถาม"มันมีผลกับเสียงไหมครับ ผมใช้อยู่ 4700/50v 2ตัว แต่ถ้าผมเปลี่ยนไปเป็น 8000/50 v 2ตัว ผลออกมาจะเป็นอย่างไรครับช่วยวิเคราะห์ให้ทีครับ ไฟ 35-0-35"

.....ถ้ายี่ห้อ+รุ่นเดียวกัน ทนโวลท์เท่ากันเปลี่ยนตัวใหญ่ลงไปแทน  การที่มันมีคุณสมบัติในการเก็บประจุมากขึ้น(ถ้าดูในดาต้าชีทกระแสริปเปิ้ลจะมากกว่า เป็นธรรมดาที่กระป๋องโตกว่าจะมีขีดความสามารถทำได้ดีกว่า) 
.....เสียงจึงอิ่มแน่นกว่า  เพราะอัดฉีดกระแสได้มากโดยที่โวลท์ตกน้อยกว่า(ริปเปิ้ลต่ำกว่า)
.....และผลจะเป็นไปตามที่พี่น้อย ท่านได้กล่าวสรุปได้ทุกประการ

.....แต่ถ้าเสียงฮัมลดลง .....แสดงว่าแอ็มป์ยังไม่สมบูรณ์ครับ   วิเคราะห์ขั้นต้นก็ภาคจ่ายไฟไม่พอ(หม้อแปลงเล็กไป  ซีจ่ายกระแสริบเปิ้ลได้น้อยไป)  ลึกอีกหน่อยก็อย่างที่ทราบกัน การไวริ่ง ทั้งระบบกราวนด์ และสายสัญญาณยังต้องปรับปรุง

อย่างไรก็ตาม ความแรง ความเร็ว ของไดโอด ก็จะช่วยให้ส่งผ่านกระแสจากต้นทาง(ถ้าหม้อแปลงจ่ายกระแสได้เยอะๆอยู่แล้ว)ให้เต็มอิ่มด้วยอีกแรงหนึ่ง

แต่ถ้าวงจรหรือเครื่องเดิมมีวงจร และพื้นฐานทางเสียงดีอยู่แล้ว เช่นเครื่องเสียงดีๆ (เคยมีราคาค่างวดสูง) รุ่นเก่าๆแล้ว  และซีเริ่มเสื่อม  การเลือกใช้ของทั่วไปก็ดูกระไรอยู่  การเลือกใช้ของที่มีคุณภาพสูงกว่าทั่วไปในร้านอะไหล่   ก็เป็นทางเลือกให้สัมผัสถึงความแตกต่างได้

การรักษาสุขภาพต้องการอาหารสะอาด  มีคุณค่าทางโภชนาการฉันใด
"เครื่องใช้ไฟฟ้า"  ก็คงต้องการกินกระแสและแรงดันไฟฟ้าที่ดีมีคุณภาพ  ด้วยเช่นกัน

การรับกระแสริปเปิ้ลสูงๆ  ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ "ค่าความจุ"  แต่มันอยู่ที่การออกแบบการใช้วัสดุภายใน   แล้วก็การทำงานที่สัมพันธ์กับความถี่

การพัฒนาตัวเก็บประจุแบบโลว์อิมพีแด้นซ์ (ซึ่งมันก็จะกระชากไฟขณะเริ่มต้นทำงานมากกว่าแบบไฮอิมพีแด้นซ์ จึงต้องใช้ไดโอดที่มีคุณสมบัติ แรง เร็ว และเผื่อเหนียว)  เป็นไปตามความต้องการของการใช้งานในภาคจ่ายไฟสวิทชิ่งความถี่สูง

แต่ถ้าเรานำมาใช้กับการเก็บและคายประจุย่านความถี่ต่ำ (๕๐  ผ่านฟูลเวฟแล้วกลายเป็น ๑๐๐ครึ่งรูปคลื่นระฆังคว่ำหากดูในสโคป)  คุณสมบัติด้านกระแสริบเปิ้ลก็จะลดลงไปตามส่วน
แต่มันก็ยังสูงกว่าแบบทั่วๆไปอยู่ดี

ลองคิดดูว่า ถ้าแบบไฮอิมพีแด้นซ์(ทั่วๆไปที่เห็นกัน) มันจะมีคุณสมบัติ"แรง เร็ว เรียบ" อย่างไรถ้าเทียบกัน

ผลพลอยได้ทางคุณลักษณะอื่นๆ(ซาวด์โซนิค) นอกจากสเถียรภาพและความแรง(ความดัง  )จึงขึ้นอยู่กับการทำงานของวัสดุที่ดีกว่าที่ใช้ภายในซีแบบโลว์อิมพีแด้นซ์

มันจึงมีความต่างทางเสียงเกิดขึ้นและหูของคนก็รับรู้ได้ด้วย
แต่ละยี่ห้อ  แต่ละโรงงานทั้งวัสดุ และเคมีก็สูตรใครสูตรมัน (เหมือนก๋วยเตี๋ยว เหมือนข้าวมันไก่เลยเนี่ย)  ก็ยิ่งหลากหลายรสหละครับ

ดังนั้นการออกแบบภาคจ่ายไฟ นอกจากโวลท์แล้ว ก็ควรมองถึงกระแสที่ใช้เป็นหลักสำคัญด้วย  ทั้ง
.....หม้อแปลง...ไม่ใช่ดูป้ายหรือแค่คำบอกว่ากี่แอ็มป์ดูถึงขนาดและเส้นลวดที่ใช้
.....และคุณสมบัติของซี (แต่ก็แปลกมากๆ ตั้งแต่เริ่มเข้าวงการเรียนรู้ด้านนี้  ไม่ว่าจะเป็นใครหรือครูบาอาจารย์ที่ใดก็พูดกันถึงแค่ค่าความจุกับโวลท์ ไม่ได้พูดถึงชนิด หรือกระแสริปเปิ้ลของซีต่อกระแสของหม้อแปลง ก็เท่ากับว่ารู้และใช้กันมาแบบ"ประมาณการ"+"ประสบการณ์")

.....หลอดโบราณ ใช้กระแสไม่สูง  แต่โวลท์สูง  ใช้ซีค่าที่เหมาะสมก็พอแล้ว
แล้วเอากระแสที่ไหนไปดันลำโพงกันหละ  ..อย่างที่รู้กัน แปลงสเต็ปดาวน์โดยหม้อแปลงเอ้าท์พุทจ่ายกระแสดันลำโพง

....โซลิทสเตท ใช้โวลท์ต่ำกระแสสูง  ขับว้อยซ์คอยล์โดยตรง  ซีจึงใช้ค่ามาก

สมมุติว่า
แอ็มป์ ๘๐๐วัตต์ ที่ ๘โอห์ม  ใช้กระแสแบบเต็มๆ ๑๐แอ็มป์ใช่ไหมครับ(I2R)
ถ้าต้องการแบบเต็มที่  หม้อแปลงก็ต้องสิบแอ็มป์ต่อข้าง  หรือยี่สิบแอ็มป์ต่อสเตอริโอ
(ถ้าเป็นหลอดไม่อยากนึกว่ากำลังขนาดนี้ หม้อแปลงที่ใช้จะลูกใหญ่ขนาดไหน)

ส่วนจะจ่ายกระแสมากกว่านั้นก็ยิ่งดี เผื่อการใช้โหลดต่ำๆ  ลงไป
ทีนี้ตัวเก็บประจุที่มีคุณสมบัติจ่ายกระแสริปเปิ้ลมากๆ มันก็หายากหน่อย
ใช้แบบทั่วไปก็จึงต้องเลือกตัวใหญ่ๆ(ค่าความจุมากๆเข้าไว้) หรือขนานกันแยะๆ

แต่ถ้าใช้แบบโลว์อิมพีแด้นซ์  ถ้าต้องการกระแสริปเปิ้ลเท่ากันจะมีขนาดเล็กกว่าและความจุลดลงก็ได้(ตามรุ่น ยี่ห้อที่จะใช้) ....แต่ราคาก็สูงด้วยเช่นกัน

ผลพลอยได้นอกจาก เล็กลง  ประหยัดเนื้อที่ เบาขึ้น  แล้ว ซีบางรุ่นอายุการใช้งานก็ยาวนานกว่าทั่วๆไปด้วยครับ(ทนได้ถึง 105Cอีกต่างหาก  บางรุ่นก็กว่านั้น)
 .........ผมกำลังพูดถึงซี+ไดโอดแบบที่พบเห็นในคอมพิวเตอร์  สวิทชิ่ง  แล้วก็แอ็มป์รถยนต์ที่ดีๆมีมาตรฐานด้วยครับ   
.....หากเราได้แบบค่าค่อนข้างสูง โวลท์สูงมาใช้กับแอ็มป์บ้านด้วย  ก็จะได้สิ่งที่แตกต่างออกไปจากที่คุ้นเคยครับ

.....และซีโลว์อิมพีแด้นซ์เหล่านี้ จะเข้ามามีบทบาทในงานพีเอมากขึ้น "แอ็มป์ดิจิตอลคลาสดี  หรืออย่างน้อยก็แอ็มป์ที่ใช้ภาคจ่ายไฟแบบสวิทชิ่ง
.....ถ้าเราทราบว่ามีทางเลือกที่ดีกว่า   แล้วยังจะใช้แต่เอลน่าสีน้ำเงิน หรือของทั่วไป 
หรือจะหาของที่ดีกว่าทั้งคุณสมบัติและอายุการใช้งาน ......ก็แล้วแต่ใครจะเลือกเดินครับผม

ยิ่งถ้าวงจรดีเข้าขั้น  ถึงระดับหนึ่ง  การใช้งานซีดีๆ แบบกิ๊กใครกิ๊กมัน(๑ตัวต่อเพาเว่อร์ทรานซิสเตอร์ ๑ตัวติดตั้งที่ขาเลย  สายไฟต่อมาก็เส้นใหญ่พอ เส้นใครเส้นมัน)  จะยิ่งรับรู้ได้ถึงพลังแบบที่เขาเรียกว่า "ไดนามิค" ของเสียงแถมมาด้วย

แต่ก็ต้องแลกกับ"งบประมาณ"  ไม่มีอะไรที่ได้มาแบบฟรีๆ

ขอให้ทุกท่านประสบผลสำเร็จในกิจการงาน
  และมีความสุขกับเสียงดนตรีทุกท่านครับผม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media

lsv2555Leksound&Vision Webboard

Valid CSS!